รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Void (2016) แทรกร่างสยอง

22789168_1810813735616086_3746331647810200415_n

เมื่อพิจารณาจากหลายๆ องค์ประกอบเกี่ยวกับหนังก็ทำให้รู้เลยครับว่าหนังเรื่องนี้เข้าทางผมแน่นอน ทั้งเรื่องแนวลึกลับผสมสัตว์สยองที่ชวนให้นึกถึง H.P. Lovecraft บวกเข้ากับสไตล์ของผู้กำกับ John Carpenter

แผ่นเรื่องนี้ออกไล่ๆ กับที่ Stranger Things ปี 2 มาพอดีครับ ซึ่งผมก็จัด ST ก่อน แล้วค่อยมาเก็บเรื่องนี้อีกที แต่ก็มีการเผื่อใจไว้ในระดับหนึ่ง เพราะแม้จะรู้ว่าเข้าทาง แต่จะชอบหรือไม่ก็ต้องดูตัวเต็มก่อนถึงจะรู้ได้

เรื่องเริ่มเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ แดเนียล คาร์เตอร์ (Aaron Poole) เจอชายคนหนึ่งบาดเจ็บนอนอยู่ข้างทาง ก็เลยพาชายคนนั้นไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ซึ่งตอนแรกก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรครับ แต่พอเวลาผ่านไปสักพักเรื่องไม่ปกติก็ทยอยเกิดขึ้น

ไม่ว่าคนที่จู่ๆ ก็คลั่งขึ้นมา หรือกลุ่มคนสวมชุดคลุมขาวชวนขนลุกที่มาป้วนเปี้ยนอยู่รอบโรงพยาบาล เหมือนกับมารอทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง จนทุกคนเริ่มขวัญเสีย แล้วไหนจะตัวประหลาดที่จู่ๆ ก็โผล่มาเพ่นพ่านในโรงพยาบาลอีก จนในที่สุดแดเนียลกับผู้รอดชีวิตก็ต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้ ก่อนจะมีเรื่องบ้าๆ เกิดตามมาอีก

แนวหนังถือว่าเวิร์กครับ เป็นแนวสยองขวัญลึกลับที่มีสิ่งเหนือธรรมชาติเป็นตัวร้ายหลัก ที่ผมเลือกใช้คำนี้ก็เพราะมันไม่ใช่แค่มีสัตว์ประหลาดไล่กินคน หรือแค่คนคลั่งมาไล่ฆ่าคนเท่านั้น แต่มันยังมีพลังบางอย่างแผ่อำนาจมาสร้างความน่ากลัวในโรงพยาบาลแห่งนี้ด้วย

ผมชอบองค์ประกอบพวกนี้ครับ ยอมรับว่าคนทำทำได้ถึงพอสมควรกับการเอาปีศาจสไตล์ของ Lovecraft มาผูกเป็นเรื่อง ซึ่งก็ขออธิบายเพิ่มนิดหนึ่งครับว่า Lovecraft คือนักเขียนนิยายสยองที่มีจุดเด่นคือ เขามักจะเล่าในเชิงว่า มีมิติอื่นอยู่ขนานกับโลกของเรา มิตินั้นก็มีสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงอาศัยอยู่ และพวกมันจ้องจะเข้ามายังโลกด้วยสารพัดวิธี (แต่ทุกวิธีล้วนสยองทั้งสิ้น)

ครับ แนวเรื่องผมชอบ สไตล์เรื่องผมก็ชอบ มันชวนให้นึกถึงหนังยุค 80 ของ Carpenter แบบ Prince of Darkness หรือ The Thing น่ะครับ แต่ถ้าให้พูดตรงๆ ก็คงต้องบอกว่าเรื่องนี้สไตล์เหมือน แต่ลีลาการเล่ายังไม่เด็ดเท่า Carpenter

จุดอ่อนอย่างหนึ่งของ The Void คือการเดินเรื่องที่บางทีก็ช้าเกินไป ทิ้งช่วงนานเกินไป ซึ่งจะต่างกับ Carpenter ที่อาจจะมีช่วงผ่อนหรือช่วงแช่กล้องอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็น Carpenter แล้ว ระหว่างการแช่กล้อง มันต้องมีลูกเล่น ไม่ว่าจะดนตรี หรือการเคลื่อนไหวบางอย่างของตัวละครหรือไม่ก็ของปีศาจ

ว่าง่ายๆ คือช่วงช้าของหนัง Carpenter มันช้าแบบไม่ช้า มันช้าแบบมีรายละเอียดให้เราเก็บ หรือไม่ก็ช้าเพื่อบิ้วอารมณ์ แต่กับเรื่องนี้ ช่วงช้าบางช่วงมันช้าจริงครับ นิ่งไปนิดจนผมสารภาพเลยว่าแอบสัปหงกโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน คือดูอยู่ดีๆ รู้ตัวอีกทีหัวเงกลงมาจนกระตุกตื่นน่ะครับ (555)

ดังนั้นความชอบผมเลยไม่สุด เพราะมันมีช่วงช้า แต่หากว่ากันถึงรายละเอียดอื่นๆ แล้วผมชอบครับ นอกจากพล็อตเรื่องและสไตล์อย่างที่บอกไปแล้ว ฉากก็เลือกมาดีครับ หนังไปถ่ายทำกันที่อาคารเรียนที่กำลังจะทุบทิ้ง ซึ่งมันดูวังเวงดีเหมืิอนกัน หรือฉากสยองเลือดสาดก็สาดได้ใจจริงๆ

ผมชอบซีนตอนไคลแม็กซ์นะ ตรง “สถานที่ที่เกิดพิธีกรรม” น่ะครับ ฉากนั้นออกแบบดีมาก คือมันดูน่ากลัว ดูโบราณ และมีความอลัง แต่มันเป็นความอลังที่ไม่มากจนเกินไป ออกแบบมาได้พอดี และฉากช่วงนั้นก็ทำได้ชวนขนลุกดี

โดยรวมแล้วผมโอเคครับ ชอบหลายอย่างเลย เพราะหนังแนวนี้มีออกมาไม่บ่อย (แต่บทจะบ่อยก็บ่อยเหมือนกัน อย่าง ST ก็ถือว่าเป็นแนวนี้ครับ) เป็นงานกำกับที่น่าพอใจของ Jeremy Gillespie และ Steven Kostanski คนแรกเคยทำงานฝ่ายกำกับศิลป์ ส่วนคนหลังก็เคยเป็นมือเมคอัพเอฟเฟคท์ครับ

สรุปว่าดูได้ สยองดี ไม่ผิดหวังครับ (เพราะลดความคาดหวังไว้แต่แรกครับ 555)

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

TheVoid_2-14-17_1-1

 

 

Advertisements