รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

My Soul to Take (2010) 7 ตาย ย้อนตาย

1369988349

แอบหวังในหนังเรื่องนี้ด้วยชื่อของ Wes Craven ที่คราวนี้นอกจากกำกับแล้วยังควบหน้าที่เขียนบทให้หนังตัวเอง ซึ่งเรื่องล่าสุดที่เขาควบ 2 ตำแหน่งนี้ก็คือ Wes Craven’s New Nightmare ภาคสุดท้ายของหนังนิ้วเขมือบฉบับเก่าที่ถือว่าดีรองจากภาคแรก แต่ไปๆ มาๆ ผลที่ได้กลับไม่สมดังหวังสักเท่าไรครับ

เมื่อเด็กอายุ 16 ปี จำนวน 7 คนที่เกิดวันเดียวกันกับวันตายของฆาตกรต่อเนื่องฉายา “นักเชือดแห่งริเวอร์ตัน” เริ่มถูกฆ่าตายไปทีละคน ทำให้พวกเขาต้องหาทางสืบหาความจริงว่าใครหรืออะไรกำลังไล่ฆ่าพวกเขา หรือมันจะเป็นเจ้านักเชือดแห่งริเวอร์ตัน!

ข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นแฟนหนังของ Craven มานาน คือพอจะทำใจล่วงหน้าได้ว่าหนังของเขาไม่ใช่จะเข้าเป้าทุกเรื่อง ผลงานของเขามีทั้งเรื่องที่ดีจนเป็นตำนานอย่าง A Nightmare on Elm Street หรือ Scream หรือเรื่องที่กลางๆ พอดูได้ The Serpent amd The Rainbow และ The People Under the Stairs ขณะเดียวกัหนังที่ทำออกมาแล้วทำเอาคนดูพูดอะไรไม่ออกอย่าง Cursed เขาก็เคยทำมาแล้วเหมือนกัน

กับเรื่องนี้เลยทำใจตั้งแต่ได้กระแสเชิงลบครับ พอดูก็เห็นจริงตามนั้น คือหนังอาจไม่ได้เลวร้ายมากมายหรอกครับ แค่มันเรื่อยๆ ไม่ได้สนุก ไม่ได้ลุ้นระทึกหรือน่าติดตามอะไร พล็อตแม้เหมือนจะใหม่แต่จริงๆ ก็คือหนังแนวเชือดที่เพิ่มเรื่องพลังเหนือธรรมชาติลงมา

แต่แม้หนังจะธรรมดายังไง อย่างน้อยลีลาการนำเสนอแบบ Craven ก็ยังคุมโทนหนังให้มีความสยองได้ในระดับหนึ่ง ยังคงเล่นกับแสงเงา ใช้ความมืดสร้างความหลอน หรือใช้มุขสร้างความตกใจโดยการเปลี่ยนผันสถานการณ์แบบกระทันหัน (หรือเรียกสั้นๆ ว่า “มุขตุ้งแช่!”) อะไรพวกนี้ก็ยังพอมีให้สัมผัสครับ และมันอาจจะพอสร้างความสะดุ้งให้กับคนขวัญอ่อนได้ แต่หากคนขวัญแข็งที่ผ่านหนังประมาณนี้มาเยอะก็อาจจะสรุปได้แบบไม่ยากเย็นว่า “ธรรมดาแต๊”

ระยะหลังมาเวลาดูหนังของผู้กำกับแนวสยองเก่าๆ แล้วผลที่ได้ไม่เข้าเป้าผมก็ชักจะชินแล้วครับ มันต้องมีบ้างเป็นธรรมดาที่คนทำหนังจะทำผลงานออกมาสนุกบ้าง แป๊กบ้าง อย่างเรื่องนี้แม้จะไม่ใช่งานดีๆ ของ Craven แต่อย่างน้อยเขาก็กลับมาพร้อม Scream 4 ที่ออกมาสนุก อร่อย กลมกล่อม สมชื่อ Craven ซึ่งส่วนหนึ่งที่หนังบางเรื่องออกมาไม่สนุก ก็อาจเพราะบทยังไม่ดีพอ เพราะเรื่องราวยังไม่น่าสนใจ เพราะลีลาการเดินเรื่องแบบที่ Craven คิดถ่ายทอดเรื่องราว อาจไม่เข้ากับตัวหนังเรื่องนี้ ฯลฯ มีเหตุผลร้อยแปดครับที่ทำให้ผลงานหนังสักเรื่องไม่สนุกอย่างที่ควรจะเป็น (หรือบางเรื่องก็เดาได้แต่แรกว่าไม่้น่าจะสนุก เพราะพล็อตและสารพัดองค์ประกอบมันไม่น่าจะได้ออกมาเป็นหนังสนุก)

ยอมรับครับว่าการที่เราคาดหวังเมื่อได้ยินชื่อผู้กำกับมันต้องมีกันบ้าง แต่ทุกวันนี้แม้จะหวังแต่ก็มาพร้อมการทำใจ ถ้าสนุกก็ดี แต่ถ้าไม่สนุกก็ไม่เป็นไร คิดเสียว่าไปนั่งฟังนั่งดูผลงานจากคนทำหนังที่เราคุ้นเคย ที่เคยทำให้ตาเราลุกวาว ทำให้เราสยองขึ้นหัว เหมือนไปทักทายมิตรสหายนั่นล่ะครับ

แต่ถ้าเรื่องไหนไม่สนุกก็คงต้องว่าตามจริงว่า ไม่สนุก

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5/10)

Advertisements