Action

Grindhouse: Planet Terror (2007) โคโยตี้ แข้งปืนกล

pt_00

หลังจากผมร่าย Death Proof ของพี่ Quentin Tarantino ไปเรียบร้อยก็ถึงคราวหนังโหดซอมบี้โคโยตี้แข้งปืนกลของพี่น้องร่วมสาบานพี่ Quentin อย่างนาย Robert Rodriguez

เรื่องราวใน Planet Terror ก็เป็นการหยิบเอาเรื่องแนวซอมบี้มาปัดฝุ่น แต่ไม่ได้เป็นหนังซอมบี้แบบทั่วไปที่ทำออกมาแบบภาพคมกริบ มันออกมาในแนวหนังแบบเกรดบี เน้นสะใจ ภาพโหดสุดยอด เลือดสาด ทำให้ได้อารมณ์แบบหนังเก่าๆ ยังไงยังงั้นน่ะครับ

ตัวเอกคือ เชอร์รี่ ดาร์ลิ่ง (Rose McGowan) แม่สาวนักเต้นโคโยตี้ตามบาร์ เธอตัดสินใจจะหันหลังให้กับอาชีพงานหนักเงินน้อยนี่ซะที ก็ประจวบเหมาะที่เธอได้พบกับแฟนเก่านายเอล เรย์ (Freddy Rodríguez) เข้าพอดี ก็เหมือนว่าสัมพันธ์เก่าๆ จะเริ่มต้นอีกรอบ ขณะเดียวกันด้านนอกก็มีการระบาดของเชื้อร้ายที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้สุดโหด ทำให้เกิดผีดิบซอมบี้เดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด ผู้คนเลยต้องมาหาทางเอาตัวรอดกันโดยไวครับ

นอกจากนี้ผมคงไม่ต้องสาธยายให้มากเรื่องแล้วนะครับ ก็คือหนีซอมบี้กันเต็มที่น่ะแหละ และ โอ้ แน่นอน แม่สาวเชอร์รี่ของเราก็มีเหตุให้ขาต้องมาขาดไป เลยต้องเอาไม้มาต่อแทนขา ไปๆ มาๆ พอเรื่องเดินไปเยอะเข้าก็เปลี่ยนจากไม้มาเป็นปืนกันไปเลย

นี่ถือเป็นโครงการในฝันอีกโปรเจคท์ของพี่ Rodriguez เขานะครับ คิดมาตั้งแต่ตอนกำกับเรื่อง The Faculty อยู่ ระหว่างทำนั้นเขาก็คุยกับสองดารานำอย่าง Elijah Wood และ Josh Hartnett โดยทำนายว่าหนังแนวซอมบี้เป็นแนวที่เขาชอบมาก และเขามั่นใจว่ามันต้องกลับมาบูมอีก เพราะไม่มีหนังซอมบี้มานานเหลือเกินแล้ว (และก็เป็นความจริงตามที่เขาว่าครับ เมื่อหนังอย่าง Dawn of the Dead, Resident Evil และ 28 Days Later มาปลุกกระแสหนังซอมบี้กระหายเลือดอีกครั้ง)

ตอนนั้นเอง Rodriguez ก็ได้เขียนบทร่าง 30 หน้าแรกของเรื่องราว แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำครับ เพราะตอนนั้นเขามีความฝันอื่นที่แรงกว่าอย่างหนังเด็กๆ ชุด Spy Kids โปรเจคท์ซอมบี้เลยเงียบไปอีกพักหนึ่ง จนพี่แกได้เจอกับพี่ร่วมสาบานนาย Quentin นี่แหละ สารพัดโปรเจคท์ที่เขาอยากทำก็ค่อยๆ ทยอยออกมาเรื่อยๆ จนถึงเรื่องนี้ครับ

สไตล์เรื่องราวจึงออกแนวตามใจฉันแบบเต็มๆ แต่ก็ไม่ได้ตามใจแบบเต็มร้อยอย่างใน Death Proof นะครับ เรื่องนี้ตามใจตัวเองบ้าง แต่ก็เป็นการตามใจที่ท่านผู้ชมมีโอกาสชอบมากกว่าใน Death Proof เพราะเรื่องใน Planet Terror มันสยองขวัญ เป็นแนวซอมบี้ผีลืมหลุมที่ผู้คนสยองไปด้วยได้ไม่ยาก ไม่ต้องไปนั่งเก็ทมุกล้อหนังเก่า เลยทำให้คนดูจะเข้าถึงเรื่องนี้ได้ง่ายกว่ามาก

ส่วนสไตล์ที่ Rodriguez ทำด้วยความตามใจฉันนั้น ก็เป็นการตามใจในเรื่องดีกรีความโหด เลือดล้นจอ ดาราสาวๆ ออกมานุ่งน้อยห่มน้อยกันเพียบไปหมด แล้วก็การเดินเรื่องแบบไม่ใส่ใจสาระ ใส่ใจแต่ความสะใจเป็นหลัก

pt_03

ดังนั้นถ้าถามในแง่ของความดูเพลินแล้ว ผมออกจะชอบเรื่องนี้มากกว่า เพราะมันง่ายครับ ผมชอบหนังซอมบี้อยู่แล้วด้วยเลยเอามันส์กันไปเลยแล้วกัน ไม่คิดมากอยู่แล้ว ฉากโหดก็มาเยอะ แอ็กชันก็เร้าใจ ตื่นเต้นลุ้นตลอด ไม่มีช่วงน่าเบื่อครับ (ไม่มีความอืดบางประการแบบใน Death Proof อีกต่อไป)

ส่วนเรื่องเทคนิคพิเศษก็ดีมากครับ เนียนจริงๆ นอกจากนี้หนังยังมีลูกเล่นด้านภาพ สี แสง การจัดมุมและการถ่ายทอดเรื่องราวที่ยังได้อารมณ์ทุนต่ำอยู่ แม้ดาราจะมีชื่อกันทั้งนั้นก็ตาม McGowan ก็ไปได้ดีกับบทเอามากๆ, Josh Brolin มาเป็นคุณหมอโหดนายบล็อกที่กลายมาเป็นซอมบี้กับเขาด้วย, Marley Shelton รับบทดาโกต้า แฟนของหมอบล็อก, Michael Biehn อดีตพระเอก The Terminator ก็มาเป็นนายอำเภอ

ส่วนดารารับเชิญที่น่าเฮก็มี Tom Savini เจ้าพ่อหนังซอมบี้ที่เป็นเมคอัพให้หนังซอมบี้เจ้าตำรับอย่าง Dawn of The Dead เวอร์ชันแรกแล้วยังโผล่ในหนังซอมบี้อีกหลายเรื่องมาเป็นเจ้าหน้าที่จอมปอดขี้โวย ชื่อ โทโล, Quentin Tarantino มาเป็นนายทหารโรคจิตนามว่าโจนส์ และ Bruce Willis มาโผล่เล็กน้อยเป็นมัลดูน ตัวร้ายที่ทำใหเกิดเรื่องบ้าๆ นี่ขึ้นมา

แต่อีกหนึ่งตัวละครที่ลืมไม่ได้คือ Michael Parks ในบท เอิร์ล แม็กโกรว์ มือปราบทางการที่หากคุณเป็นแฟนหนังของ Tarantino น่าจะจำได้ เขาคือมือปราบที่ไปสำรวจตรวจที่เกิดเหตุตอน “เจ้าสาว” หรือนางเอกในเรื่อง Kill Bill โดนถล่มแบบไม่มีชิ้นดี และยังเป็นมือปราบที่โดนฆ่าตายใน From Dusk Till Dawn ด้วย (บทเดียวกัน ชื่อเดียวกันครับ แต่ตาย แล้วก็โดน Rodriguez กับ Tarantino มารีไซเคิลใหม่ได้) แม้แต่ Death Proof แกก็ยังโผล่ในบทเดิม แต่เป็นมือปราบที่ไปโผล่ในโรงพยาบาลตอนที่สตั้นท์แมน ไมค์ ก่อคดีในครึ่งแรกด้วย

นี่แหละครับ สไตล์ของสองพี่น้องร่วมสาบานคู่นี้ ที่อะไรก็เป็นไปได้เสมอ แล้วแต่ใจพวกเขาเต็มที่ไปเลย

เลยสรุปได้ว่าจะดูหนังเอาสยองสะใจแบบหนังซอมบี้ก็หายห่วงครับ สาใจแน่ๆ หรือจะเอาสไตล์ก็ได้เหมือนกัน พวกมุกกัดหนังเกรดบีเก่าๆ ก็มีเสมอ อย่างตอนที่พระนางกำลังจะทำอะไรต่อมิอะไรกัน จู่ๆ ฟิล์มหนังก็ขาดซะอย่างนั้น แล้วก็มาตัวอักษรโผล่มาขอโทษว่ามีปัญหาระหว่างฉายโปรดรอสักครู่เป็นต้น เออ เอาเข้าไป

แต่ต้องยอมรับว่าด้วยสไตล์แล้ว Rodriguez จะไม่ทำแรงเท่า Tarantino ครับ เห็นมาหลายทีแล้ว หนังของ Rodriguez จะเป็นการขายสไตล์ด้วยแต่ก็ไม่เอาแต่ใจจนเต็มที่ ยังเอาใจตลาดหน่อยๆ ด้วย ทำให้คนดูมักจะชอบเรื่องนี้มากกว่า ก็แล้วแต่กันไปครับ ส่วนผมชอบมันทั้งสองตอน และชอบคนละแบบ เพราะ Death Proof มันไม่มีอะไร ถ้าดูเอาจริงๆ ก็มีช่วงเบื่อ แต่ผมก็ชอบในเรื่องมุกแซวหนังเก่า การทำออกมาได้เหมือนหนังเกรดบียุคเก่าอย่างแรงจนผมนับถือ ส่วน Planet Terror ก็ทำหนังสยองออกมาสะใจคนชอบหนังซอมบี้อย่างผม ดูเรื่อยๆ โหดสะใจ แม้จะไม่ได้มีเอกลักษณ์มานำเสนอเท่า DP ก็ตาม แต่พอหักกลบลบแล้วก็บอกได้ว่าชอบคนละแบบครับ

เอาเป็นว่าเรื่องนี้ก็สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Planet_Terror__-_tt0462322_-_2007_-_ch

Advertisements