รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Burning (1981), เชือดยกค่าย

62f21bc02ce965f2e501af54c64212d9

หนังเรื่องนี้เข้าฉายไล่ตามหลังหนังไล่เชือดอย่าง Friday the 13th แต่ถ้าไล่เรียงจริงๆ แล้ว The Burning นั้นมีการเตรียมงานเขียนบทอะไรเสร็จก่อนครับ เพียงแต่ถ่ายทำทีหลังเท่านั้นเอง แต่การเสร็จช้ากว่าก็ส่งผลเหมือนกันครับ เพราะใครๆ เลยพากันนึกว่าหนังออกมาตามกระแสศุกร์ 13

คนเขียนบทหนังเรื่องนี้ได้ผูกเอาตำนานเรื่องเล่าที่เด็กๆ ชอบเอามาเล่ากันรอบกองไฟแถบนิว เจอร์ซี่ย์แล้วก็นิวยอร์กตอนบนครับ ว่าด้วยผู้ดูแลแคมป์ขี้เมาที่โดนเด็กๆ แกล้งอย่างรุนแรงจนเกือบตาย ทำให้เขาผูกใจเจ็บและเสียสติ คอยไล่ฆ่าเด็กๆ ในแคมป์อย่างโหดเหี้ยม

แล้วเรื่องในหนังก็อิงจากตำนานนั้นแหละครับ ผู้ดูแลขี้เมา (Lou David) โดนเด็กๆ กลุ่มหนึ่งแกล้งโดยเอาหัวกะโหลกปักเทียนไปวางไว้ข้างเตียง กะว่าถ้าเขาตื่นขึ้นมาจะได้ตกใจ แต่ปรากฏว่าเรื่องกลับเลยเถิดครับ แกตกใจจริงแล้วก็สะดุ้ง มือไปปัดเทียนตกเตียง ซึ่งเตียงมันก็มีผ้ามีฝูกอันเป็นเชื้อไฟอย่างดี จนผู้ดูแลรายนั้นโดนไฟคลอกปางตาย… แต่ปัญหาคือเขาไม่ตายครับ เขาฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาลแล้วก็เดินทางกลับมาประจำแคมป์อีกครั้ง

… ไม่ใช่เพื่อดูแลเด็ก… แต่เพื่อแก้แค้นเด็กทุกคนที่อยู่ในนั้น

… ไม่น่าหาเรื่องเลย เด็กเอ้ยเด็ก

สไตล์หนังเพราะมาทีหลังศุกร์ 13 เลยโดนเอาไปเปรียบโดยปริยายครับ ซึ่งถ้าว่ากันโดยรวมๆ หนังโหดกว่าศุกร์ 13 มาก คนตายเกลื่อน หรือเจ้าผู้ดูแลนั่นตอนเผยโฉมช่วงท้ายก็สยองสุดขีดครับ ด้วยฤทธิ์เดชการเมคอัพของ Tom Savini ที่ยอมปฏิเสธหน้าที่ทำเมคอัพเอฟเฟคท์ให้ Friday the 13th Part 2 เพื่อมาทำเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยครับ นับว่าคุ้มอยู่เหมือนกัน สงสัยคงเพราะเรื่องนี้มันโหด มันมีเลือดสาดมากกว่าล่ะมั้งครับ พี่แกเลยอยากมาทำให้

ผมว่าก็ไม่ผิดหวังนะครับสำหรับคนชอบหนังแนวไล่เชือด แต่ถ้าพูดถึงลีลาการเล่าเรื่อง การเดินเรื่องผมว่าศุกร์ 13 จะทำได้ลื่นกว่าหน่อย ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่า แต่ในเรื่องนี้ตัวละครมันเยอะไปอย่างหนึ่งล่ะ จำหน้าไม่ค่อยได้เท่าไร ไม่รู้ใครตัวหลักตัวรอง หรือการตัดสลับเรื่องการลำดับเรื่องผมว่ามันไม่ใคร่จะต่อเนื่องนัก

และบางอย่างในเรื่องก็ออกจะไม่สมเหตุผลด้วย เช่น มีเด็กๆ หายไป (ก็โดนเจ้านั่นฆ่านั่นแหละ) หายไปทั้งคืน ดันไม่มีการตามหา ไม่มีการระวังภัยใดๆ ยังทำทุกอย่างตามปกติ คนดูแลก็แค่ถามว่าเห็นเด็กคนนั้นไหม เธอไปไหน แล้วพอถามเสร็จก็ไม่คิดจะค้นหา… แหม คนทั้งคนหายไปนะครับ โธ่

สรุปว่าถ้าคุณชอบหนังสยองไล่เชือดก็ไม่ผิดหวังหรอกครับ ดูได้เรื่อยๆ สยองพอดู เน้นสยองเข้าว่าเลยล่ะ หลายฉากทำได้น่ากลัวดี อย่างตอนที่เด็กกลุ่มหนึ่งพายเรือไปกลางลำน้ำแล้วเจอเจ้านั่นโผล่มาเชือดทีละคน ช่วงนั้นสยองดีมากครับ แต่ก็เหมือนจะเข้าท่าจริงๆ แค่ฉากเลือดสาดเท่านั้นเอง

ส่วนเนื้อหาความไม่สมเหตุผลก็ทำใจนิดๆ แล้วกันครับ เสพแต่ความน่ากลัวเป็นหลักก็น่าจะโอเคแล้วล่ะครับ

เกร็ดเล็กน้อยของหนังก็อย่างเช่น นี่เป็นงานเขียนบทของ Harvey Weinstein ผู้ก่อตั้ง Miramax Films ครับ และนี่ก็ถือเป็นงานชิ้นแรกในโลกภาพยนตร์ของเขา ทั้งเขียนบทและอำนวยการสร้างด้วย ก็เป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่งของคนทำหนังน่ะครับ ส่วนมากมักเริ่มไต่เต้าจากงานหนังสยองขวัญ เพราะมันเจาะกลุ่มตลาดได้ง่ายกว่า สำหรับยุคนั้น แล้วช่วงนั้นหนังสยองไล่เชือดกำลังบูมด้วย

นอกจากนี้หนังยังมีดารานักแสดงที่ยังไม่ดังในตอนนั้น แต่มีชื่อเสียงแล้วในตอนนี้ร่วมแสดงไว้หลายคน เช่น Holly Hunter ที่ผมมาปรากฏตัวในบทเล็กๆ, แล้วก็ Jason Alexander ที่มาดังอย่างมากจากซีรี่ส์ Seinfeld และ Fisher Stevens ที่ต่อมาก็มีชื่อไปพอตัวจากการแสดงนำใน Short Circuit ทั้งสองภาค

แต่โดยส่วนตัว ผมว่า Friday the 13th ลงตัวกว่าแฮะ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements