รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Candyman: Farewell to the Flesh (1995) แคนดี้แมน-ผีตะขอเหล็ก

MV5BZDA2ZWE2YTctN2JiNi00NjdmLThhYWQtN2JjY2M4MTNhM2I5XkEyXkFqcGdeQXVyMTQxNzMzNDI@._V1_

แล้วเขาก็กลับมาครับ คุณผีแคนดี้แมน (Tony Todd) วิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นอันเนื่องมาจากการถูกกีดกันเรื่องความรัก เพียงเพราะเขาเป็นคนผิวดำเท่านั้นเอง จึงไม่อาจรักกับหญิงสาวผิวขาวได้ เลยโดนเล่นงานจนตาย เฮ่อ น่าสงสารพี่แคนดี้แมนอยู่เหมือนกันนะครับ

เรื่องราวคราวนี้มาเกิดกับ แอนนี่ ทาร์เรนท์ (Kelly Rowan) ผู้ซึ่งต้องมาสูญเสียพ่อไปกับเหตุการณ์ประหลาดที่ไร้คำอธิบาย แล้วน้องชายของเธอ (William O’Leary) ยังมาถูกจับในข้อหาฆาตกรรม ซึ่งเธอมั่นใจว่าน้องเธอไม่ได้ลงมือฆ่าใครอย่างแน่นอน แอนนี่จึงหาทางสืบว่ามันกำลังเกิดเรื่องอะไรกับครอบครัวของเธอกันแน่… คุณคงเดาได้นะครับ มันย่อมมีความเกี่ยวข้องกับแคนดี้แมนอย่างแน่นอน…

หนังครบสูตรครับ ตั้งแต่ภาคต่อที่มีปีศาจอมตะตายยากกลับมาก่อเรื่องอีกเรื่อยๆ แล้วก็ต้องมีฉากน่ากลัว มีศพเละๆ ตามด้วยตัวเอกกับพรรคพวกที่ต้องมาเจอกับปีศาจตัวนี้ แล้วก็ตายกันไปทีละคนๆ จนสุดท้ายก็ต้องมาลุ้นกันว่าทางไหน หรือวิธีใดถึงจะสามารถส่งวิญญาณเจ้านี่ไปลงนรกได้

ปัญหาสำคัญคือคนทำนั้นจะสามารถใส่ความน่าสนใจเหยาะซีอิ๊วน้ำปลาลงไปได้เข้าที่แค่ไหน ซึ่งถ้าว่ากันแบบตรงๆ ก็คือ ภาคนี้รสชาติธรรมดาครับ ค่อนไปทางงั้นๆ ด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรโดดเด่นชวนดู ความน่าติดตามนี่ห่างชั้นกับภาคแรกจริงๆ แม้ว่าหนังจะฉลาดในการนำเอาสิ่งที่คนดูยังไม่รู้ในภาคแรกมาเฉลยต่อยอดในภาคนี้ นั่นก็คือ ที่มาของชื่อแคนดี้แมน และขุมพลังที่แท้จริงของเขา กับประวัติแบบเต็มๆ พร้อมชื่อจริงของแคนดี้แมนตอนเป็นคน ซึ่งก็คือ แดเนียล โรบิทาลี่ แต่นอกจากการเฉลยปมพวกนี้แล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจอีกน่ะครับ แค่เรื่อยๆ

ด้านความสยองผมว่ายืนพื้นนะ ประมาณว่าคนขวัญอ่อนกลัว แต่ถ้าขวัญแข็งๆ ก็คงเฉย และที่ออกจะผิดคาดสำหรับผมหน่อยก็คือ ตามปกติหนังมันต้องตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับใช่ไหมครับ แล้วฉากท้ายๆ เนี่ยจะตื่นเต้นที่สุด แต่ไปๆ มาๆ ผมว่าฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องมันจืดยังไงก็ไม่ทราบ ตอนดูก็นั่งงึมงำออกแนวเฉยไปเลยล่ะครับ

เอาเถอะ มาว่ากันถึงส่วนดีของหนังนะครับ นั่นคือการแสดงของ Tony Todd เจ้าของบทแคนดี้แมนที่ช่วยให้หนังน่าติดตามขึ้นมาก ส่วนดาราเจ้าอื่นก็ไม่ค่อยมีอะไรเป็นพิเศษครับ เล่นแบบเรื่อยๆ เสมอตัว ไม่ว่าจะนางเอกหรือดาราสมทบมีชื่ออย่าง Timothy Carhart (Beverly Hills Cop III) ในบทสามีของแอนนี่ และ Veronica Cartwright (Alien และ The Witches of Eastwick) ในบทแม่ของแอนนี่ สองคนนี้จริงๆ มีฝีมือนะครับ แต่บทมาแบบเรื่อยๆ

คนดีเล่นได้น่าจดจำที่สุดอีกรายก็คือ Bill Nunn ที่หลายท่านอาจจะคุ้นตาจากบทนักข่าวผิวดำใจดีใน Spider-Man ทั้งสามภาค มารับบทเป็นคุณพ่อเอลลิสที่คอยช่วยเหลือแอนนี่อยู่ตลอด ต้องยอมรับว่ารัศมีความเอื้ออารีของเขานี่เหนือชั้นมากครับ เหมาะกับบทบาทหลวงจริงๆ

และอีกอย่างที่จัดเป็นจุดดีของหนังคือดนตรีประกอบของ Phillip Glass ที่ไพเราะใช้ได้ และที่เด่นคือแนวดนตรีของเขากลับไม่ใช่แนวสยองนะครับ แต่เป็นทำนองที่สื่อถึงความรักและโศกนาฏกรรมมากกว่า

หนังชุด Candyman มีสิ่งที่ผมชอบอยู่อย่าง นั่นคือ หนังมักจะสื่อให้เห็นถึงมิจฉาทิฐิของคนน่ะครับ พวกความรู้สึกทะนงในศักดิ์ศรีจนยินดีทำตามคำท้าโดยไม่คำนึงว่าการทำตามคำท้านั้นอาจจะอันตราย เพราะในเรื่องตัวละครแทบทุกตัวที่ไปขานชื่อแคนดี้แมนหน้ากระจก 5 ครั้งนั่น มักทำเพราะโดนท้า รักษาหน้าแล้วก็ลบคำสบประมาทคนอื่น ประเภทว่าถ้าเราไม่ทำเดี๋ยวโดนหาว่าเป็นไอ้ขี้ขลาด ก็เลยทำซะเลย

ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งในนิสัยสามัญที่ควรได้รับการปรับแก้ของมนุษย์นะครับ ถ้าปล่อยให้ตัวเราโดนยั่วยุง่ายแบบนี้ สักวันอาจมีเรื่องให้ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ คุมสติไม่อยู่ แบบนี้แทนที่เราจะไปปล่อยให้ตัวเองผยอง เราก็ควรเลือกโอกาสแบบนี้ในการฝึกตนให้ทนต่อการยั่วยุได้ เราจะได้ฝึกคุมสติ บงการจิตใจไปในตัวไงล่ะครับ

เอาเป็นว่าถ้าอยากดูหนังชุดนี้ให้ครบก็ตามมาดูได้ครับ แต่ถ้าอยากดูของสยองดีแท้ๆ ต้องภาคแรกเท่านั้นนะครับ ผมเองก็เฉยๆ ดูเพราะชอบหนังแนวสยองแล้วก็อยากจะดูพิสูจน์ให้มันครบทุกภาคเท่านั้นเอง

ส่วนคนกำกับก็คือ Bill Condon ซึ่งนี่เป็นผลงานกำกับหนังโรงเรื่องแรกของเขา ก็ไม่ได้เด่นนักหรอกครับ แต่ในเวลาต่อมาเขาก็พัฒนาฝีมือจนดีขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ผลงานถัดๆ มาของเขาจัดว่าดีจนถึงขั้นยอดเลยล่ะ ได้แก่ Gods and Monsters, Kinsey และ Dreamgirls แบบนี้แสดงว่าเขาเก่งขึ้นจริงๆ ล่ะครับ

อ้อ… ขอนิดหนึ่งเถอะ อันนี้ส่วนตัวมากๆ นะครับ คือผมออกจะรำคาญตัวละครอีธาน น้องชายของแอนนี่เหลือเกิน เพราะจริงๆ แล้วนะครับ ถ้าพี่แกเล่าเรื่องทั้งหมดให้แอนนี่ฟังตั้งแต่แรกนะครับ ครอบครัวของเธอคงไม่ประสบกับเรื่องหายนะยกตระกูลขนาดนี้หรอก เฮ่อ ไม่น่าเล้ย ไม่น่าเลย

และแถมอีกอย่าง ผมชอบภาคแคนดี้แมนบนฝาผนังมากๆ ครับ น่ากลัวดี… แล้วก็อย่าลืมดูตัวอย่างนะครับ ตัดต่อออกมาได้น่าสนใจดี แต่อยากจะบอกว่าจุดเด่นๆ ในหนังก็อยู่ในตัวอย่างนั่นแหละครับ

ไม่ถึงสองดาวล่ะครับคราวนี้

Star12

(5/10)

Advertisements