ซีรี่ส์แนะนำ Recommended

How I Met Your Mother Season 1 – 9 (2005 – 2014) แบบว่ากว่าพ่อจะเจอแม่

18879898_1649750818389046_1116899352173690823_o

ผมเพิ่งดูซีรี่ส์ชุดนี้จนจบปี 9 ไปเมื่อกี้เองครับ… จริงๆ ผมชอบซีรี่ส์ชุดนี้มาก ตีคู่กับ The Big Bang Theory เลยก็ว่าได้ และเวลาดูผมก็จะดูแบบไล่ๆ กับอเมริกาไม่นานนัก เพราะชอบน่ะครับ เลยติดงอมแงม พยายามดูให้เร็วทันใจที่สุดเท่าที่ทำได้

แต่การที่ผมกว่าจะดูจบ ก็หลังซีรี่ส์อวสานไปแล้วตั้ง 3 ปีก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ ครับ มันเพราะผมหยุดดูหลังรู้ตอนจบของซีรี่ส์นี้ ตอนนั้นรู้หลังดูจบปี 8 ไปหมาดๆ… บอกเลยครับว่าอย่างเฮิร์ต มันเฟลแบบบอกไม่ถูก จนส่งผลให้ผมหยุดดูไป 3 ปีเลย

แล้วผมก็ทำใจได้เมื่อไม่นานนี้ครับ เลยกลับมาดูให้จบ… ผลก็คือรู้สึกเฟล+เฮิร์ต+เฮ้ย+Here แต่โชคดีครับที่รู้สปอยล์หมดแล้ว พอถึงเวลาเลยพอทำใจได้อยู่ แต่มันก็เจ็บปวดรวดร้าวอยู่ดีนั่นแหละ 😣

ขอว่าถึงความทรงจำดีๆ ที่มีต่อซีรี่ส์ก่อนแล้วกันครับ คือมันเป็นซีรี่ส์ซิทคอมที่ทำออกมาได้สนุก ตลก ฮา แทรกความอบอุ่นเอาไว้อีกต่างหาก คือชวนให้คิดถึง Friends ครับ การได้เห็นกลุ่มเพื่อนมาคุยกัน ตบมุกกัน มาแก้ปัญหาร่วมกัน พอดูแล้วก็ทำให้นึกถึงเพื่อนของเรา ยามที่เรากับเพื่อนมีกันและกันคอยร่วมทุกข์ร่วมสุขอะไรประมาณนั้น

ตัวเรื่องก็สนุกดีครับ หลายช่วงที่ซึ้งก็ทำได้ดีด้วย พล็อตหลักๆ ว่าด้วยนายเท็ด โมสบี้ (Josh Radnor) กับเรื่องความรักของเขาและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเพื่อนอย่างมาร์แชล (Jason Segel), ลิลลี่ (Alyson Hannigan), บาร์นี่ย์ (Neil Patrick Harris) และเพื่อนใหม่ (ที่เขาหมายจะจีบเมื่อตอนแรกเจอ) อย่างโรบิน (Cobie Smulders)

แต่ละตอนก็ทำได้ฮาดีครับ การตบมุกยิงมุกถือว่าเข้าขากันดีมาก และคนที่สุดยอดสุดๆ ก็หนีไม่พ้น Harris ที่เป็นบาร์นี่ย์ได้เจ๋งโคตรพ่อ พี่แกคือสุดยอดชูรสของซีรี่ส์ก็ว่าได้ครับ และที่ผมค่อนข้างทึ่งคือจริงๆ เขาเป็นเกย์ครับ แต่เขาเล่นบทจอมเจ้าชู้ไล่จีบสาวได้แบบเนียนเกินร้อยจริงๆ

