รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Mommy Market (1994) เสกคุณแม่ให้สมใจนึก

1377749173

หลายสัปดาห์ก่อนมีคนมาถามหาหนังเรื่องนี้พอดีครับ เลยถือโอกาสรีวิวรำลึกอดีตซะเลย เพราะหนังก็เก่าอยู่ครับ สมัยออกวีดีโอกับ CVD โน่น โดยที่หนังเรื่องนี้จะมีชื่อฝรั่ง 2 ชื่อครับ ชื่อแรกคือชื่ที่ใช้ในอเมริกา นั่นก็คือ Trading Mom ส่วนชื่อฝรั่งนอกอเมริกาจะใช้ว่า The Mommy Market ที่สื่อความหมายได้ชัดกว่าครับ

เนื้อหาว่าด้วยเด็กน้อย 3 พี่น้องอันประกอบไปด้วย อลิซาเบธ (Anna Chlumsky), เจเรมี่ (Aaron Michael Metchik) และ แฮร์รี่ (Asher Metchik) ที่ทุกคนต่างก็รู้สึกว่าแม่ของพวกเขานั้น (รับบทโดย Sissy Spacek) ไม่มีเวลาดูแลพวกเขาเลย วันๆ เอาแต่บ้างาน ยามพวกเขามีปัญหาแม่ก็ไม่ค่อยจะช่วย ทีนี้พอคิดไปคิดมาพวกเขาก็เกิดอยาก “เปลี่ยนแม่” ครับ อยากได้คุณแม่คนใหม่มาแทน

แล้วพอดีว่าพวกเขาไปได้ยินตำนาน “ตลาดมารดา” จากคุณนายคาเวอร์ (Maureen Stapleton) ที่อยู่แถวบ้าน เธอเล่าว่าหากเด็กๆ มีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะเปลี่ยนแม่แล้ว จะสามารถเดินทางไปที่ตลาดมารดาเพื่อเลือกแม่คนใหม่ได้ตามความต้องการ แล้วพวกเขาก็พบทางไปตลาดมารดาจริงๆ ครับ เลยลองเลือกแม่ใหม่มาซะเลย

เป็นหนังตลกสำหรับทุกคนในครอบครัวครับ ว่าตามจริงคือหนังอาจไม่ได้สนุกมากมาย แต่ดาราก็แสดงกันดี และแง่คิดที่หนังมีก็น่าสนใจด้วยครับ

จากพล็อตที่ผมเล่า คงพอเดาได้นะครับว่าในที่สุดแล้ว ต่อให้พวกเด็กๆ เปลี่ยนแม่กี่คนก็ตาม แต่พวกเขาก็จะยังไม่พอใจ แล้วในที่สุดพวกเขาก็จะนึกถึงแม่คนเดิม แม่ที่เลี้ยงดูพวกเขามา อันนำมาสู่แง่คิดง่ายๆ ครับ ว่าความรักในครอบครัวจะเกิดขึ้นได้ คนในครอบครัวก็ต้องปรับตัวเข้าหากัน ทั้งพ่อแม่และลูกๆ นั้นล่ะครับ บางครั้งเราก็ต้องสละความเป็นเราลงเพื่อคนอื่นบ้าง

อย่างในเรื่องนี้จริงๆ คุณแม่ของเด็กๆ นั้นไม่ใช่คนเลวร้ายหรอกครับ เธอแค่คุณแม่ลูก 3 ที่ต้องดูแลทุกอย่างเพียงลำพัง ต้องทำงานต้องหาเงินทำให้การดูแลลูกและการให้ความอบอุ่นลูกมีอันต้องบกพร่องไปบ้าง ซึ่งพอเรื่องเป็นแบบนี้แม่ก็ต้องปรับหาทางทำให้ลูกเข้าใจ และแบ่งเวลามาดูเวลาเจ้าพวกทะโมนตัวน้อยๆ เหล่านี้บ้าง

ขณะเดียวกันลูกๆ ก็ต้องเข้าใจแม่ว่าที่ไม่มีเวลาให้นั้นไม่ได้แปลว่าไม่รัก แต่เพราะความรับผิดชอบมันล้นพ้นตัวจริงๆ ซึ่งเรื่องแบบนี้พ่อแม่ก็ควรบอกให้ลูกเข้าใจ อย่าเพิ่งด่วนคิดไปว่าพูดไปก็เท่านั้น เด็กยังไม่รู้เรื่องหรอก เพราะความจริงแล้วหากเราอธิบายมากพอและนานพอเขาก็จะเข้าใจ แม้อธิบายหนึ่งครั้ง สองครั้ง หรือ 9 ครั้งแล้วยังไม่เข้าใจ ก็ไม่แน่ว่าลูกๆ อาจตระหนักเข้าใจได้ในครั้งที่ 10 ก็เป็นได้

จริงครับว่าการพูดเรื่องที่เด็กยังไม่รู้นั้น เขาอาจไม่เข้าใจ แต่สักวันเขาจะเข้าใจ ทว่าหากเราเลือกที่จะไม่พูด ไม่อธิบายอะไร แบบนั้นโอกาสที่จะเข้าใจก็ย่อมกลายเป็น 0 ทันที แล้วยังจะได้ช่องว่างระหว่างกันมาเป็นของแถมด้วย

ครับ หนังเรื่องนี้จริงๆ ก็ไมได้สนุกมาก แต่ผมชอบแนวคิด ชอบสาระดีๆ ที่หนังมี มันชวนให้เราคิดครับว่าจริงๆ แล้วแม่ที่ดีที่สุดในโลกอาจไม่มีก็ได้ครับ มีแต่ “แม่ที่พยายามจะทำในสิ่งที่ดีที่สุด” เท่านั้นเอง

ถ้าแม่ของเราพยายามแล้ว แต่ยังไม่ถูกใจเรา สิ่งที่ควรทำมี 2 แนวครับ นั่นคือการหันไปเข้าใจแม่ให้มาก พูดเปิดอกกับแม่ให้มาก หรือไม่ก็ควรลดความคาดหวังของเราลง

บางทีที่เรารู้สึกไม่พอใจพ่อแม่ อาจไม่ใช่เพราะท่านทำไม่ดีพอ แต่อาจเพราะเรานั่นแหละที่ไปตั้งความหวังความปรารถนามากจนเกินกว่าที่พ่อแม่จะให้เราได้… ลองพิจารณาดูนะครับ

เป็นหนังที่ไม่เลวครับ ไม่รู้ว่าจะมีใครทำแผ่นออกมาอีกไหม แต่ถ้ามีก็ลองดูกันได้ครับ อย่างที่บอกว่าไม่ถึงกับสนุกมากจนห้ามพลาด แต่มันสะกิดต่อมคิดในใจ โดยเฉพาะถ้าเราเคยไม่พอใจแม่ โกรธแม่ หรือฮึดฮัดกับแม่ยามที่แม่ไม่ทำอะไรตามใจเรา… คิดย้อนไปก็สงสารแม่เหมือนกันนะครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements