รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Son of Dracula (1943) ทายาทแดร็กคูล่า

1364103211

เคาท์ อเลอคาร์ด (Lon Chaney Jr.) สุภาพบุรุษฮังกาเรียนผู้ลึกลับ เดินทางมายังอเมริกาตามคำเชิญของ แคทเธอรีน คอล์ดเวลล์ (Louise Allbritton) แต่แล้วจู่ๆ พ่อของแคทเธอรีนก็มาเสียชีวิตไปด้วยอาการหัวใจวาย ตามด้วยการตัดสินใจสายฟ้าแล่บของแคทเธอรีนที่คิดจะแต่งงานกับเคาท์ อเลอคาร์ด ทั้งๆ ที่เธอก็มีคนรักอย่าง แฟรงค์ (Robert Paige) เป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว

เรื่องที่เกิดสร้างความสับสนให้แฟรงค์อย่างมากครับ จนในที่สุดด้วยแรงแห่งโทสะทำให้เขาตัดสินใจจะเอาปืนไปฆ่าอเลอคาร์ด แต่แล้วพอเขาลั่นไกยิงใส่ท่านเคาท์ซ้ำๆ ไปหลายนัด ท่านเคาท์กลับไม่มีทีท่าว่าจะตายหรือแม้แต่บาดเจ็ล ทว่าคนที่โดนกระสุนเหล่านั้นกลับเป็นแคทเธอรีนแทน… นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ครับ อเลอคาร์ด (Alucard) ก็คือ แดร็กคูล่า (Dracula) สะกดแบบกลับหลัง (เชื่อว่าคอเกมล่าแวมไพร์อย่าง Castlevania น่าจะคุ้นกับชื่อนี้ดี เพราะใช้กันหลายภาคหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน 555)

นี่ถือเป็นเรื่องราวตอนที่ 3 ในหนังชุด Dracula ดั้งเดิมจากค่าย Universal นะครับ โดยมีภาคแรกคือ Dracula ที่ Bela Lugosi แสดงไว้ ตามด้วย Dracula’s Daughter ที่ผมรีวิวไว้เมื่อวันก่อน และนี่คือตอนปิดท้ายไตรภาคครับ

เป็นภาคที่สนุกไม่เลวครับ อาจไม่คลาสสิคอมตะเท่าภาคแรก แต่ก็มีเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนไม่เลว และเดินเรื่องได้น่าติดตาม จนผมออกจะรู้สึกชอบภาคนี้มากกว่าภาคที่แล้วนะครับ มันเป็น Dracula ภาคที่มีความลึกลับ ได้อารมณ์น่ากลัวโดยใช้บรรยากาศรอบๆ สร้างกลิ่นอายความฉงน อันนี้ขอชม Robert Siodmak ผู้กำกับหนังเรื่องนี้เลยครับที่สามารถใส่ความลึกลับผสมลงมาในหนังแดร็กคูล่าได้อย่างพอเหมาะพอดี ซึ่งผู้กำกับคนนี้ได้รับการชื่นชมว่าเป็นหนังในผู้กำกับยุคเก่าที่สร้างสรรค์หนังแนวทริลเลอร์และฟิล์มนัวร์ได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างผลงานหลังจากเรื่องนี้เช่น Phantom Lady และ The Spiral Staircase ที่ทำได้ลึกลับสมใจคอหนังแนวนี้ อันนี้ขอแนะนำล่วงหน้าเลยนะครับว่าถ้าชอบแนวนี้้ อย่าลืมหาหนัง 2 เรื่องนี้มาดูครับ

จุดเด่นที่ได้รับการกล่าวขวัญมากของภาคนี้คือเทคนิคคนแปลงร่างเป็นค้างคาวครับ เป็นอะไรที่ฮือฮามาในสมัยนั้น

ถือว่าเป็น Dracula สมัยเก่าที่คลาสสิคในระดับหนึ่ง

สองดาวใกล้ครึ่ง

Star21

(6.5/10)

Advertisements