ผมชอบที่ซีรี่ส์นี้ผสมความตลก, โรแมนติก และดราม่าเข้าได้กันแบบลงตัว ตอนฮาก็ฮาครับ แต่ตอนไหนจะซึ้งจะหวานก็ถือว่าได้ผล และที่ชอบคือมันจะมีข้อคิดดีๆ ให้เรานำไปใช้ในการทบทวนชีวิตตัวเองอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเรื่องชีวิตคู่, เรื่องเพื่อน, เรื่องโอกาสที่หลุดลอยไป, เรื่องการเริ่มต้นใหม๋, เรื่องการให้อภัย ฯลฯ มีเยอะเลยครับ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมรักซีรี่ส์นี้มากมายทีเดียว

บอกได้เลยครับว่าใครชอบซีรี่ส์ซิทคอมดูคลายเครียด แล้วได้แง่คิดชีวิต หรือใครเหงาๆ แล้วอยากได้ซีรี่ส์ที่ทำให้เราหายเหงาล่ะก็ ต้องเรื่องนี้ครับ เพราะมันจะเหมือนก๊วนในหนังเป็นเพื่อนของเรา แวะมาป่วนมาฮาทำให้ความเหงาในใจเราคลายไป

หนังมีหลายช่วงที่ผมชอบครับ (หลายตอนถึงขั้น Make My Day) แต่ที่ผมชอบมากๆ คือยามที่มีการสรุปแง่คิดชีวิต หรือเอาความจริงของชีวิตมาพูด เช่น ตอนหนึ่งในปี 9 ที่ว่าด้วยแขกที่มางานแต่งงาน ที่หนังสะท้อนความจริงที่ว่า ทั้งแขกที่มางาน หรือกระทั่งคนที่เข้ามาข้องแวะในชีวิตเรานั้น สักวันก็ต้องแยกจากกัน ต้องห่างหายกันไป เพียงแต่เราไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไร

มันทำให้ผมนึกถึงชีวิตเราน่ะครับ หลายครั้งที่เราเจอใครบางคนแค่ครั้งเดียวแล้วก็ไม่ได้เจอกันอีก หรือเพื่อนของเราที่ตอนเรียนก็สนิทกันดี แต่พอถึงจุดหนึ่งเรากับเขาอาจต้องห่างกันไป เพื่อนบางคนเราเจอครั้งสุดท้ายตอนเรียนจบ เพื่อนบางคนเราเจอครั้งสุดท้ายตอนเลี้ยงรุ่น หรือกระทั่งงานเลี้ยงรุ่นเองก็ย่อมต้องมีครั้งสุดท้าย

… ไม่ต้องอื่นไกลครับ เพื่อนที่เรียนมหาลัยของผม เราไม่ได้เลี้ยงรุ่นมานานแล้ว เพราะต่างคนต่างก็มีชีวิตของตน เวลาว่างก็ไม่ตรงกัน ฯลฯ หรือบางคนก็ได้เจอล่าสุดตอนงานแต่งของผมนั่นแหละ… ผมไม่มีวันรู้จริงๆ นะ ว่าตอนไหนที่จะเป็นทางแยกของชีวิตระหว่างเรากับคนอื่นๆ ตอนไหนที่จะเป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายของชีวิต… และซีรี่ส์นี้ สามารถจับรายละเอียด (ทั้งเนื้อหาและอารมณ์) ของแง่มุมชีวิตเหล่านี้ มาบอกเล่าได้อย่างดี แบบที่ผมไม่ค่อยได้เห็นในซีรี่ส์ไหนๆ ครับ (จุดนี้ แม้กระทั่ง Friends หรือ The Big Bang Theory เองก็ไม่มีนะ)

แต่รู้อะไรไหมครับ… ผมเฮิร์ตตอนอวสานจริงๆ นะ มันทำให้ผมกุมขมับเลยน่ะ นี่ขนาดรู้แล้วนะว่ามันจะลงเอยยังไง แต่การสรุปจบแบบนี้มันปวดใจ เหมือนผมโดนหลอก และมันทำให้เรื่องราวในหลายๆ ตอน (โดยเฉพาะช่วงปี 8 ทั้งหมด) กลายเป็นเรื่องเสียเปล่าไปเลย

++++++++++++++++++
+++สปอยล์ครับ+++
++++++++++++++++++
++++++++++++++++++
++++++++++++++++++

ผมเซ็งมากครับพี่น้อง คือปี 7 – 8 นี่ซีรี่ส์ทำให้เราเชื่อนะว่าบาร์นี่ย์จะหยุดเจ้าชู้และหันมารักโรบินแบบจริงจัง คือผมเชื่อไปแล้วอ้ะ แต่จู่ๆ จบแบบให้พวกเขาแยกทางกัน! คือผมเข้าใจนะว่าโลกความจริงหรือชีวิตจริงน่ะ มันต้องมีการหย่าร้างหรือความไม่สมหวังอยู่แล้ว บทสรุปแบบนี้มันก็เป็นไปได้ อันนี้ผมไม่เถียง

แต่ผมติดซีรี่ส์นี้งอมแงมเพราะมันทำให้ผมมีความสุข ผมเชื่อว่าถ้าผมยังโสดอยู่ก่อนดูซีรี่ส์นี้ ผมก็จะดูด้วยความหวังว่าจะได้เจอรักดีๆ ในวันหนึ่ง คือบางครั้งเราไม่อยากได้ความจริงหรอกครับ เพราะเราเจอมันอยู่บ่อยๆ ไม่จากคนใกล้ตัว ไม่จากละครไทย ก็จากฟีด Facebook ที่ขนาดผมกดเลือก “ไม่สนใจฟีดนี้” แล้ว มันก็ยังขึ้นมาอยู่ดี

ที่ผมดู HIMYM ก็เพราะผมอยากพัก “โลกจริง” มาลัลล้าใน “โลกซิทคอม” ไงครับ แต่พวกพี่มาจบแบบนี้ ใจมันเศร้านะ

แต่ที่ผมเฮิร์ตสุดคืออะไรรู้ไหมครับ… ผมโกรธมากที่ทีมงานให้ตัวละคร “แม่” มาตายเอาตอนจบน่ะ

ผมบอกเลยครับว่าผมรักตัวละครนี้มาก ผมรัก เทรซี่ (แม่ของลูกเท็ด) แบบหมดหัวใจ เพราะเธอน่ารัก เธอมีเสน่ห์ เธอมีอารมณ์ขัน เธอมีความจริงใจ และที่สำคัญคือเธอดูเป็นตัวละครที่มีสติที่สุดในซีรี่ส์นี้ก็ว่าได้ คือเธอครบเครื่องมากๆ น่ะครับ ซึ่งผมว่าทีมงานก็คงตั้งใจสร้างตัวละครนี้ให้ออกมาดีแบบนี้ด้วยนั่นแหละ

ยอมรับนะครับว่าก่อนจะได้เจอเทรซี่ ผมแอบเชียร์วิคตอเรีย (Ashley Williams) นะ คือผมว่าผมชอบเธอที่สุดแล้ว (ซึ่งก็สอดคล้องกับความจริงที่ว่า ทีมงานได้สร้างวิคตอเรียให้เป็น “คุณแม่ตัวสำรอง” ประมาณว่าถ้าซีรี่ส์ต้องเลิกสร้างกระทันหัน และไม่มีเวลาปูพื้นสำหรับคุณแม่ตัวจริง ก็จะเอาวิคตอเรียนี่แหละ เป็นแม่ของลูกเท็ดไปเลย) แต่พอเจอเทรซี่นี่ผมหมดข้อกังขาเลย ผมเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าเท็ดเกิดมาเพื่อคู่กับเทรซี่จริงๆ

Cristin Milioti แสดงได้แบบสุดยอดครับ เธอเล่นน้อยแต่ได้ใจมากๆ เรียกได้ว่าผมสนใจเธอมากกว่าตัวละครหลักซะอีก (ตอนปี 9 ที่เธอปรากฏตัวนั้น ตัวละครหลักดูเสน่ห์ลดลงครับ แต่เทรซี่จัดว่ามาวิน ดูเด่นมากๆ จนผมอดไม่ได้ที่จะรักเธอ และไม่แปลกใจเลยหากเท็ดจะรักเธอ)

ผมยังจำตอน The Time Travelers ได้ ฉากที่เท็ดเดินไปหา “ภรรยาในอนาคต” ที่อพาร์ตเมนท์ มันคือฉากที่ผมรับประกันว่าคนที่เคยเหงาทุกคนต้องโดน ผมยังเคยเลยครับ เมื่อสมัยตอนยังไม่มีภรรยา ผมเคยตั้งคำถามว่าฉันจะเจอคนที่ใช่ไหม ฉันจะเจอเมื่อไร ฉันต้องทำยังไงถึงเจอ ใครก็ได้บอกทีเถอะ ฉันจะร้องไห้อยู่แล้ว

… ฉันอยากบอกให้ใครสักคนรู้ว่าฉันเหงาจับใจ เหงาจนหมดแรง ได้โปรด ใครก็ได้ช่วยบอกฉันทีว่ายังมีใครบางคนรอให้ฉันไปมอบความรักให้กับเขา และเราจะเติมเต็มให้กัน เราจะหัวเราะด้วยกัน เราจะร้องไห้ด้วยกัน เราจะสร้างความทรงจำแต่ละบทของชีวิตนับแต่นี้ด้วยกัน

โดยส่วนตัวผมว่าตอน The Time Travelers คือตอนโหมโรงทางอารมณ์ (ไปสู่เรื่องราวใดเรื่องราวหนึ่ง) ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยดูซีรี่ส์มาก็ว่าได้ มันบิ้วจนผมน้ำตาไหลออกมาเลย (ลองชมได้ที่นี่ครับ https://www.youtube.com/watch?v=UPGq9JtjlBc)

สำหรับท่านที่ชอบตอนจบแบบนี้หรือไม่คิดมากอะไรกับตอนจบแบบนี้ ผมก็อยากแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะเชื่อเถอะว่าผมไม่อยากให้ความรู้สึกเฮิร์ตๆ แบบนี้ไปเกิดกับใครหรอก ถ้าท่านชอบหรือโอเคก็ดีแล้วครับ แต่ยังไงก็ขอพื้นที่ให้คนเฮิร์ตๆ แบบผมได้ระบายสักหน่อยน่ะนะครับ ไม่งั้นอึดอัดตาย… แค่นี้ก็จะแย่แล้วเนี่ย

สรุปนะครับ ผมชอบ 8 ปีแรกของซีรี่ส์นี้ ส่วนปี 9 ผมว่าพลังมันลดลงไปหน่อย ส่วนหนึ่งเพราะเหตุการณ์มันซ้ำอยู่สถานที่เดียวนานเกินไป บางช่วงก็ทำเอาเบื่อเหมือนกันครับ แต่ดีที่ตอนหลังๆ เริ่มทำคะแนนตีคืนมา แต่ก็มาทำให้หัวใจผมเดาะเพราะตอนจบนี่แหละ

… แต่ก็นั่นล่ะครับ ผมยังรักซีรี่ส์นี้อยู่ดี ^_^

และเท่าที่ทราบมา Carter Bays กับ Craig Thomas ก็โดนแฟนๆ รุมจนอ่วมครับ จนพวกเขาต้องทำ Alternate Ending ออกมาอีกที สำหรับผมแล้ว ถือว่ามันช่วยได้เยอะนะ และผมไม่ถือว่านี่เป็น Alternate Ending แต่เป็นตอนจบจริงๆ ในใจผมไปเรียบร้อย

สามดาวครับ

Star31

(8/10)

 

Advertisements