รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Diary of a Wimpy Kid (2010) ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน

1393767001

ถ้าใครสนใจดูหนังฮาๆ สนุกๆ แบบดูได้ทั้งครอบครัวโดยไม่ลามกและไม่เลอะเทอะล่ะก็ ขอแนะนำหนังชุดนี้เลยครับ Diary of a Wimpy Kid ทำออกมา 3 ภาค สนุกดูเพลินทุกภาค

ว่าตามจริงแล้วภาคแรกถือว่าสนุกยังไม่เยอะครับ ของจริงนี่ต้องยกให้ภาค 2 ที่อะไรๆ มันลงตัวและลื่นไหลพอดีคำ แต่กระนั้นภาคนี้ก็ดูเพลินล่ะครับ หนังสร้างจากวรรณกรรมสุดกวนของ Jeff Kinney ตัวเอกมีนามว่า เกร็ก เฮฟฟลีย์ (Zachary Gordon) เด็กหงอที่ชอบคิดว่าตัวเองเจ๋งสุดเท่ห์สุด ซึ่งหนังก็จะมาพร้อมวีรกรรมขำๆ ที่เขาและเพื่อนซี้นามว่ารอว์ลี่ย์ (Robert Capron) ช่วยกันกระทำตั้งแต่ต้นจนจบล่ะครับ

มันดูเพลินดีครับ ตลก ฮา ลื่นไหล แค่พฤติกรรมของเกร็กก็ชวนให้ขำแล้วล่ะครับ ไหนจะเพื่อนอย่างรอว์ลี่ย์นี่ก็ทำอะไรให้ฮาได้เรื่อยๆ แต่รายได้ขโมยซีนได้ใจต้องยกให้ Grayson Russell ในบทเฟร็กลี่ย์ เด็กแว่นที่ชอบทำอะไรให้ชาวบ้านเขาแหวะกันประจำ และอีกคนที่ลืมไม่ได้คือ ร็อดดริก (Devon Bostick) พี่ชายจอมแสบของเกร็กที่เอาแค่ฉากเปิดเรื่องนี่ก็สร้างความฮาแบบแสบๆ ให้เราจดจำได้แล้วล่ะครับ

นอกจากนี้ยังมี Chloë Grace Moretz มารับบทแองจี้ สเตดแมน สาวนักนักหนังสือพิมพ์ประจำโรงเรียนที่แม้จะไม่เด่นดังคาด แต่บทนี้ก็มาพร้อมแง่คิดที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันครับ

ผมเคยดูรอบแรกเมื่อหลายปีก่อน ก็ชอบนะครับ มันสนุกดี ซึ่งดูแล้วผมก็ตระหนักครับว่าบางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการหนังตลกที่ซับซ้อนเลอเลิศอะไรหรอก เอาแค่มีเนื้อเรื่องบ้างพอให้รู้สึกว่ามีอะไรชวนให้ติดตาม ดูแล้วไม่เลอะเทอะ มีสาระนิดๆ สอดแทรกแง่คิดสอนใจ มุขตลกก็ไม่ต้องเอาให้ขำกลิ้งแค่ทำให้ยิ้มได้ แค่นี้ก็รู้สึกโอเคแล้ว

ส่วนแง่คิดสำคัญประจำภาคที่ถือว่าภาคนี้ดูแล้วเอาไปใช้สอนเด็กได้นี่ อย่างแรกต้องยกให้ “ความเจ๋ง” ครับ อย่างในเรื่องเราจะเห็นว่าเกร็กคิดว่าตัวเองเจ๋ง แล้วเขาก็พยายามทำอะไรตามนิยามคำว่าเจ๋ง (แบบเด็กๆ) แต่ไปๆ มาๆ ยิ่งทำมันยิ่งไม่เจ๋งน่ะสิครับ บางทีทำแล้วก็เสียชื่อเสียหน้าอีกต่างหาก ซึ่งมองในแง่หนึ่งมันก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ขอเพียงเราทำแล้วและเรียนรู้จากมันแล้วว่าที่เราคิดว่าเจ๋งนั้นจริงๆ มันไม่ได้เจ๋งสักเท่าไร ก็ถือเป็นการเรียนรู้ชีวิตอย่างหนึ่ง แล้วจากนั้นค่อยหันมาทำอะไรอย่างอื่นที่มันเจ๋งจริงๆ ก็ยังไม่สาย

อีกเรื่องที่สำคัญคือ “เมื่อทำผิด เราต้องกล้ายอมรับ” อย่าโยนความรับผิดชอบให้เพื่อน ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับหากเด็กๆ ที่ทำผิดแล้วจะกลัว เลยพยายามโยนความผิดไปให้ไกลๆ ตัว เพราะเขาก็กลัวจะโดนผู้ใหญ่ดุว่าและลงโทษ อันนี้ก็มีแต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ นี่แหละครับที่จะแสดงให้เด็กเห็นและสอนให้เด็กรู้ ว่าการทำผิดแล้วยอมรับคือสิ่งควรทำ และหากผู้ใหญ่จะลงโทษลงไม้ก็ควรทำให้เหมาะสม อย่ามากเกินเยอะเกินจนทำให้เด็กๆ กลัวที่จะรับผิด

นอกจากนี้หนังยังกัดความต๊องแบบเด็กๆ ได้ไม่เลว อันนี้หลายคนน่าจะเคยเจอกันมาแล้วนะครับ ประเภทหาว่าเพื่อนคนนั้นเป็นตัวประหลาด ตัวเชื้อโรคแล้วก็ล้อเขาไปทั้งเทอมอะไรเป็นต้น อันนี้ดูให้ขำก็ดี ดูให้คิดก็ได้ (ว่ามันต๊องแค่ไหนที่ต้องมาล้อกันด้วยอะไรแบบนี้… แต่นึกในอีกแง่ มันก็เป็นความขำประจำวัยเด็กเหมือนกันนะครับ 555)

เป็นหนังสนุกสำหรับครอบครัวอีกเรื่องที่ผมแนะนำครับ เพลินดีจริงๆ และที่ชอบอีกอย่างคือลายเส้นตัวการ์ตูนที่แทรกเข้ามาเป็นพักๆ น่ะครับ ช่วยทำให้หนังดูฮาเข้าไปใหญ่

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements