รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Endless Love (1981) วุ่นรักไม่รู้จบ

1359561276

หนังรักวัยรุ่นยุค 80 ที่หลายคนน่าจะจำได้นะครับ ว่าด้วยความรักอันร้อนแรงของ เดวิด แอ็กเซลร็อด (Martin Hewitt) และ เจด บัทเธอร์ฟิลด์ (Brooke Shields) ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามและความทุกข์ตรม ซึ่งอุปสรรคที่ว่านี่ก็มักจะเกิดเพราะการกระทำของพ่อพระเอกเราเป็นส่วนใหญ่นั่นล่ะครับ

ครับ หนังรักใช่ไหมครับ แต่ไม่ใช่รักแบบน่ารักๆ กุ๊กกิ๊ก ทว่าเป็นรักแบบรันทด และรักแบบอารมณ์แรง ในเรื่องนั้นช่วงแรกๆ ทำออกมาไม่เลวครับ น่าสนใจ ดูสดใสในระดับหนึ่ง แต่พอผ่านครึ่งแรกไปก็จะเข้าสู่โซนรันทด จากนั้นพี่พระเอกก็ก่อเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ละรอบก็ทำให้รักสะดุด ทว่ากระนั้นนางเอกก็ยังรักไม่เสื่อมคลาย สมชื่อเรื่อง Endless Love

ดูหนังเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าเป็นหนังที่สามารถใช้สอนวัยรุ่นได้เหมือนกันครับ ว่าความรักนั้น จริงๆ จะมีก็มีได้ครับ ไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม เพราะลองว่าความรักจะเกิดมันก็ต้องเกิด มันยากแก่การหักใจ ดีไม่ดีการหักใจนั่นเองอาจเป็นจุดเริ่มแห่งปัญหาอื่นๆ ก็ได้

อย่างที่บอกครับว่าความรักนั้นจะมีก็ได้ แต่ที่ขาดไม่ได้อีกหนึ่งอย่างก็คือ เราควรรักอย่างมีสติ ควรรักแบบมีคุณค่า ควรจะรักแบบไม่ให้เสียการเรียน ควรจะรักแล้วเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะ “การให้” และ “การปรับตัวเข้าหากัน” อีกทั้งรักแล้วต้องอดทน โดยเฉพาะการอดทนเรื่องเพศ มิให้เกินเลยกันและกัน เพราะเพียงอารมณ์ชั่ววูบก็อาจนำมาซึ่งภาระที่เกินคนวัยเรียนจะรับผิดชอบไหว

อีกนัยหนึ่งก็คือ ให้ความรักสร้างความเติบโตให้กับเรา ให้เราเรียนรู้สู่การเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข สู่การเป็นคู่รักที่มั่นคงต่อกัน

ส่วนในหนังนั้น (จัดว่าเป็นสปอยล์ได้เหมือนกันครับ อย่าอ่านตรงที่เป็นตัวหนา หากยังไม่อยากทราบนะครับ) พี่พระเอกแกฝืนทุกข้อที่ผมกล่าวมากครับ เริ่มจากการรักฝ่ายหญิงมาก เลยอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา ยาวไปถึงการมีความสัมพันธ์กัน จากนั้นพอมีอะไรกันมากๆ ก็นำไปสู่ช่วงเสียการเรียน

พอเสียการเรียนแล้วพ่อแม่พยายามห้าม พระเอกก็ยังเลือกเดินทางผิดไปเผาบ้านนางเอกอีก ครั้นเวลาผ่านไปแทนที่จะกลับตัวกลับใจ รู้จักอดทนไม่ปล่อยให้ตัวเองใจร้อน ก็ยังใจร้อนอีก ตามด้วยการก่อเรื่องด้วยอารมณ์อีกหลายครั้ง

ระหว่างดูก็เห็นใจครับ หากเดวิด (พระเอก) ใจเย็นกว่านี้ เลือกทางที่จะทำตัวดีพิสูจน์คุณค่าในตนเอง เรื่องคงไม่ลงเอยแบบโศกนาฎกรรมแบบนี้หรอกครับ

ครับ ในแง่สาระผมว่ามีอะไรน่าเก็บไปคิดหลายอย่าง แต่ถ้าเป็นตัวหนังแล้ว ก็ต้องบอกตามที่คิด ว่ารสหนังไม่อร่อยเท่าที่ควร หลายช่วงอืดช้า ความน่าติดตามก็ไม่มาก ซึ่งก็ไม่อยากจะฟันธงว่าหนังไม่สนุก เพราะผมเองอาจไม่ถูกจริตกับหลายๆ อย่างในหนัง (อย่างตัวพี่พระเอกเป็นต้น) ดังนั้นหากใครอยากลองชมหนังรักวัยรุ่นสไตล์รันทด (ส่วนใหญ่จะรันทดเพราะการกระทำของตัวละครเอกนั่นเอง ไม่ใด้รันทดเพราะถูกกีดกันแบบ Romeo & Juliet) ก็สามารถลิ้มลองได้ครับ อย่างน้อย Brooke Shields ก็ยังสวยสะพรั่งน่ารักเสมอ

เป็นงานกำกับของ Franco Zeffirelli ที่เคยฝากความประทับใจกับหนังรักวัยรุ่นทำนองนี้มาแล้วจาก Romeo and Juliet ฉบับปี 1968 ซึ่งความอร่อยของหนังเรื่องนี้ ถือว่าห่างกับเรื่องนั้นหลายช่วงตัวอยู่ แม้จะว่าด้วยความรักของวัยรุ่น ที่รักแบบทุ่มหมดใจและหมดชีวิตเหมือนกันก็ตาม

ส่วนที่ดีที่สุดของหนัง ขอยกให้เพลงครับ เพลงอมตะ ที่ Diana Ross และ Lionel Richie ร่วมกันขับขาน ทั้งเนื้อร้องและลีลาการร้องจัดว่าซึ้งได้ใจมากจริงๆ

ก็ลองดูกันได้ครับ ผมก็อยากจะมองในแง่ดีว่า นี่คือความตั้งใจของผู้สร้างและผู้กำกับ ที่อยากถ่ายทอด “ผลลัพธ์ด้านลบแห่งการมีรักก่อนวัยอันควร” มาให้เราเห็นแบบจะๆ ตา จะได้ดูไว้แบบอุทาหรณ์และดูเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งถ้ามองจากเจตนานี้ ผมว่าหนังทำสำเร็จครับ เพียงแต่ดีกรีความสนุกหรือความน่าติดตามก็ยังนับว่าน้อยไปอยู่ดี

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements