รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Skeleton Key (2005) เปิดประตูหลอน

8903539402715_main1

รู้ไหมครับว่าผมไม่ได้ใช้บริการ Big Cinema มานานมากๆ แล้ว เพราะหนังที่เขาเอามาฉายส่วนมากผมก็จัดการบริโภครับชมไปจนหมดเรียบ ก็มีเรื่องนี้แหละครับที่จังหวะเหมาะ พอดีว่าง และพอดียังไม่ได้ดู ก็เลยได้ดูฟรีๆ ไปตามระเบียบ

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะตั้งใจดูหรอกครับ เพราะเฉยๆ มานานแล้ว (ไม่งั้นผมคงขวนขวายดูตั้งแต่ตอนออกแผ่นแล้วล่ะ) คิดว่ามันก็น่าจะหนังแนวหลอนๆ ผสมวูดูๆ นั่นแหละ… แต่พอดูช่วงต้นๆ แล้ว… อดไม่ได้ที่จะดูต่อจริงๆ ครับ

สิ่งแรกที่จับใจผมมากคือบรรยากาศ คือ เหตุการณ์ในเรื่องเนี่ยมันไปเกิดแถบนิว ออร์ลีนส์ครับ ซึ่งหนังก็ไปถ่ายแถบหลุยส์เซียนน่า ในนิว ออร์ลีนส์จริงๆ ซึ่งแถบที่ว่านี้ได้รับการขนานนามอยู่แล้วว่าเป็นดินแดนที่เหมือนมีมนต์… ไม่ใช่มนต์ขลังโรแมนติกอะไรนะครับ ผมหมายถึงมนต์ดำน่ะ เป็นแดนดินถิ่นที่อยู่ของคนผิวสีด้วย ทำให้มีเรื่องราวตำนานอำนาจมนต์ลึกลับแทรกซึมอยู่ทั่วเมือง

สิ่งแวดล้อมที่นั่นก็ไม่ธรรมดานะครับ มันจะดูลึกลับ เหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนเร้น แล้วก็จะดูชื้นๆ หม่นๆ ไม่ได้หมายถึงว่านิว ออร์ลีนส์ไม่น่าไปนะครับ จริงๆ แล้วมันน่าไปเยือนอยู่เหมือนกันสำหรับคอหนังสยองที่ชื่นชอบบรรยากาศที่แปลก ไม่เหมือนใคร เป็นความน่ากลัวที่แฝงเสน่ห์ดี

ส่วนเรื่องราวนั้นก็เล่าถึง แคโรไลน์ เอลลิส (Kate Hudson) พยาบาลสาวที่รับอาสาไปดูแลคนไข้รายหนึ่ง (John Hurt) ที่นิว ออร์ลีนส์นี่แหละครับ ซึ่งนอกจาก เบน คนไข้ของเธอแล้วก็มี ไวโอเลต (Gena Rowlands) ภรรยาของเขาอาศัยอยู่คอยดูแลบ้านช่องและสามี

แต่แล้วแคโรไลน์ก็เริ่มสงสัยในพฤติกรรมของไวโอเลต อีกทั้งภายในบ้านก็เหมือนจะมีความลับบางอย่างแฝงอยู่ เธอเลยค่อยๆ สืบหาความจริงครับ จนในที่สุดเธอก็พบว่า… เธอไม่น่ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องอะไรทำนองนี้เลย…

ผมชอบนะครับ หนังมันอร่อยน่ะ รสชาติลึกลับ น่าค้นหาใช้ได้ บรรยากาศในบ้านก็ดูน่ากลัวแบบแฝงมนต์ดำจริงๆ ล่ะครับ ที่ยอมรับเลยก็คือผู้กำกับ Iain Softley (เจ้าของผลงานดีๆ อย่าง K-PAX) และคนเขียนบทอย่าง Ehren Kruger (Scream 3, The Ring และล่าสุดพี่แกไปเขียนบทให้ Transformers: Revenge of the Fallen ด้วย) สองเจ้านี้แท็กทีมกับสร้างเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจครับ หนังน่าติดตาม มีการทิ้งปมให้เราอยากรู้อยู่ตลอดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น และมันกำลังจะเกิดเรื่องอะไรต่อไปอีก ผสมกับบรรยากาศมนต์ดำที่น่ากลัว หนังเลยน่าดูครับ

ผมเองก็ยังชอบเลย ตอนแรกจากเฉยๆ ไม่ได้สนใจอะไร ก็รู้สึกว่าหนังมันดึงคนดูได้แฮะ ไม่ได้เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ แบบเอื่อยๆ หรือเอาแต่ใช้มุขผีตุ้งแช่ มันเล่นที่ความเชื่อ ความอยากรู้อยากเห็นครับ อย่างนางเอกเนี่ยก็เพราะอยากรู้อยากเห็นนี่แหละถึงค่อยๆ ถลำลึกสู่โลกแห่งวิชามนต์ดำ ส่วนตอนจบก็โอเคเลยล่ะครับ มันเริ่มแนวนี้แล้วจบแบบนี้ก็ทำให้คนดูจดจำได้ไม่ยาก แต่จะชอบหรือไม่ชอบก็ว่ากันอีกทีนะครับ ส่วนผมน่ะ ชอบครับที่จบแบบนี้น่ะ

ส่วนคนแสดงก็ดีครับ Hudson ดูเหมาะมากกับบทผู้หญิงหัวสมัยใหม่ที่ดื้อนิดๆ เชื่อมั่นในตัวเองเยอะหน่อย ส่วน Rowlands ก็ใช้ได้ครับ มือเก่าและเก๋าดี โดยเฉพาะตอนท้ายๆ ในขณะที่ Hurt อาจจะไม่ได้ทำอะไรเท่าไร แต่ก็ไม่ใช่จะแสดงได้ง่ายๆ นะครับ คนเป็นอัมพาตแบบขยับไปไหนไม่ได้เนี่ย เพียงแต่อาจจะไม่เด่นนัก แล้วก็ Peter Sarsgaard ในบท ลุค มาร์แชลล์ ทนายประจำบ้านที่ขานี้ก็ถนัดนักล่ะครับ กับบททำนองนี้น่ะ เรียกว่าดาราหลักๆ มีแค่ 4 คน แต่ก็จัดการหนังทั้งเรื่องให้ลอยลำได้สบายๆ

อีกอย่างที่ต้องบอกกล่าวก็คือ มนต์ในเรื่องนั้นไม่ใช่วูดูนะครับ มันเรียกว่า ฮูดู (ตอนแรกผมก็นึกว่าวูดู) ซึ่งฮูดูนี่จะเป็นไสยศาสตร์จากทางฟากแอฟริกาที่มีการผสมกับศาสตร์พื้นเมืองในอเมริกาด้วย (ส่วนวูดูนี่ แอฟริกาเป็นหลัก) ซึ่งศาสตร์พวกนี้ใช้ดีก็ได้ดีล่ะครับ แต่ถ้าใช้ไม่ดีก็แย่เลยทีเดียว

ก็จัดว่าเป็นหนังที่ดูสนุกครับ ตื่นเต้น ลุ้นดี ถ้าชอบหนังแนวลึกลับล่ะก็ เรืองนี้ได้เลยครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

kP7s8PGey0E36JaFoFq2d3gRKNY

Advertisements