Adventure

The Brothers Grimm (2005) ตะลุยพิภพมหัศจรรย์

poster_theme-TH4

โดยฟอร์มของหนังถือว่าแข็งปั๋งเอามากๆ นะครับ ดารานำมีชื่อทั้ง Matt Damon, Heath Ledger ซ้ำยังได้ Monica Bellucci ที่กำลังฮ็อตสุดๆ ในช่วงนั้นจากความดังของ The Matrix 2 ภาคหลัง

แล้วสไตล์มันน่าจะสนุก ออกแนวผจญภัยล่าผีปีศาจย้อนยุค ซึ่งประจวบเหมาะที่ได้ผู้กำกับ Terry Gilliam เข้ามารับจ็อบนี้ สำหรับผมชื่อนี้มีความหมายนะครับ เพราะพี่ท่านทำหนังผจญภัยแนวเพี้ยน เน้นจินตนาการสูงๆ ได้ดีมากขึ้นหนึ่ง งานแนวนี้ที่น่ายกนิ้วให้ก็ได้แก่ Time Bandits, Brazil และ The Adventures of Baron Munchausen แต่ละเรื่องนี่สนุกสนาน ยอดเยี่ยม ใครชอบหนังแนวผจญภัยแฟนตาซีแรงสูงล่ะอย่าพลาดเชียวนะครับ ผมเลยค่อนข้างเชื่อมั่นลึกๆ ว่าหนังน่าจะเข้าท่าเข้าทางบ้าง

แต่ดูเหมือนผมจะคาดการณ์พลาดไปหลายจุดทีเดียว

หนังเล่าถึงการผจญภัยของพี่น้องตระกูลกริมม์ อันประกอบด้วย วิลเฮม (Damon) และ เจค็อบ (Ledger) สองพี่น้องนักแต่งนิทานที่หากินโดยการหลอกชาวบ้านว่าเป็นนักปราบปีศาจไปวันๆ แต่แล้วเมื่อเขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ดันมีปีศาจอาละวาดจริงๆ มันคือแม่มดราชินีแห่งกระจกที่อยู่ยงคงกระพัน ใช้เลือดสาวบริสุทธิ์ไปรักษาความงามของตน และยังให้ปีศาจมาอาละวาดจับเด็กๆ ไปอีก งานนี้สองพี่น้องกริมม์หลังจากหลอกชาวบ้านมานาน ก็ได้เวลาที่พวกเขาต้องสยบปีศาจให้ได้

พี่น้องกริมม์นี่มีตัวตนจริงๆ นะครับในช่วงศตวรรษที่ 19 โดยพวกเขาเป็นนักแต่งนิทานที่ชอบเอาผนวกเอาเรื่องราวสยองของตำนานต่างๆ มาผสมกับเหตุการณ์ในช่วงนั้น แล้วก็ปั้นเรื่องเล่าสั่นประสาทออกมาเยอะแยะ ซึ่งเรื่องราวมันออกในเชิงน่ากลัวครับ ทีนี้ผู้สร้างเลยสนใจ คนสนใจก็คือนาย Terry Gilliam ผู้กำกับนี่แหละครับ ขานี้แม้จะมีงานหนังดังๆ เยอะ แต่ก็หัวคะมำทางรายได้ไปเต็มๆ กับ Fear and Loathing in Las Vegas (หนังเรื่องนี้ป๋า Johnny Depp เล่นนำครับ) ส่งผลให้ Gilliam เสียรังวัดหยุดทำหนังไป 6 ปี ก่อนจะไปได้แนวคิด ย้อนกลับไปทำหนังแนวแฟนตาซีที่ถนัดอีกสักรอบ ก็เผอิญไปเจอเรื่องพี่น้องกริมม์เข้า ก็ได้การล่ะครับ จัดการส่งให้ Ehren Kruger มือเขียนบทหนังอย่าง The Ring เอาไปทำให้เป็นเรื่องเป็นราว โดยการผสมเอาตำนานและนิทานต่างๆ ที่พวกพี่น้องกริมม์แต่งสอดแทรกลงไปในเรื่อง แล้วหนังก็คลอดออกมาอย่างที่เห็น

… หนังเกิดอะไรขึ้น … คือ … มันไม่ยักกะเด็ดขาดเท่างานก่อนๆ ของ Gilliam น่ะสิครับ

มาว่ากันถึงจุดเด่นของงานชิ้นก่อนๆ ของเขาก่อนนะครับ อย่างแรกคือเขาสามารถทำให้คนดูทึ่ง อ้าปากค้างได้กับโลกแห่งจินตนาการที่ยิ่งใหญ่ ฉากนี่ต้องไม่ธรรมดาล่ะครับ กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยความแปลกใหม่ แต่ในเรื่องนี้ฉากกลับแทบไม่ต่างจากหนังเกรดบีย้อนยุคเลยแม้แต่น้อย มีแค่ป่าไม้เท่านั้นเองครับ ป่าสีแดงๆ หรือไม่ก็สีหม่นๆ แค่นั่นน่ะ สามัญมาก ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเลย แม้แต่ฉากปราสาทในตอนท้ายก็เล่นง่ายจนแทบไม่เชื่อว่าเอากันอย่างนี้เลยเหรอ

คนละเรื่องกับสมัย The Adventures of Baron Munchausen โดยสิ้นเชิง ดังนั้นใครเป็นแฟนพี่แกแล้วหวังจะได้ดูฉากที่ว่า กรุณาทำใจล่วงหน้า เพราะไม่ได้อย่างนั้นหรอก

จินตนาการดูตื้อๆ จุดเดียวที่เข้าท่าก็มีเพียงการเขียนบทโดยโยงสถานการณ์เข้ากับนิทานของพี่น้องกริมม์น่ะครับ แค่นั้นเอง พวกหนูน้อยหมวกแดง บ้านขนมปังหรือสโนว์ไวท์ อะไรพวกนี้แหละ แต่ก็เท่านั้นล่ะครับ เพราะใครที่ไม่คุ้นกับนิทานของพี่น้องกริมม์ก็ได้แต่ทำตาปริบๆ

ต่อมาก็การผจญภัย ที่น่าจะเป็นจุดขายแต่ผลกลายเป็นเรื่อยๆ อ้ะครับ ไม่ได้ชวนติดตามเท่าไหร่ ไคลแม็กซ์ยังเฉยๆ เลย รับประกันท่านต้องเดาได้แหงมๆ

บอกไม่ถูกครับ ตัวอย่างตัดมานึกว่าจะมันส์เต็มฟัดแบบ Van Helsing แต่ทำออกมาไม่ใช่เลยครับ แอ็กชันไม่ค่อยมี การใช้สมองก็ไม่มี การตามเรื่องไขปริศนาก็เรื่อยๆ คือว่ากันอย่างตรงไปตรงมานะครับ เนื้อเรื่องมีแค่พวกสองพี่น้องเข้าป่าไป แล้วก็เจอปีศาจ แล้วก็วิ่งครับ วิ่งไปบ้าง พักบ้าง จนถึงตอนท้ายได้เวลา ก็ต้องสู้กับปีศาจหัวหน้าใหญ่ แล้วก็จบ ไม่มีลุ้น ประเภทหาความลับ การหักมุม ไม่เจอเลยอ้ะ

สรุปคือนิ่งกว่าที่คาดหมายมากมายนักครับ แม้สองนักแสดงนำจะทำกันเต็มที่ก็เถอะ แต่บทมันไม่ใคร่จะถึงไหนนี่หน่า อันนี้ยกความผิดให้ Gilliam เพราะจริงๆ แล้วบทหนังของ Kruger เป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ Gilliam ดันลดทอนความซับซ้อนมาเป็นของง่ายแบบเนี้ย

ก็อย่าคาดหวังนะครับ ไม่ได้มีอะไรมากนักหรอก

สองดาวพอ

Star21

(6/10)

Advertisements