Action

Johnny English Reborn (2011) พยัคฆ์ร้าย ศูนย์ ศูนย์ ก๊าก สายลับกลับมาป่วน

2011_johnny_english_reborn-wide

และนี่คือการกลับมารอบใหม่ของ จอห์นนี่ อิงลิช (Rowan Atkinson) พยัคฆ์ร้ายจอมซุ่มซ่ามกับภารกิจตามสืบไขปมปริศนาขององค์กรนักฆ่าลึกลับ ซึ่งลองว่าเป็นจอห์นนี่ อิงลิชแล้วล่ะก็ ไม่มีทางสืบแบบธรรมดาหรอกครับ มันต้องสืบไปป่วนไปถึงจะเป็นอิงลิชของแท้

ถ้าว่ากันถึงความฮาก็นับว่าไม่น้อยครับ แต่ก็อาจจะยังไม่เยอะขนาดขำทั้งเรื่อง ส่วนดีกรีความสนุกก็จัดว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับภาคแรก ดังนั้นถ้าใครดูภาคแรกแล้วนิ่ง ก็อาจจะนิ่งกับภาคนี้เหมือนกัน

โดยส่วนตัวแล้วชอบประเด็น “ขิงแก่” ในเรื่องมากๆ ครับ คำสอนของพระอาจารย์ทิเบตที่บอกกับอิงลิชว่า “เจ้ามิได้หนุ่มแน่นอีกแล้ว” จนทำให้เกิดฉากฮาเพลินๆ อย่างการไล่ล่าบนยอดตึก (เหมือนจะแซวฉากเปิด Casino Royale ยังไงก็ไม่รู้) ประมาณว่า “กำลัง” ใช่จะชนะ “ปัญญา” เสมอไป

ตอนคนร้ายปีนลงมาแล้วเจอพี่อิงลิชแกเดินออกมาแบบนิ่มๆ ผมล่ะนั่งฮาเลยครับ คิดไปถึงพี่เจสันในหนังศุกร์ 13 ว่าการที่ฆาตกรมันเดินตามเหยื่อทันมันก็คงเป็นไปได้เหมือนกันนะ แค่ใจเย็น ดูชัยภูมิให้ดี แล้วเดินนิ่มๆ หาทางลัดไปดักหน้าเหยื่อก็ได้

แอบคิดว่าถ้าทีมงานเอาประเด็นขิงแก่นี่มาผูกเรื่องดีๆ จะทำให้หนังแน่นขึ้นอีกเยอะเลยล่ะครับ อย่างการกำหนดให้อิงลิชดูเป็นสายลับเก่าใกล้เข้ากรุที่ซุ่มซ่าม ทำอะไรตามคนอื่นไม่ทัน และทำพลาดบ่อยจนหมดความมั่นใจ แต่แล้วก็ค่อยๆ รวมพลังทำสิ่งที่ถูกต้องขึ้นมาใหม่ ด้วยการใช้สติ ใจเย็น และเอาคำสอนของอาจารย์ทิเบตมาไล่เรียงใช้จนสามารถไขคดีได้สำเร็จ (สมชื่อการกลับมา Reborn) แบบนั้นน่าจะทั้งฮา ทั้งเข้มข้น กลายเป็นตลกคุณภาพได้ไม่ยาก

เหมือนที่ Austin Powers ภาคแรกเล่นกับประเด็น “สายลับ 60 ที่หลงมาเปิ่นในยุค 90” นั่นแหละครับ พล็อตทำนองนั้นจะช่วยให้อิงลิชดูน่ารัก น่าเอาใจช่วยขึ้นอีกเยอะ

ส่วนมากหนังจะขำกับมุขง่ายๆ อย่างเก้าอี้ที่โต๊ะประชุม, เฮลิคอปเตอร์ หรือไม่ก็รถที่ส่งด้วยเสียง ในขณะที่อาม่านักฆ่านั่นดูจะออกมาถี่ไปหน่อย และใช้งานบ่อยจนคนดูจับทางได้ ดีกรีความขำก็เลยลดลงตามลำดับ

มานั่งนึกๆ ก็รู้สึกนะครับว่าหนังตลกหลายเรื่องดูจะพึ่งพาในมุขตลกมากเกินไป ทั้งที่มุขคงมีทั้งฮาและแป๊ก ดังนั้นทีมงานควรทำแบบปลอดภัยไว้ก่อน ประเภทว่าทำหนังตลกแบบยัดมุขมาเยอะๆ แล้วก็ไม่ลืมใส่บทแน่นๆ ลงไปรองรับด้วย เพราะอย่างน้อยช่วงไหนที่มุขไม่ขำ คนดูก็ยังพอจะได้รับความพอใจจากเนื้อเรื่องหรือบทดีๆ

ดาราในเรื่องก็ถือว่าทำหน้าที่ได้โอเคตามอัตภาพทั้ง Gillian Anderson ที่เหมือนจะมาแซวบท M ของ Judi Dench, Rosamund Pike ก็มาเป็นสาวอิงลิชประจำภาค ส่วน Dominic West ก็มาในบทเพื่อนสายลับของอิงลิช และอีกรายที่เด่นไม่น้อยก็คือ Daniel Kaluuya ในบท เอเย่นต์ ทัคเกอร์ที่ต้องมาคอยเป็นลูกมืออิงลิช แต่ไปๆ มาๆ พี่แกออกจะฉลาดกว่าหัวหน้าเยอะ

แต่ในใจยังคิดว่าตัวร้ายภาคแรกอย่าง John Malkovich และผู้ช่วยหน้าตายอย่าง Ben Miller ยังเด่นกว่าครับ ฮาได้ลงตัวกว่า

ผมยังให้คำตอบกับตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าชอบภาคแรกหรือภาคนี้มากกว่ากัน เพราะมันก็พอขำพอเพลินทั้งสองภาค แต่ภาคแรกออกจะดีกว่าในเรื่องมิติของจอห์นนี่ที่มีทั้งมุมฮาและดราม่าเล็กๆ ไหนจะไหวพริบของจอห์นนี่ที่ทำให้คนดูพอเชื่อได้ว่าแกก็มีดี ส่วนภาคนี้ปมดราม่าหรือความน่ารักแบบจอห์นนี่ออกจะน้อยไปหน่อย แต่ก็มีความฮาใส่ลงมาแทน… เอาเป็นว่าก็ดูได้สนุกทั้งสองภาคนั่นแหละเน้อะ

ถ้าอยากดูหนังคลายเคลียดสักเรื่อง ผมว่า Johnny English Reborn ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวครับ เหมาะสำหรับคนที่ชอบพี่ Rowan หรือชอบหนังภาคแรก แต่ถ้าใครเฉยๆ กับมุขท่าทางแบบ Mr. Bean ก็ลองชั่งใจดูนะครับ เพราะมันก็มิสเตอร์บีนเวอร์ชั่นสายลับน่ะแหละ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements