รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Pottersville (2017) พ็อตเตอร์สวิลล์

25507844_1868591509838308_1402494552369353321_n

อีกหนึ่งหนังที่จริงๆ ผมว่าน่าสนใจนะครับ เนื้อเรื่องมันเหมาะแก่การทำให้เป็นหนัง Feel Good อย่างยิ่ง ส่วนดาราก็ถือว่ารวมคนฝีมือดีเอาไว้เยอะพอตัว ไม่ว่าจะ Michael Shannon, Judy Greer, Ron Perlman, Thomas Lennon และ Ian McShane

เหตุเกิดในเมืองพอตเตอร์สวิลล์ที่กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำอย่างแรงครับ เศรษฐกิจของเมืองตกสะเก็ดจนบางคนต้องตกงาน ส่วนร้านค้าต่างๆ ถ้าไม่เลิกกิจการก็ประกาศ Sale กระหน่ำ ตามท้องถนนของเมืองก็แทบจะไม่มีใครเดินด้วยซ้ำ

แล้วหนังก็แนะนำให้เรารู้จักกับเมย์นาร์ด กรีเจอร์ (Michael Shannon) เจ้าของร้านชำที่มีน้ำใจต่อชาวเมืองเสมอมา ใครไม่มีเงินเขาก็พร้อมจะให้ซื้อเชื่อ-ลงบัญชีเอาไว้ หรือหากใครต้องการให้ช่วยอะไร เขาก็พร้อมช่วยเหลือหากไม่เหนือบ่ากว่าแรง

แต่ทีนี้มีอยู่คืนหนึ่งครับที่เขาเกิดเมาแบบสุดๆ แล้วก็แต่งตัวเป็นลิงยักษ์ ออกไปเพ่นพ่านโดยที่เขาไม่รู้ตัว ทีนี้พอคนเห็นเข้าก็คิดว่านั่นคือ “บิ๊กฟุต” ทีนี้ชาวเมืองเลยแตกตื่น สื่อพากันกระพือข่าวนี้กันจนดังระดับประเทศ

ในที่สุดเมืองพอตเตอร์สวิลล์ก็ดังขึ้นมาครับ คนมากมายเดินทางมาเพื่อหวังว่าจะได้เห็นบิ๊กฟุต บางคนก็เดินทางมาไล่ล่ามันโดยเฉพาะ ซึ่งถ้ามองในแง่ดีก็คือเศรษฐกิจของเมืองมีเงินสะพัดขึ้น แต่เมย์นาร์ดเองก็ไม่รู้จะบอกความจริงออกไปดีไหม เพราะบิ๊กฟุตน่ะไม่มีหรอก มันคือเขานี่แหละที่แต่งตัวออกไปตอนเมาน่ะ

ตัวหนังนั้นออกมาในระดับกลางๆ ครับ แม้ดาราจะดี พล็อตเรื่องจะสามารถนไปต่อยอดให้เป็นหนังมีสาระได้ แต่หนังกลับไปเน้นความขำที่ไม่ค่อยขำเสียเยอะ จริงๆ ตอนแรกเปิดมาดีนะครับ เปิดให้เป็นสภาพของเมืองที่กำลังจะตาย แล้วก็เห็นน้ำใจของเมย์นาร์ด โทนมันกำลังดีทีเดียว

แต่พอเกิดเหตุตื่นบิ๊กฟุต หนังก็กลายเป็นหนังฮาๆ ป่วนๆ ชาวเมืองก็เป็นเจ็กตื่นไฟทำอะไรขำๆ กันมากมาย แล้วหนังก็ไปเน้นที่ตัวละครอย่าง บร็อก มาสเตอร์สัน (Thomas Lennon) นักล่าบิ๊กฟุตที่มาในเมืองเพื่อล่ามัน ซึ่งพี่แกก็เป็นตัวละครต๊องๆ ตามสูตรน่ะครับ ทำอะไรเพี้ยนๆ บ้าๆ บางทีก็ไร้สาระก็มี

นี่แหละครับคือจุดที่น่าเสียดาย เพราะกลายเป็นว่าตอนกลางๆ หนังไปเน้นที่ตัวบร็อกซึ่งผมก็รู้สึกนะว่า Lennon ก็พยายามเล่นให้มันต๊องเท่าที่ทำได้ แล้ว Perlman กับ McShane ก็กลายเป็นว่ามาร่วมขบวนตลกไปกับเขาด้วย ในขณะที่เรื่องความดี ความน่ารัก หรือความเสียสละของเมย์นาร์ดกลับกลายเป็นประเด็นรองไป (ทั้งที่มันควรเป็นหัวใจหลัก)

บอกตรงๆ ว่าเสียดายฝีมือของ Shannon มากๆ เพราะเขาเล่นดีนะครับ เล่นดีสุดๆ เพราะปกติเราชอบเห็นแกเล่นบทร้ายๆ โรคจิตๆ แบบ Man of Steel หรือใน Premium Rush แต่มาเรื่องนี้ทั้งสีหน้า แววตา และบุคลิกเขาดูเป็นคนที่เปี่ยมน้ำใจ อุดมความดีแบบเกินร้อย จนผมงงไปเหมือนกันว่าทำไมไม่เน้นที่ตัวละครเมย์นาร์ด (เน้นแค่ตอนต้นกับตอนท้ายน่ะครับ)

แต่หากมองแบบคิดเยอะๆ หน่อย ผมไม่แน่ใจว่าหนังตั้งใจสะท้อนสังคมหรือเปล่า เพราะหากพิจารณาดีๆ การที่หนังให้ตัวละครชาวเมืองคนอื่นๆ เป็นพวกตามกระแส เอาแต่อารมณ์ เห็นแก่ตน หรือไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพาย เอาแต่โทษคนอื่น มันอาจเป็นการสะท้อนเหตุผลว่า “เพราะอย่างนี้กระมัง เมืองถึงใกล้จะตาย”

ก็ลองว่าชาวเมืองเป็นแบบนี้ โทษกันไปมาแบบนี้ แทนที่จะทำเรื่องของตัวเองให้ดี หรือแทนที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน (แบบที่เมย์นาร์ดทำ) มันก็ไม่แปลกล่ะครับที่เมืองจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ มันเหมือนเมย์นาร์ดแทบจะเป็นคนเดียวในเมืองเลยที่ประคองชาวเมืองเอาไว้… ผมว่ามันสะท้อนความจริงได้เหมือนกัน ^_^

โดยรวมแล้ว หนังมีพล็อตตั้งต้นที่ดีครับ แต่การนำเสนอดันผ่าไปเป็นหนังตลกที่ความตลกมันแป๊กเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่เนื้อเรื่องส่วนของเมย์นาร์ด คือส่วนที่ผมชอบที่สุดในหนัง แต่น่าเสียดายอย่างแรงที่หนังไม่เลือกที่จะทำให้เป็นหนังดีๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม

แต่ประเด็นที่ชาวเมืองพอตเตอร์สวิลล์เป็นนั้น… ผมว่าน่าคิดจริงๆ นะ

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5/10)

 

Advertisements