รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Insidious: The Last Key (2018) วิญญาณตามติด กุญแจผีบอก

26678595_1895411253823000_3383581273105352686_o

พอดูหนังจนจบ ผมพบว่าตัวเองอมยิ้มตลอดการรับชมหนังเรื่องนี้เลยครับ ^_^ จู่ๆ มันเกิดอารมณ์ปลื้มปิติกับการที่ได้มาเห็น Lin Shaye ได้รับบทนำแบบเต็มตัว และที่สำคัญคือเธอสามารถแสดงบทนี้ได้อย่างดีอีกด้วย

โอเค มาว่ากันทีละประเด็นน่ะนะครับ นี่คือภาคต่อลำดับที่ 4 ในชุดของ Insidious แต่หากว่ากันตามไทม์ไลน์แล้วก็ถือเป็นลำดับ 2 โดยเรียงจากภาค 3 ก่อน ต่อด้วยภาคนี้ ในขณะที่ภาคแรกและภาค 2 ก็เป็นเหตุการณ์หลังจากภาคนี้ไป

ถ้าพูดถึงความสยอง ก็ถือว่ามาเรื่อยๆ ครับ แต่มันไม่ได้ประทับจิตโดนใจเท่า 2 ภาคแรกที่มาครบทั้งความสยอง ความลึกลับ ไหนจะปมดีๆ กับการหักมุม และที่ขาดไม่ได้คือ “มิติหลอน” ที่ตัวละครต้องไปเผชิญกับผีร้าย ซึ่งใน 2 ภาคแรกทำอะไรเหล่านี้ได้ดีกว่า

ส่วนภาคนี้ผมว่าพอๆ กับภาค 3 ครับ คือมันจะมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันนิดนึง แต่พอเอามาหักกลับลบแล้ว ก็รู้สึกว่าพอๆ กัน ซึ่งสำหรับภาค 4 นี้จุดที่ผมว่าเด่นคือปมดราม่าครับ เพราะเรื่องในภาคนี้ย้อนเล่าถึงชีวิตของแม่หมอเอลิส (Lin Shaye) แบบเต็มๆ

ซึ่งนั่นกลายเป็นจุดที่ผมชอบน่ะครับ มันเหมือนว่าทีมงานก็รู้อยู่ว่าคงยากจะทำให้หนังมันสยองหรือเด็ดขาดเท่า 2 ภาคแรก ก็เลยหันไปจับอะไรอย่างอื่นแทน ซึ่งก็ได้แก่ปมดราม่า ปมชีวิตของเอลิสที่จะว่าไปก็น่าเห็นใจมากๆ เหมือนกัน

การปราบผีในภาคนี้ถือเป็นศึกส่วนตัวของแม่หมอก็ว่าได้ครับ เพราะผีร้ายตนนี้มีเรื่องกับครอบครัวเธอมานาน ซึ่งผมว่ามันก็เป็นส่วนผสมที่โอเค เอาปมดราม่ามาผูกกับปมปราบผี ทำให้เราได้เห็นปูมหลังของแม่หมอมากขึ้น ซึ่งการที่เช่นนี้ คนที่ต้องรับภาระหนักสุดก็หนีไม่พ้น Shaye นี่แหละครับ หากเธอทำดีก็คือดี แต่หากทำไม่ดีก็มีผลต่อหนังไปเลยเหมือนกัน

และผลที่ได้คือเธอทำได้ดีครับ ดีจนผมอมยิ้มเลย Shaye จัดว่าเอาอยู่จริงๆ เธอเป็นหญิงชราผู้น่ารัก ดูสุภาพและอ่อนโยน เราเลยอดไม่ได้ที่จะเห็นใจเธอนะครับ เพราะอดีตของเธอมันรันทดมาก แล้วมันก็ส่งผลมาถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับน้องชายด้วย ฉากที่เธอเจอน้องในร้านอาหารนั่นเป็นอะไรที่สะเทือนใจไม่น้อยทีเดียว

ผู้มารับบทน้องของเธอคือ Bruce Davison ครับ ซึ่งรายนี้ก็รับส่งพลังกับ Shaye ได้ดี ในขณะที่ดาราสมทบอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ได้ดีทั้งหมด ไม่ว่าจะ Leigh Whannell กับ Angus Sampson ในบทคู่หูวิจัยผี สเปคส์กับทัคเกอร์ ซึ่งสองคนนี้นอกจากเป็นตัวเสริมที่ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นลงไปในหนังได้ในหลายวาระอีกด้วย (โดยเฉพาะตอนที่พวกเขายืนกรานจะช่วยเอลิส)

ยังมี Caitlin Gerard กับ Spencer Locke ในบทหลานของเอลิส 2 คนนี้ส่วนใหญ่ก็มาฉายแววความน่ารักน่ะครับ (555) ในแง่การแสดงก็ถือว่าโอเค และอีกคนที่น่าจดจำคือ Tessa Ferrer ในบทแม่ของเอลิส

โดยรวมแล้วหนังอาจไม่ได้เจ๋งมากมายครับ แต่ก็ถือว่าดูได้เพลินๆ หลักๆ จะเน้นที่ดราม่าที่ทำให้เรารู้จักเอลิสมากขึ้น ส่วนความสยองก็ถือว่ากลางๆ ครับ หนังมาพร้อมมุกเดิมๆ ที่เดาทางได้ไม่ยาก และตอนไคลแม็กซ์ก็ทำให้ผมรู้สึกผสมผเสกันไป ในหนึ่งก็ชอบที่หนังแอบซึ้งครับ แต่อีกใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่ามันจบง่ายจัง

หนังกำกับโดย Adam Robitel อดีตนักแสดงสมทบที่เคยเขียนบทให้ Paranormal Activity: The Ghost Dimension สำหรับเรื่องนี้ก็อย่างที่บอกครับ ออกมาเรื่อยๆ ไม่ถึงกับดี แต่ก็ไม่เลวร้ายจนเกินไป (ยกเว้นถ้าคาดหวังมากๆ ก็อาจผิดหวังได้)

สำหรับผมแล้ว ตัวหนังถือว่าเรื่อยๆ ไม่มีอะไรเด่นแบบเต็มๆ แต่เพราะได้การแสดงดีๆ ของ Shaye เลยทำให้หนังยังควรค่าแก่การรับชม โดยเฉพาะคนที่ชอบแม่หมอเอลิสหรือชอบ Shaye เป็นทุนน่ะครับ (แบบผมนี่แหละ) แต่หากคาดหวังความสยองแบบจริงจังแล้ว เอา 2 ภาคแรกมาดูอีกน่าจะเวิร์กกว่าครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements