รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Picture Perfect (1997) พิคเจอร์ เพอร์เฟ็ค เติมหัวใจให้เต็มฝัน

1380045685

ช่วงนี้ดูละคร “ต้นรักริมรั้ว” แล้วก็รู้สึกคุ้นเล็กๆ กับพล็อตที่ว่าด้วยนางเอกต้องแต่งงานหลอกๆ เพื่อความก้าวหน้าในเรื่องงาน พอนึกไปนึกมาก็ถึงบางอ้อครับ เราคุ้นมาจากหนังเรื่องนี้นี่เอง

เคท มอสลี่ย์ (Jennifer Aniston) สาวเก่งที่ทำงานให้กับบริษัทเมอร์เซอร์ แอดเวอร์ไทซิ่งมานาน แต่ก็ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งกับเขาเสียที เหตุผลก็เพราะเบื้องบนเห็นว่าเธอยังไม่มั่นคงสำหรับบริษัทพอครับ เนื่องจากเธอยังไม่ได้แต่งงาน ซึ่งคนที่ยังไม่มีพันธะเป็นหลักแหล่งแบบนี้อาจตัดสินใจย้ายไปทำงานที่อื่นเมื่อไรก็ได้ ดังนั้นบริษัทจึงไม่อยากเลื่อนตำแหน่งให้เสียเปล่า

ในที่สุดเคทจึงตัดสินใจหาคู่หมั้นอุปโลกน์ที่ชื่อ นิค (Jay Mohr) ขึ้นมา ประกาศว่าเขาและเธอจะแต่งงานกันแน่นอน แต่ทีนี้ปรากฏว่าในที่ทำงานของเธอก็มีหนุ่มรูปงามนามว่าแซม เมย์แฟร์ (Kevin Bacon) มาทำให้เคทใจสั่นหวั่นไหว เอ แล้วแบบนี้เคทจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปดีหนอ เพราะนายนิคที่เป็นแฟนหลอกๆ นั้นก็ห่วงใยเธอไม่น้อยเหมือนกัน

คือ… ผมจะไม่พูดว่าพล็อตมันเหมือนกับต้นรักริมรั้วตรงไหนบ้างน่ะนะครับ เอาเป็นว่าข้ามๆ ไป ขอพูดถึงตัวหนังล้วนๆ แล้วกัน ก็เป็นหนังโรแมนติกผสมตลกที่ดูได้เพลินๆ ในระดับหนึ่งครับ ผมว่า Aniston ในเรื่องนี้เธอฉายเสน่ห์ดีมาก ส่วน Bacon ก็หล่อเท่ห์ได้ใจไม่น้อย แต่คนที่ผมชอบมากๆ ต้องยกให้ Mohr ครับ พี่ท่านแสดงเป็นคู่หมั้นหลอกๆ ที่แอบรักนางเอกจริงๆ ได้อย่างน่าปรบมือ จนอดไม่ได้ที่จะเชียร์และเขาได้ลงเอยกับเธอ

เรื่องดารานั้นหายห่วงครับ แสดงได้ดี แต่หนังจะพร่องไปบ้างในส่วนของบทที่อยู่ในระดับพอเพลิน แต่ยังไม่ถึงกับสนุกมากมาย ความโรแมนติกยังไม่ถึงขีด จุดที่ถือว่าน่าพอใจหน่อยคืออารมณ์ขันน่ะครับ Aniston เธอทำอะไรโก๊ะๆ ได้น่าพอใจ (บางช่วงดูแล้วนึกถึงบทราเชลในซีรี่ส์ Friends ที่เธอแสดง)

อันที่จริงบทสรุปของหนังนั้นเราพอเดาได้อยู่แล้วครับ ทำให้เนื้อเรื่องช่วงตรงกลางค่อนข้างสำคัญครับ เพราะถ้าทำไม่สนุกก็จบกัน แต่ก็อย่างที่บอกครับหนังได้พลังดารามาช่วย ในขณะที่ตัวบทยังมีจุดน่าสนใจไม่มากนัก

