รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Only You (1994) บุพเพหัวใจคนละฟากฟ้า

1367427158

เฟธ (Marisa Tomei) คือหญิงสาวที่เชื่อในเรื่องพรหมลิขิตและคู่แท้ (Soul Mate) อย่างสุดๆ ครับ ซึ่งตอนเด็กๆ นั้นเธอเคยเล่นผีถ้วยแก้วกับน้องชาย พอถามว่าใครคือเนื้อคู่ของเธอ เจ้ากระดานนั่นก็ให้ชื่อออกมาเป็น “เดม่อน แบรดลี่ย์”

ครั้นพอโตขึ้นมาเธอก็ลองไปดูดวงกับหมอดูยิปซีในสวนสนุก ก็ให้บังเอิญที่แม่หมอเอ่ยชื่อ “เดม่อน แบรดลี่ย์” ออกมา พร้อมทำนายว่าเธอจะต้องมีสัมพันธ์รักกับชายชื่อนี้อย่างแน่นอน

แต่พอโตเป็นสาวเธอก็ยังไม่เจอนายเดม่อน แบรดลี่ย์แต่อย่างใดครับ จนเธอได้พบรักกับ ดเวนย์ (John Benjamin Hickey) คุณหมอรักษาเท้าผู้แสนดี และกำลังวางแผนจะแต่งงานกัน ทีนี้พอถึงอีก 10 วันก่อนพิธีวิวาห์เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของดเวนย์ครับ เขาฝากข้อความไว้ก่อนจะบินไปเวนิส พร้อมฝากชื่อเผื่อติดต่อกลับ และชายคนนี้มีชื่อว่า… เดม่อน แบรดลี่ย์

เท่านั้นล่ะครับเฟธกับเคท (Bonnie Hunt) เพื่อนสะใภ้ของเธอเลยรีบเดินทางไปสนามบินเพื่อเจอนายคนนี้สักครั้ง แต่เร่งขนาดไหนก็ไปไม่ทันครับ เดม่อนขึ้นเครื่องไปเวนิสแล้ว ทว่าเฟธเองก็ไม่ยอมแพ้ครับ ไหนๆ ดวงชะตาก็พาชายคนนี้เขามาในชีวิตแล้ว ลองตามไปเวนิสเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นเนื้อคู่เธอจริงๆ สักครั้งมันจะเป็นไร เฟธและเคทเลยตีตั๋วเครื่องบินด่วนเดินทางไปเวนิสทันที

เมื่อพวกเธอไปถึงก็เริ่มการตามหาเดม่อนครับ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับการตามหาผู้ชายที่รู้เพียงชื่อและนามสกุล ระหว่างนั้นเธอยังโดนชายอเมริกันคนหนึ่ง (Robert Downey Jr.) ตามตื้อพร้อมเสนอจะให้ความช่วยเหลือ แต่แน่นอนครับว่าเฟธไม่สนใจนายคนนี้หรอก จนกระทั่งเขาบอกว่า “ผมชื่อ เดม่อน แบรดลี่ย์ครับ”

เล่าเท่านี้ล่ะนะครับ เรื่องราวมันยังมีอะไรต่อเนื่องไปอีกเยอะ แต่ขอให้ไปสนุกกันต่อในภาพยนตร์ครับ

เป็นหนังโรแมนติกที่น่ารักมากอีกเรื่องหนึ่ง จุดเด่นอย่างแรกคือบรรยากาศงามๆ ของกรุงเวนิส ประเทศอิตาลีครับ หนังไปถ่ายทำสถานที่จริงซึ่งถ่ายทอดภาพออกมามีมนต์ขลังกำลังเหมาะ เข้ากับอารมณ์หนังอย่างยิ่ง ส่วนดนตรีของ Rachel Portman ที่แม้จะไม่ถึงกับยอดเยี่ยม แต่ก็ช่วยเสริมมนต์ขลังเล็กๆ อีกส่วนให้กับหนังได้

qhXZxM7WtnPev0IHsfpR9vPbiJo

จุดเด่นอย่างต่อมาคือดาราครับ Marisa Tomei สวยมาก น่ารักมาก ทรงเสน่ห์สุดๆ แสดงได้ดีครบเครื่องทั้งยามอาย ยามยิ้ม ยามดีใจ ยามเศร้า ยามตื่นเต้น และในยามต้องมนต์แห่งรัก แววตาเธอยอดเยี่ยมมากครับ จนทำให้คำครหาที่ว่าออสการ์ที่เธอได้รับจากบทแม่สาวปากตะไกรใน My Cousin Vinny นั้น ได้มาเพราะซองผลรางวัลจริงๆ หายไป เขาเลยประกาศแบบไม่ตั้งใจพิจารณา สำหรับผมข่าวนี้กลายเป็นข่าวลือไปเลยครับ เพราะเธอเล่นเรื่องนี้ได้ดีมากๆ และในสมัยนั้นตามปกติผมก็เหมือนผู้ชายทั่วไปที่ชอบผู้หญิงผมยาวน่ะนะครับ แต่ในเรื่องเธอไว้ผมสั้นได้เข้ามากๆ น่ารักจริงๆ ยิ่งตอนใส่ชุดแดงนั้นเสน่ห์ยิ่งเพิ่มไปกันใหญ่ เรียกได้ว่าบทนี้เหมาะกับเธอมากครับ โดยส่วนตัวผมว่าเหมาะมากกว่า Bridget Fonda ตัวเลือกแรกของบทนี้ซะอีกน่ะครับ

ส่วนพ่อหนุ่มไออ้อนแมน Robert Downey Jr. ก็ลื่นไปกับบทนี้ครับ ทั้งฮา ทั้งกะล่อน แต่ยามที่ต้องแสดงความจริงใจนี่ก็ถึงเครื่องนะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเพราะเขาน่ะแสดงดีมากแต่ไหนแต่ไรแล้ว และอีกคนที่ลืมไม่ได้ก็คือ Bonnie Hunt จอมขโมยซีนที่เล่นเรื่องไหนก็แย่งความเด่นได้เสมอ แค่เธอทำหน้านิ่งๆ แล้วพูดเนิ่บๆ นั่นก็เรียกความสนใจคนดูได้แล้วล่ะครับ และในเรื่องนี้เธอยังเป็นคนปล่อยมุขฮาอย่างได้ผลอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมี Joaquim de Almeida ในบทจิโอวานนี่ และ Billy Zane ซึ่งปกติ 2 คนนี้ชอบเล่นเป็นคนไม่ดีน่ะนะครับ แต่มาเรื่องนี้เล่นแนวขำ ซึ่งผลที่ออกมาก็นับว่าไม่เลว ยิ่งรายแรกนั่นเล่นบทหนุ่มทรงเสน่ห์ได้เข้าท่ากว่าที่คิดครับ

เป็นงานกำกับที่น่าพอใจอีกเรื่องของ Norman Jewison ที่ทำหนังได้หลายแนวเหลือเกินครับ แนวจริงจังอย่าง In the Heat of the Night ก็เอาซะได้ออสการ์หนังยอดเยี่ยมไปครอง หรือแนวโรแมนติกแบบนี้เขาก็เคยทำสำเร็จมาแล้วกับเรื่อง Moonstruck

หนังครบรสครับ ตลกก็มี โรแมนติกก็มา บรรยากาศของเวนิสก็สวยชวนฝันจนน่าพาคนรักเราไปเดินเล่นสักครั้งครา การเดินเรื่องก็ค่อนข้างเพลิน แม้จะไม่ถึงกับสมบูรณ์ในทุกจุด แต่ก็ถือเป็นหนังรักที่ดาราเล่นได้ดี จนช่วยกลบจุดอ่อนหลายๆ ส่วนของหนังลงไปได้

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements