รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Crimson Peak (2015) ปราสาทสีเลือด

12783544_1170629562967843_4351291220190238921_o

หนังบ้านผีสิงย้อนยุคและหนักไปทาง Art เรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์ในแง่ความสยองนะครับ แต่ถ้ามองในฐานะหนังลึกลับภาพสวยล่ะก็ ถือว่าหนังน่าพอใจไม่น้อยเหมือนกัน

เรื่องก็คืออีดิธ คุชชิ่ง (Mia Wasikowska) ไปตกหลุมรัก โธมัส ชาร์ป (Tom Hiddleston) หนุ่มเจ้าเสน่ห์แสนอ่อนโยน และเมื่อถึงจุดหนึ่งเธอก็แต่งงานย้ายไปอยู่กับเขาที่บ้านเก่าประจำตระกูล ที่นั่นเธอต้องอาศัยอยู่ร่วมกับลูซิลล์ (Jessica Chastain) พี่สาวที่แสนลึกลับของโธมัส

และสิ่งที่รอเธออยู่ที่นั่น คือความลึกลับดำมืดที่กำลังจะนำอันตรายมาสู่ชีวิตของเธอเอง

การเดินเรื่องเหมือนอ่านนิยายครับ ค่อยๆ เปิดไปทีละหน้า รู้จักตัวละครไปทีละนิด รู้เรื่องราวไปทีละน้อย มีฉากตื่นเต้นสยองขวัญเป็นพักๆ มีผีโผล่เป็นระยะ ก่อนที่อีดิธจะระแคะระคายถึงความไม่ชอบมาพากล และเรื่องก็เริ่้มขมวดปมนำมาสู่บทสรุป

โดยรวมถือว่าไม่เลวครับ แต่ยอมรับว่าหนังก็เดินเรื่องช้าอยู่เหมือนกัน บางจังหวะหนังก็แอบอืดอยู่จนอาจทำให้หลายคนเบื่อได้

ซึ่งโดยรวมแล้วหนังยาว 2 ชั่วโมงน่ะครับ จริงๆ จะเฉือนบางอย่างออกบ้างก็ไม่ว่ากัน หรือจะกระชับบางประเด็นหน่อยก็ได้ โดยเฉพาะตอนกลางเรื่องพออีดิธมาถึงบ้านแล้ว หลายช่วงมันอืดและมันวนไปนิดน่ะครับ โดยเฉพาะการโผล่ของผีที่แม้จะมาในหลายลีลา แต่บางตอนมันก็ไม่ได้มีผลต่อเรื่องเท่าไร

หรือการสืบหาความจริงของอีดิธที่จะว่าไปก็ออกจะสโลว์ไลฟ์ไปนิดนึง (555) แต่ก็นั่นแหละครับ หากมองแบบรวมๆ แล้ว หนังถือว่าออกมาโอเค น่าติดตามประมาณหนึ่ง และมีจุดเด่นมากๆ ในเรื่องภาพและงานโปรดักชั่น ซึ่งผมชอบนะ บ้านผีสิงแบบอลังการแบบนี้ มันดูสวย ลึกลับ และมีมนต์ขลังดี ยิ่งการที่บ้านมีสีแดงเป็นโทนหลักก็ยิ่งเพิ่มความขลังมากขึ้นไปอีก

Wasikowska เล่นได้ดีเช่นเคยครับ เธอดูเป็นส่วนผสมระหว่างผู้หญิงซื่อกับผู้หญิงแกร่งที่พอเหมาะ ในขณะที่ Hiddleston ก็เก่งเหมือนกัน เพราะอารมณ์ของตัวละครนี้ผมว่าซับซ้อนอยู่ แต่แม้จะซับซ้อนแค่ไหน คนๆ นี้ก็มีแก่นสำคัญอยู่ในใจว่าตนเป็นคนแบบไหน ซึ่ง Hiddleston คุมตัวละครนี้ให้คนดูรู้สึกไปในทิศทางนั้นได้ดีครับ คือไม่ทำให้เรารู้สึกว่านี่เรากำลังดูโลกิมาเที่ยวบ้านผีสิง แต่คนๆ นี้คือโธมัส ชาร์ป ชายที่มากับความลับจริงๆ

ส่วน Chastain ก็ลอยตัวครับ บทไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากลึกลับสลับเพ้อคลั่ง, Charlie Hunnam พระเอกจาก Pacific Rim ก็มาเป็นคุณหมอที่แอบรักอีดิธ ซึ่งจริงๆ บทพี่แกถือว่าสำคัญไม่น้อย แต่เนื่องด้วยตัวหลักจริงๆ คือ 3 คนแรก เลยไม่แปลกที่บทของเขาจะดูไม่เด่นเท่าไร และอีกคนที่มาน้อยแต่ขโมยซีนได้คือ Burn Gorman ในบท ฮอลลี นักสืบที่ขุดคุ้ยความจริงของตระกูลชาร์ป

ถือเป็นงานที่ไม่เลวของ Guillermo del Toro ครับ จุดเด่นยังเป็นงานภาพและงานศิลป์ในเรื่อง ที่มีเอกลักษณ์ตามสไตล์พี่แกอยู่ ทว่าพล็อตอาจจะไม่ใหม่และความอืดช้าไปในบางช่วง ทำให้หนังทำเงินไม่เข้าเป้า ลงทุน $55 ล้าน ได้คืนมา $74 ล้านจากทั่วโลก (ในบ้านได้ไปแค่ $31 ล้านเท่านั้น) ซึ่งมันคงมีผลต่อ Pacific Rim ภาค 2 ไม่ใช่น้อยล่ะครับ เพราะล่าสุดมีการเปลี่ยนให้ Steven S. DeKnight จากซีรี่ส์ DareDevil มาคุมงานกำกับแทน

ตอนนี้ได้แต่แอบลุ้นครับ ว่าถ้า del Toro ไม่ทำ Pacific Rim 2 แล้ว แกจะยอมกลับมาทำ Hellboy 3 ต่อไหมหว่า เพราะตอนนี้มีข่าวแพลมๆ ออกมาว่าแกอาจกำกับ Pinocchio (เวอร์ชั่นดาร์กๆ ทึมๆ ) กับ Fantastic Voyage อยู่เหมือนกัน

เอาเป็นว่าถ้าชอบหนังลึกลับก็ลองชิมได้ครับ โดยส่วนตัวผมว่าหนังไม่เน้นผีนะ แม้จะเห็นผีเป็นตัวเป็นตนก็เถอะ แต่หนังเน้นความลึกลับและดราม่ามากกว่า

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

 

 

Advertisements