แต่หนังก็สะท้อนความจริงที่น่าสนใจหลายอย่างครับ เช่น บริษัททุกวันนี้หลายแห่งก็เป็นแบบนี้จริงๆ ครับ จะมองว่าคนที่แต่งงานแล้วคือคนที่มีพันธะ มีภาระต้องดูแลครอบครัว ดังนั้นเขาจะเลือกงานมากไม่ได้ ซึ่งคนแบบนี้มีโอกาสทำงานที่เดิมไปเรื่อยๆ มากกว่า (เพราะความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ) แต่กับคนโสดบางทีก็ถูกมองว่าคล่องตัวในการย้ายงาน ไม่มีพันธะมากก็ไม่ต้องกังวลหรือคิดอะไรมากหากจะโฉบไปทำงานที่อื่น จึงมักจะมีผลสืบเนื่องทำให้ไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เพราะลองว่าตำแหน่งสูงขึ้นความรับผิดชอบก็ย่อมมากขึ้น และถ้าคนที่ทำงานระดับสูงๆ ไม่มั่นคง (หรือไม่มีความจำเป็น) ในการทำงานที่เดิม พอคนนั้นได้ตำแหน่งแล้วย้ายไปที่ใหม่ (บางเจ้าใช้ตำแหน่งใหม่ที่ได้จากบริษัทเก่า ไปต่อรองเงินเดือนกับบริษัทใหม่ก็มี) เช่นนั้นบริษัทก็ย่อมเกิดความเสียหายตามมาได้ เรียกว่าบางทีเรื่องนี้ก็ต้องมองทั้งมุมของคนทำงานและบริษัทไปในคราวเดียว

ส่วนประเด็นเรื่องความรักนั้น จริงๆ มันออกแนวสูตรสำเร็จน่ะครับ ลงท้ายแล้วคนที่เป็นพระเอกตัวจริง ที่รักนางเอกจริงๆ ดูแลและดีต่อเธอเสมอไม่ว่ายามไหนก็ย่อมได้ชนะใจเธอไป แต่ในโลกความจริงนั้นบางครั้งเรื่องก็ไม่สวยงามเช่นนั้นเสมอไป หนุ่มหลายคนทำดีกับผู้หญิงที่รัก แต่กลับถูกหลอกใช้ก็มี หรือไม่ก็ถูกเมินใส่ก็มี หรือกับฝ่ายหญิงก็เหมือนกันครับ บางครั้งทำทุกอย่างเพื่อชายที่รัก แต่กลับถูกผลักไสหรือต่อให้ไม่ผลักไสก็ปฏิบัติต่อเธออย่างไม่เหมาะสม ไม่คู่ควรกับที่เธอทำสิ่งดีๆ ให้ตั้งมากมาย

จริงๆ หนังโรแมนติกที่มีเนื้อเรื่องแบบนี้ จบแบบ Happy แบบนี้มักถูกแซวว่าเป็นหนังชวนฝันสูตรสำเร็จ แต่โดยส่วนตัวแล้วหนังมันสะกิดให้เราคิดตามนะครับ ว่าหากเราเลือกที่จะใช้ชีวิตกับคนที่รักเรา ทำทุกอย่างเพื่อเรา ส่วนเราก็ตอบแทนเขาด้วยการทำสิ่งดีๆ นั่นก็นำชีวิตที่ Happy มาสู่ Ending ได้ แต่ก็นั่นล่ะครับ ในโลกความจริงมันมีปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่าง จนไม่ใช่เรื่องแปลกที่บทสรุปแห่งรักในชีวิตจริงของคนมากมาย จะไม่จบลงแบบสวยๆ อย่างนี้

ครับ ถือเป็นหนังขายเสน่ห์ Aniston ตอนยังพริ้งครับ ตัวหนังพอเพลิน แต่ก็ไม่ถึงกับ “ต้องดู”

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements