รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Blacula (1972) แบล็คคูล่า

POSTER_-_BLACULA

ผมไม่ได้ผิดชื่อผิดหรอกครับ หนังมันเป็นเรื่องของ Blacula จริงๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในหนังยุค Blaxploitation หรือยุคเฟื่องของหนังสำหรับคนผิวดำ นำแสดงโดยคนผิวดำ และนี่ก็เป็นหนังเรื่องที่จัดว่าดังแล้วก็ประสบความสำเร็จในอันดับต้นๆ ของคนดำเลยก็ว่าได้

ตำนานผีดูดเลือดตนนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าชายมามูวัลเด (William Marshall) ผู้นำอัฟริกาที่เดินทางไปพบกับท่านเคาท์ แดร็กคูล่า (Charles Macaulay) เพื่อทำการเจรจาขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเวลานั้นการค้าทาสกำลังเป็นปัญหาใหญ่ของชาวอัฟริกัน ประชาชนจำนวนมากถูกจับไปเป็นทาสจนเจ้าชายอยากให้ท่านเคาท์ช่วยจัดการยุติปัญหานี้ ช่วยระงับ แจ้งกับประชาชนไม่ให้มีการค้าทาสอีกต่อไป

แต่ท่านเคาท์กลับไม่ยอมช่วยครับ แล้วยังจับตัวเจ้าชายมาดูดเลือด แล้วก็กักขังไว้ในโลงศพพร้อมสาปเอาไว้ว่าวันใดที่มีใครมาเปิดโลงนี้ออก วันนั้นเจ้าชายจะกลายเป็น แบล็คคูล่า จอมปีศาจดูดเลือดสุดอำมหิต

แล้ว 2 ศตวรรษต่อมาโลงดังกล่าวก็ตกไปอยู่ในมือของคู่เกย์คู่หนึ่งครับ พอพวกเขาเปิดเท่านั้นแหละ แบล็คคูล่าก็คืนชีพขึ้นมาและเริ่มทำการฆ่าคนอีกครั้ง

แล้วก็ตามสูตรของหนัง Dracula เลยล่ะครับ ที่จะต้องมีหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนคนรักของจอมผีดิบปรากฏตัวขึ้นเป็นนางเอก สำหรับเรื่องนี้ก็ได้แก่ ทีน่า (Vonetta McGee) สาวผิวดำที่หน้าตาเหมือนกับ ลูวา คนรักเมื่อหลายร้อยปีก่อนของเขาไม่มีผิด

ท่านแบล็คเลยทำทุกวิถีทางให้เธอกลับมาอยู่กับเขา ระหว่างนั้นก็ลงมือสังหารทุกชีวิตที่บังอาจมาขัดขวางความรักของเขาด้วย

แล้วใครเล่าจะสยบจอมผีดูดเลือดผิวดำตนนี้ลงได้

blacula1

หนังสูตรเดียวกับ Dracula น่ะแหละครับ แค่เปลี่ยนชุดตัวแสดงหลักๆ เป็นดาราผิวดำแทน ซึ่งก็ได้รสชาติอีกแบบนะครับ ความสนุกก็จัดว่าไม่เลว น่าติดตามและน่ากลัวใช้ได้ และไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะครับ แต่หนังสไตล์ Blaxploitation เนี่ย มักจะมีรสที่ต่างออกไปจากหนังฮอลลีวู้ด ไม่ว่าสไตล์การเล่าเรื่อง บรรยากาศในเรื่องก็จะอีกอารมณ์หนึ่ง การนำเสนอก็อาจจะเถื่อนกว่านิดๆ แรงกว่าหน่อยๆ ดนตรีก็จะออกแนวคนดำอยู่เหมือนกัน ประเภทเครื่องตีเน้นจังหวะแบบเร้าอารมณ์

ถ้าคนไม่คุ้นอาจจะแปลกๆ ครับ แต่ดูไปเรื่อยๆ คุณจะค่อยๆ สัมผัสถึงความกลมกล่อมสไตล์หนังคนดำเอง นั่นคือ ไม่ได้เนี๊ยบมากและอาจจะออกแนวลูกทุ่งๆ หน่อย แต่ก็ดูสนุกได้เหมือนกัน

ส่วน Marshall กับเจ้าของบทเจ้าชายดำจอมดูดเลือดก็ดูดีครับ มีเสน่ห์พอสมควร การวางตัวก็ดูมีอำนาจ และตามบทแล้ว ตัวเจ้าชายน่ะไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายแต่เริ่มหรอกครับ จริงๆ แกออกจะมีคุณธรรมด้วยซ้ำ แต่การที่ต้องกลายมาเป็นผีชั่วก็ด้วยอำนาจคำสาปของท่านเคาท์ แดร็กคูล่า ทำให้หน้าตาท่าทางของเขาหลายๆ ครั้งไม่ได้ฉายแววชั่วแบบเต็มร้อย ก็จัดว่าเขาสวมบทได้ดีล่ะครับ

ด้านนางเอกก็ได้ Vonetta McGee มาแสดงเป็นสองบท บทแรกคือลูวาคนรักเดิมของเจ้าชาย ส่วนอีกบทก็คือ ทีน่า สาวยุคปัจจุบันที่แท้จริงแล้วก็คือลูวากลับชาติมาเกิดนั่นแหละ เธอก็แสดงได้เรื่อยๆ ครับ แต่ถ้าถามว่าเด่นไหม ผมกลับเห็นว่าคนเด่นจริงๆ ก็คือ Marshall ส่วนคนอื่นๆ ออกแนวสมทบมากกว่า

blacula2

ผมชอบเมคอัพเอฟเฟกต์ด้วยนะครับ พวกหน้าตาของผีดูดเลือด หรือเหยื่อที่โดนดูดแล้วกลายเป็นผีเนี่ย สมองมาก ซีดๆ เขียวๆ น่ากลัวแท้ๆ ยิ่งไอ้ฉากที่พวกมันโผล่มาล้อมกรอบพวกตำรวจทีละตัวๆ เนี่ย สยองอย่างแรงเลยท่านเอ้ย ถ้าเป็นผมล่ะยอมโดดตึกหนีไม่อยู่แล้วตรงนั้นน่ะ ยังไงก็โดนมันรุมแหงมๆ แต่ตกตึกท่าจะทรมานน้อยกว่าโดนมันกัดน่ะครับ

หรือมีอยู่ฉากหนึ่งที่ผมว่าหลอนมากคือตอนที่หนึ่งในเหยื่อของแบล็คคูล่าลุกขึ้นมาแล้วก็พุ่งเข้าไปกัดคนดูแลห้องเก็บศพ ตากล้องก็ช่างคิดครับ เพราะเขาวางช็อตเป็นว่าผีตนนั้นวิ่งเข้ามาหากล้อง พร้อมแยกเขี้ยวใส่ ดูแล้วเหวอเอาเรื่อง

อีกจุดหนึ่งที่ผมชอบคือตอนท้ายครับ ที่แบล็คคูล่าตัดสินใจทำลงไปในฉากจบ ผมว่ามันสื่อได้ชัดดีนะว่าจริงๆ แล้วเขาไม่ใช่คนร้ายอะไรหรอกครับ ที่ทำไปโดยมากก็เพราะคำสาปเท่านั้นเอง ดูๆ ไปก็ออกจะน่าสงสารพี่แบล็คแกอยู่เหมือนกัน ทำให้ Blacula เป็นส่วนผสมที่น่าพอใจระหว่างหนังสยองแนวผีดูดเลือด + หนังรักรันทด + ชีวิตหน่อยๆ และตัวพี่แบล็คเองก็ไม่ได้แบนราบไร้มิติอีกด้วย

เป็นหนังผีดูดเลือดที่ไม่น่าผิดหวังครับ ดูได้เรื่อยๆ สยองใช้ได้ ไม่ยาวเกินไปด้วย และหนังยังมีดีกรีได้รางวัลด้วยนะครับ ได้รางวัลหนังสยองยอดเยี่ยมของ Saturn Award ซึ่งได้รับการบันทึกด้วยว่าเป็นหนังสยองเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลนี้ด้วยล่ะครับ

สรุปว่าไม่เลว สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements