Action

Primeval (2007) โคตรเคี่ยมสะพรึงโลก

115883418_1300x1733

วันนี้เกิดครึ้มๆ กรึ่มๆ เมื่อกลางวันก็ระดมแนะนำหนังแนวสัตว์โลกน่ารักไปซะหลายเรื่อง ตกค่ำเลยเดินผ่านร้านหนังเช่าเอาหนังแนวนี้มาดูซะเลย เพราะห่างหายไปนานครับ ไอ้ที่รีวิวน่ะดูนานแล้วทั้งนั้น

Primeval ก็ถือเป็นหนังมีระดับเหมือนกัน เพราะอิงจากเรื่องจริงมาสร้าง เรื่องของจระเข้ยักษ์ที่หนักกว่า 2,000 ปอนด์ (ราวๆ 907 กิโลกรัม) ลำตัวยาว 6 เมตรได้ (โอ้ แม่เจ้า ) ฉายาของมันคือ กุสตาฟ มีถิ่นฐานที่อาศัยในแถบลุ่มน้ำอัฟริกา ในเมืองที่ชื่อเบอรันดี ว่ากันว่ามันเขมือบมนุษย์ไปกว่า 300 คน

ล่าสุดมันได้ก่อการรับประทานเหน้าที่หญิงคนหนึ่งเข้าไป ทำให้ทางทีมข่าวเมืองนิวยอร์กจัดแจงส่งคนไปทำข่าว พร้อมทั้งหาทางเอาตัวกุสตาฟกลับมาเป็นๆ โดยนักข่าวที่ว่าคือนายทิม แมนฟรี่ย์ (Dominic Purcell) และตากล้องคู่ใจ สตีเวน จอห์นสัน (Orlando Jones) ตามด้วยสาวแกร่งอีกราย (Brooke Langton) ที่ไปเพื่อจับตาการทำงานของพวกเขา

ก็คิดดูแล้วกันว่าชาวอัฟริกาที่คอยสู้กับมันมาไม่รู้กี่สิบปียังปราบมันไม่ได้ แล้วฝรั่งตาน้ำข้าวจะไปจัดการมันได้หรือไม่?

เหตุหลักที่ผมเช่ามาคืออยากดูหนังกินคนสนุกๆ สักหน่อย ต่อให้ไม่สนุกอย่างน้อยก็น่าจะมีให้ตื่นเต้นบ้าง ซึ่งหนังก็ทำได้ไม่กี่ฉากครับ ประเภทคนว่ายน้ำอยู่ดีๆ ก็มีจระเข้โผล่พรวดขึ้นมาใส่หน้าจอให้สะดุ้งเล่น ก็เป็นมุขคลาสสิกไม่แพ้ฉากประเภทเงียบๆ แล้วผีโผล่มาแฮ่น่ะแหละ

ก็สารภาพตามตริง นอกจากโผล่มาขย้ำแบบไม่ตั้งตัวแล้ว ส่วนอื่นๆ ของหนังถือว่าน่าเบื่อเกือบทั้งสิ้น

หากท่านหมายมั่นจะได้ดูหนังคนต่อสู้กับจระเข้แบบเต็มเหนี่ยวแบบที่ Anaconda เคยปักหมุดไว้ก็เตรียมทำใจ เพราะหนังยาว 90 นาทีเรื่องนี้ พี่จระเข้มีบทบาทไม่ถึง 30% ด้วยซ้ำ นานๆ โผล่มาที คนอยากดูจระเข้ก็เตรียมผิดหวังไปตามๆ กัน

ส่วนเรื่อง Effect ก็ต้องทำใจเพราะมันไม่ได้ยอดเยี่ยมเท่าไหร่ ดูก็รู้ว่าแม็ตช์ภาพ

แล้วอีก 70% หนังเอาไปทำอะไรล่ะ? … ก็ไปอยู่กับพล็อตรองน่ะสิครับ

ปรากฎว่าหนังมีพล็อตรองใส่ไว้ด้วย นั่นคือการเอาเหตุการณ์ขัดแย้งระหว่างกลุ่มกบฏในอัฟริกามาใส่ลงไป (ประมาณที่เราเห็นใน Blood Diamond น่ะแหละ แต่เรื่องนั้นทำได้ดีกว่าไม่รู้กี่ร้อยพันเท่า) พวกพระเอกของเราก็ต้องมารับมือทั้งจระเข้และพวกกบฏที่โหดเหี้ยมฆ่าชาวบ้านเป็นผักปลา

แต่เหมือนทั้งจระเข้และพวกกบฏจะรู้งาน ฉากไหนกบฏโผล่มา แม้เหตุจะเกิดใกล้น้ำก็ไม่มีตัวบ้าอะไรโผล่มา หรือแม้จะโผล่ก็จะมาตอนที่พวกกบฏหมดฤทธิ์ไปแล้ว

เลยไร้ความกดดันใดๆ ไม่มีอารมณ์หนีกบฏปะจระเข้ทั้งๆ ที่สามารถทำให้มีได้

แต่ที่ออกจะขัดใจคือ ที่ผมเช่าหนังมาดูเนี่ย และที่พี่โฆษณาในตัวอย่างหนังเนี่ย มันบอกโต้งๆ ว่าผมกำลังจะได้เข้ามาดูหนังประเภท Anaconda ไม่ใช่เหรอ แล้วไหงพี่มีลูกแทรกแบบนี้ล่ะ

ที่แย่คือไอ้ที่พี่แทรกเข้ามาน่ะไม่ได้มีความน่าติดตามอยู่ซักกะตี๊ดเดียว!

เรื่องของพวกกบฏกลายเป็นส่วนเกินไปโดยปริยาย ยิ่งถ้าใครโชคร้ายดู Blood Diamond มาแล้วท่านจะหงุดหงิดอย่างแรง เพราะความดีความเข้มข้นมันคนละชั้นกัน

หรือหากจะมองอีกนัยหนึ่งว่าคนทำหนังอยากสื่อประเด็นว่า “คนร้ายกว่าจระเข้” แบบที่ 28 Days Later ถ่ายทอดว่า “คนร้ายกว่าซอมบี้” แต่ก็เปล่าอ้ะ ไอ้พวกกบฏนี่ตัวประกอบมีไว้ยืดเรื่องชัดๆ แล้วก็มีไว้ให้พระเอกนางเอกเจอวิบากกรรมมากขึ้นเท่านั้น

บู๊กับจระเข้อย่างเดียวน่าจะมันส์กว่าเป็นไหนๆ!

อีกอย่าง ใครก็ตามแต่ เจอจระเข้เป็นอันโดนขย้ำหมด หรือเขาจะสื่อว่าไม่มีสิ่งใดเอาชนะธรรมชาติได้ (นอกจากพระเอกและนางเอกหนัง?)

ถือเป็นหนังที่ดูแล้วไม่ประทับจิตอีกหนึ่งเรื่อง อยากดูจระเข้กินคนมันส์ๆ เป็นอันได้ผิดหวัง สู้ Anacondas: The Hunt For The Blood Orchid ยังไม่ได้เลย ขนาดเรื่องนั้นไม่ค่อยมีอะไรแล้วนะ

ที่ออกจะเสียหน้าหน่อยคือผู้กำกับ Michael Katleman ที่ดดดมานั่งเก้าอี้กุมบังเหียนหนังใหญ่เป็นหนแรก แต่ก็ไม่ใช่คนไร้ฝีมือ พี่ท่านผ่านงานซีรี่ส์มาสารพัด ไม่ว่าจะ L.A. Law, Beverly Hills 90210, The X-Files, ER, Dawson’s Creek, Dark Angel, Gilmore Girls, Taken, Smallville และ Tru Calling ดูสิครับประวัติยาว แต่มาทำหนังใหญ่ดันไม่มีอะไรให้ชมเลยสักกะอย่าง

Purcell มาแสดงเป็นพระเอก ส่วน Langton เป็นนางเอก รายหลังนี่สวยครับผมชอบมาตั้งแต่ตอนเล่นซีรี่ส์ The Net แต่ทั้งคู่ไม่ใคร่จะมีอะไรให้พูดถึงเท่าไหร่ แม้แต่ Jones ที่ปกติชอบขโมยซีนก็ยังนิ่งเกินไป คนที่ออกจะไว้ลายมีเพียง Jürgen Prochnow ในบทจอมพรานที่มาเพื่อปราบจระเข้

อยากดูหนังจระเข้กินคน ผมว่า Lake Placid ยังทำได้ดีกว่าครับ

ไม่ถึงสองดาวครับ

Star12

(5/10)

Advertisements