รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Eyes of Laura Mars (1978) เลนซ์มรณะ

eyes-of-laura

จู่ๆ ตากล้องสาว ลอร่า มาร์ส (Faye Dunaway) ก็มีดวงตาเชื่อมกับฆาตกรโหด ทำให้เธอเห็นว่ามันกำลังลงมือฆ่าใคร เธอจึงรีบติดต่อกับตำรวจเพื่อช่วยในการสืบหาตัวคนร้าย โดยหวังว่าการไขคดีจะสำเร็จก่อนจะเกิดคดีฆ่าครั้งต่อไป และที่สำคัญอีกอย่างก็คือ ก่อนมันจะสาวมาถึงตัวเธอ

ความน่าสนใจอยู่ของหนังเรื่องนี้ก็คือ นี่เป็นงานเขียนบทของ John Carpenter ก่อนที่เขาจะโดดมากำกับหนังสยองสุดอมตะอย่าง Halloween จนโด่งดังน่ะครับ โดยแรกเริ่มเดิมทีเขาเขียนบทหนังที่ชื่อ Eyes ขึ้นมา เนื้อหาก็เป็นแนวลึกลับสืบสวนสไตล์อิตาเลี่ยนที่จะมีการหักมุม มีความน่ากลัว และปมลึกลับสอดแทรก อีกทั้งไม่ลืมปมดราม่าเล็กๆ น้อยๆ ของตัวละคร

แนวที่มีสไตล์แบบนี้มีชื่อเฉพาะว่า Giallo นั่นเองครับ ซึ่งหนังหลายเรื่องของ Lucio Fulci เจ้าพ่อหนังนองเลือดของอิตาลี่ก็มีสไตล์แบบนี้แทบทั้งนั้น

ถ้าว่ากันถึงบทหนัง หากมาดูในยุคนี้เราอาจรู้สึกเฉยๆ ไปแล้ว เพราะหนังแบบนี้มีเยอะมากทั้งเกรดเอ เกรดบี แต่สมัยก่อนสำหรับหนังอเมริกันแล้วมีไม่เยอะ ครับ ดังนั้นหนังเรื่องนี้ถือว่าสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการในตอนนั้นได้พอสมควร

สำหรับเรื่องนี้ก็ได้ Irvin Kershner กำกับครับ ก่อนที่เขาจะได้ไปทำ The Empire Strikes Back ในเวลาต่อมา ซึ่งกับหนังเรื่องนี้ก็ถือว่ามีดีในการเล่าเรื่องครับ น่าติดตาม ส่วนการทิ้งปมอาจไม่ถึงกับชวนลุ้นมากมาย แต่ก็ถือว่าสนุก ได้รสเขย่าขวัญกำลังดี เรียกว่าน่ากลัวในระดับพอประมาณสำหรับอเมริกาครับ แต่ยังเทียบอิตาลี่ไม่ได้ เพราะอันนั้นมันจะมาแหวะหนักหนากว่านี้มาก

หนังยังได้ Tommy Lee Jones สมัยหนุ่มแสดงเป็นพระเอกด้วยนะครับ ร่วมด้วย Brad Dourif และ Raul Julia เรียกว่าดาราในเรื่องฝีมือดีเลยล่ะครับ โดยเฉพาะ Dunaway ที่แสดงได้ดี หนังน่าติดตามมากก็เพราะเธอนี่แหละ เวลาเห็นภาพฆาตกรลงมือผ่านตาของเธอทีไร ก็ทำหน้าตาได้ผวาแบบสมจริงเหลือเกิน

อีกหนึ่งจุดเด่นของหนังก็คือ หนังมีเพลงประกอบที่ฮิตมากในยุคนั้นครับ ได้แก่เพลง Eyes of Laura Mars หรือ Prisoner ที่ป้า Barbra Streisand ร้องไว้แบบไพเราะมากทีเดียว

ก็ถือเป็นหนังฆาตกรรมแบบซ่อนเงื่อนอีกเรื่องที่ทำได้สนุกไม่เลวครับ เพียงแต่จังหวะการเดินเรื่องอาจเอื่อยไปบ้าง ถ้าทำได้เร่งเร้าออกรส ตัดโน่นนี่ที่รุงรังออกไปสักหน่อย หนังคงสมบูรณ์แบบกว่านี้ ซึ่งผมว่าลุง John Carpenter แกก็คงได้เรียนรู้จากบทหนังเรื่องนี้เยอะเหมือนกันล่ะครับ ทำให้เขาเห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของหนังสยองแนวไล่เชือด (หรือ Giallo) จนทำให้เขากลับไปปั่นบทใหม่ คั้นเอาแต่จุดเด่นใส่ลงไป จนได้ออกมาเป็น Halloween

สำหรับเรื่องนี้ สองดาวบวกครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements