รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Silent Night, Deadly Night Part 2 (1987) คริสต์มาสสยอง 2

220px-Silent_night_deadly_night_part_2_(VHS_cover)

ครับ หนังมันทำเงินทำทอง แม้จะมีคนต่อต้าน แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังมีการทำภาคต่อออกมาจนได้

ภาค 2 ก็เดินเรื่องต่อจากภาคแรกครับ หลังจากบิลลี่ เด็กเก็บกดที่ถูกสอนสั่งผิดๆ จนเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นซานต้าบ้าเลือดที่ฆ่าคน (ที่เขาคิดว่า) ไม่ดีอย่างโหดเหี่ยม มาภาคนี้ก็เป็นเรื่องของริคกี้ (Eric Freeman) น้องชายแท้ๆ ของบิลลี่ที่ถูกสอนมาแบบผิดๆ เช่นกัน และวันนี้เขาได้กลายเป็นฆาตกรแห่งวันคริสต์มาสคนที่ 2 ครับ

ตัวหนังนั้นแทบไม่มีอะไรเลยครับ นี่ว่ากันจริงๆ เลยนะครับ เพราะครึ่งแรกน่ะมันเป็นการเอาฟุตเตจจากภาคแรกมาตัดต่อเล่าเรื่องให้ผู้ชมได้รู้ที่มาที่ไป ซึ่งคนที่ไม่เคยดูภาคแรกมาก่อนอาจจะโอเคล่ะครับ แต่ถ้าใครดูภาคแรกมาแล้ว รู้อะไรหมดแล้วก็พาลจะเบื่อช่วงต้นๆ ได้ เพราะมันคือการดูภาคแรกซ้ำน่ะ ก่อนจะเข้าสู่ภาคสองซึ่งไม่มีอะไรนอกจากการไล่ฆ่าของริคกี้ที่พี่แกดูจะบ้ากว่าบิลลี่เยอะ

เพราะบิลลี่นั้นฆ่าเฉพาะคนที่เขาคิดว่าทำผิด แต่ริคกี้นี่ฆ่าดะเป็นเจสันไปเลยล่ะครับ อย่างฉากหนึ่งที่ได้รับการกล่าวขวัญมากคือตอนที่พี่แกเดินถือปืนออกไปข้างนอก แล้วก็ยิงคนตามถนนอย่างไม่สนใจว่าใครเป็นใคร ขนาดคนยกถังขยะออกมาทิ้งหน้าบ้าน พี่แกก็ตะโกนใส่คนๆ นั้นว่า “Garbage Day” ก่อนจะยิงชายคนนั้นไปกองกับพื้น…

…ฆ่าด้วยอาการเสียสติโดยแท้ทีเดียว

หนังจึงไม่ค่อยมีอะไรครับนอกจากการฆ่า แต่ถ้าถามว่าเกี่ยวกับเรื่องในภาคแรกไหม ก็เกี่ยวครับ เพราะภาคนี้เป้าหมายหลักของริคกี้ก็คือการตามล่าสังหารหัวหน้าแม่ชีที่สถานเลี้ยงเด็ก ที่สอนให้เขากับพี่ชายกลายเป็นคนบ้าขนาดนี้… เฮ่อ น่ากลัวนะครับ

ผมคงไม่พูดอะไรมากกับหนังเรื่องนี้ เพราะมันก็ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ นอกจากความโหดและการเข่นฆ่าอย่างคลั่งๆ ฉากการตายที่น่ากลัวและสยองพอดู ด้านสาระก็เหมือนจะย้ำเตือนประเด็นจากภาคแรกน่ะครับว่า การสอนสิ่งผิดๆ ให้เด็ก บางครั้งมันก็จะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีได้ทั้งต่อตัวเขาเองและผู้อื่น

… แต่ผมรู้สึกอย่างหนึ่งนะครับ อันนี้รู้สึกโดยไม่ตั้งใจ แต่มันรู้สึกน่ะ คือรู้สึกว่าบางช่วงของหนังมันก็แอบขำเหมือนกัน ขำเพราะการแสดงของ Freeman ตัวเอกของเรื่องน่ะแหละครับ คือพี่แกดูเล่นหนังแบบลอยๆ ท่าทางลอยหน้าลอยตาแบบแปลกๆ อย่างฉาก Garbage Day ที่ว่านั่น หน้าตาแกก็ยิ้มๆ เมาๆ ดูชวนขำมากกว่าจะน่ากลัวยังไงก็ไม่ทราบ

นี่ก็ได้ข่าวว่าการแสดงแบบพยายามจะให้น่ากลัวแต่ดันชวนให้ขำของ Freeman เนี่ยก็กลายเป็นจุดขายหนึ่งที่ทำให้หลายคนอยากดูหนังเรื่องนี้ เพราะอยากรู้ว่าคำร่ำลือน่ะจริงหรือไม่…

ปรากฏว่า… จริงครับ หนังอาจจะมีฉากฆ่าโหด แต่ตัวฆาตกรน่ะไม่ได้ดูน่ากลัวเลย ดูขำ ดูแล้วให้อารมณ์ว่าแกเล่นหนังมากกว่า…

หนังเรื่องนี้เลย… บอกแบบไม่เกรงใจเลยนะครับว่าไม่ค่อยมีอะไร ครึ่งแรกก็เอาภาคแรกมาเล่าซะตั้งครึ่งเรื่องแล้ว ตอนท้ายก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากการแสดงกึ่งตลกของ Freeman… เข้าอีหรอบว่าไม่ต้องดูก็ไม่เป็นไรจนได้ล่ะครับ

ดาวเดียวพอ

Star11

(4/10)

Advertisements