รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Pathology (2008) อำมหิตหลอนดับจิต

pathology-2008-อำมหิตหลอนดับจิต

ตอนเห็นตัวอย่างแว่บแรกผมคิดถึงหนังเรื่อง Anatomie ขึ้นมาทันที เพราะเนื้อหามันมาทางเดียวกันเลยครับ ว่าด้วยนักศึกษาแพทย์ที่ลงมือเชือดคนเพื่อการศึกษา (ผสมความสะใจ) แต่จะต่างกันแค่เรื่อง Anatomie นั้นเป็นหนังปี 2000 และมันสนุกกว่าเรื่อง Pathology ประมาณ 1 ดีกรี

Pathology มีพระเอกคือ เท็ด เกรย์ (Milo Ventimiglia) นักศึกษาแพทย์ที่ได้ไปเจอกับกลุ่มเพื่อนที่ชอบท้าความตาย แข่งกันหาเหยื่อมาเชือด โดยคนที่สามารถเชือดได้เด็ดสุด สามารถสร้างฆาตกรรมที่สมบูรณ์แบบไร้ร่องรอยขึ้นมาได้ (The Perfect Murder) ก็จะเป็นผู้ชนะ

แล้วเท็ดก็ตัดสินใจร่วมเกมมรณะอันนี้ด้วยครับ ตอนแรกมันก็ตื่นเต้นดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มพบว่าเขากำลังเอาตนเองและชีวิตคนที่รักขึ้นไปแขวนบนเส้นด้ายเสียแล้ว เพราะเมื่อเกมนี้เริ่ม มันจะไม่มีวันหยุดได้ โดยเฉพาะเมื่อมีคนหนึ่งในกลุ่มตั้งเป้าจะทำการฆาตกรรมคนใกล้ตัวของเขา

เนื้อหาค่อนข้างล่อแหลมนะครับ ฉากเชือดก็น่ากลัวพอดู แต่ถ้าคุณชอบหนังสยองก็น่าจะโอเคกับหนังเรื่องนี้ มันตอบสนองอารมณ์ตื่นเต้นสยองได้พอสมควร แต่กระนั้นผมก็ยังชอบ Anatomie มากกว่านิดหนึ่ง เหตุผลง่ายๆ ครับ เพราะมัน “ง่าย” ดีนั่นเอง

Anatomie นั้น เป็นหนังแนวเชือดแบบซ่อนเงื่อนที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนอกจากฆาตกรอำมหิตที่เป็นนักศึกษาแพทย์ทำการไล่เชือดคน แต่ด้วยความง่ายของบทนี่เองทำให้มันดูน่าเชื่อถือมากกว่าครับ เพราะฆาตกรมันอยากฆ่า ก็ทำการฆ่าอย่างลับๆ ไปเรื่อยๆ นางเอกก็หาทางสืบไป ในขณะที่ Pathology ค่อนข้างเชื่อได้ยากกว่าว่าห้องดับจิตมันจะสามารถให้นักศึกษามาจัดปาร์ตี้เชือดศพกันได้โดยไม่มีใครระแคะระคายเลย

ดังนั้น ด้านความลุ้น ตื่นเต้น และความน่าเชื่อถือ เรื่อง Anatomie น่ะกินขาดอยู่พอประมาณ ส่วน Pathology จะออกแนวสยองแบบเน้นฆ่า เน้นเลือด แล้วก็ผสมความเว่อร์ลงไปเยอะหน่อยด้วย (Anatomie เป็นหนังเยอรมันครับ ลืมบอกไป นำแสดงโดย Franka Potente นางเอก The Bourne Identity น่ะครับ)

ด้านสาระของหนังก็ต้องใช้วิจารณญาณกันด้วยนะครับ ไม่ว่าจะอย่างไรการไปทำร้ายใครก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีหรอก แม้จะเพื่อความท้าทายหรือการแพทย์ก็เถอะ ของแบบนี้ถ้าเลือกทางที่ไม่ทำให้ใครบาดเจ็บได้ย่อมดีที่สุด

หนังเรื่องนี้ถือว่าเหมาะกับคอหนังสยองครับ แต่ทำใจนิดนึงที่บางช่วงมันอาจจะอืดไปหน่อย ช่วงต้นๆ อาจจะเรื่อยไปนิด แต่พอตอนท้ายเมื่อเท็ดต้องหาทางป้องกันตัวและเอาคืนเจ้าตัวร้ายบ้าง ความน่าติดตามก็ค่อยเพิ่มขึ้นมา

และตอนจบ… แม้จะโหดอยู่บ้าง แต่ก็ยอมรับครับว่าน่าจะสาแก่ใจคนชอบหนังสยองแนวเชือด… มันเชือดกันน่าเสียวไส้จริงๆ… สำหรับผม หนังมาคุ้มจริงๆ ในฐานะหนังสยองก็ตอนจบนี่แหละครับ นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรนอกเหนือความหมาย

อยู่ที่คุณล่ะครับว่าชอบหนังแนวเชือดที่ค่อนข้างออกโทนมืดๆ จนน่าอึดอัดหรือเปล่า ถ้าชอบและยังไม่เบื่อ เรื่องนี้ก็พอดูได้ครับ พอแก้ขัดสำหรับยุคที่หนังสยองแนวเชือดเริ่มลดปริมาณลง

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements