รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Yours, Mine and Ours (2005) ลูกเธอ ลูกฉัน ครอบครัวหฤหรรษ์เกินโหล

yours-mine-and-ours-poster

ถ้าใครชอบหนังครอบครัวสนุกสนานว่าด้วยเด็กๆ 12 คนกับพ่อแม่หนึ่งคู่อย่าง Cheaper by the dozen แล้วล่ะก็ เรื่องนี้คงเป็นอีกอันที่ท่านดูไปยิ้มไป เพราะเด็กยกทัพมากันถึง 18 คน!

เนื้อเรื่องจะว่าเหลือเชื่อก็ได้ครับ เมื่อแฟรงค์ เบรดลี่ย์ (Dennis Quaid) คุณพ่อนายทหารเรือจอมเฮี้ยบ ที่ต้องดูแลลูกๆ 8 คนให้อยู่ในอาณัติด้วยระเบียบเพียบไปหมด กับเฮเลน นอร์ธ (Rene Russo) คุณแม่ผู้รักศิลปะและความอิสระเหนืออื่นใด พร้อมทั้งเป็นแม่ของลูก 10 คน (มีทั้งลูกตัวเองและลูกเลี้ยงน่ะครับ) ทั้งแฟรงคและเฮเลนต่างก็เคยรักกันมาเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ พอเวลาผ่านไปได้มีโอกาสมาเจอกันอีก ความรักก็ก่อตัวอีกรอบ

คู่พ่อแม่นั้นไม่มีปัญหาครับ รักสุดๆ จนแต่งงานได้ในทันที แต่ลูกๆ ของแต่ละฝ่ายนี่ซี่ ไม่ใคร่จะเข้ากันสักเท่าไหร่ ไหนลูกๆ ของเฮเลนจะพากันรับไม่ได้กับกฎระเบียบของคุณพ่อคนใหม่อีก แล้วเรื่องมันจะสวยงามได้หรือไม่หว่าเนี่ย

จริงๆ ผมแทบไม่ต้องบอกอะไรมากเลยครับ หนังแนวนี้จบเศร้าก็กระไร คนดูได้โห่ตายเลย ดังนั้นไม่ต้องห่วงครับ

ส่วนเรื่องความสนุกก็ถือว่าพอได้ ง่ายๆ เอาฮาน่ะครับ เอาแค่ลูกๆ สองฝ่ายมาหาเรื่องตีกันก็เพลินพอสมควรแล้ว หนังแนวนี้ถือว่าดูเอาสบายใจเป็นหลัก ยิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อดูจบ สอนให้คนดูรักครอบครัวก็ถือว่าสอบผ่านมาตรฐานชั้นต้นแล้วล่ะครับ

ที่นี้มาดูอะไรที่ลึกลงหน่อย ในเรื่องความลึกตัวละครคงต้องทำใจ การจะมานั่งแจกแจงอุปนิสัยของลูกๆ ทั้ง 18 คนโดยละเอียดนั่น คนทำได้หน้ามืดตายล่ะครับ อย่างน้อยเอา แค่พ่อแม่ตัวนำเรื่องพอให้คนดูรู้สึกผูกพันก็โอเคแล้ว ในเรื่องทั้ง Quaid และ Russo ก้ไม่ต้องทำอะไรมากครับ สองคนนี้มือชั้นไหนแล้วล่ะจริงไหมครับ มิติความซับซ้อนอาจไม่เยอะ แต่ตอนเข้าฉากพระนางซ้ำๆ มองตากันก็ไม่ทำให้คนดูผิดหวัง

ส่วนที่หนังสอนก็มีทั้งสอนพ่อแม่ ผัวเมีย และลูกๆ

ที่ว่าสอนพ่อแม่ก็คือ บอกพ่อแม่เป็นนัยๆ ว่า ลูกของเราหากจะให้เติบใหญ่ได้ดี จะตึงกับกฎเกณฑ์มากเกินไปก็ใช่ที่ ลูกได้เก็บกดขาดความมั่นใจกันพอดี แต่หากปล่อยลูกไม่แนะนำอะไรเลยก็ไม่ใช่จะทำให้เขาได้รับความสำเร็จอันสูงสุด มันก็ต้องเลือกเลี้ยงลูกให้ถูกทาง กล่าวคือทางสายกลางนั่นแหละดีหลาย

ที่ว่าสอนผัวเมียก็คือ คนเราต่างกัน เกิดมาร้อยพ่อพันแม่ย่อมีส่วนต่าง สาอะไรกับผัวเมียที่แม้จะรักกัน แต่ก็ใช่ว่าจะมีพฤติกรรมทุกประการเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อพฤติกรรมที่ว่ากลายเป็นคึวามขัดแย้ง สิ่งที่ควรทำคือใจเย็น หาทางปรับ ไม่ใช่ตั้งแง่แม่งอน ยอมหักไม่ยอมงอ ขืนทำเช่นนั้นมีแต่นับวันถอยหลังสู่การเลิกเท่านั้นเอง

สุดท้ายสอนลูก สอนเด็ก ให้รู้ว่าความรับผิดชอบนั้นมีได้เสมอไม่จำกัดวัย แม้จะเด็กเล็กอยู่แต่ก็ใช่ว่าจะมีความรับผิดชอบไม่ได้ ของแบบนี้ต้องให้ลูกได้สัมผัสตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อต่อไปในภายภาคหน้าจะได้พึ่งตนเองได้ และเป็นที่พึ่งให้คนอื่นได้ด้วย

ในเรื่องมีจุดชอบใจหน่อยนึง เมื่อหนังเดินเรื่องไปถึงจุดหนึ่ง ลูกๆ ทั้งสองฝ่ายหลังจากไม่ลงรอยกันก็กลายเป็นสงบศึกชั่วคราว ไม่ใช่สงบเพื่อความเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่เพื่อร่วมมือกันให้พ่อแม่เลิกกันซะ

คิดแบบเด็กๆ ก็พอขำ แต่ก็ให้นึกในใจ ไหนๆ จะร่วมมือกันแล้ว แทนที่จะร่วมมือกันรัก ดันรวมมือกันเกลียดเสียนี่

พ่อแม่ พี่น้อง ลูกๆ สิ่งเหล่านี้เมื่อรวมกันจะได้เป็นหนึ่งครอบครัว

การทำให้ครอบครัวเป็นครอบครัว ก็คือคนในครอบครัวต้องหันหน้าเข้าหากัน เมื่อมีปัญหาในครอบครัว การแก้ที่ดีคือการเปิดใจ ใจเย็นและหาทางออกร่วมกัน

พูดง่ายทำยาก แต่ดีกว่าไม่พูดและไม่ทำเลย

ผู้รับหน้าที่กำกับคือ Raja Gosnell ที่ผ่านผลงานอย่าง Home Alone 3 มาก่อน ขานี้เป็นผู้กำกับที่ทำหนังตลกแบบเรื่อยๆ สบายๆ ไม่เน้นสาระ เน้นสั้น ดูจบแล้วยิ้มออกเป็นพอ

กับเรื่องนี้พี่แกก็ทำหน้าที่ได้ไม่ผิดหวัง

ชอบหนังครอบครัว ดูได้สบายแฮ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements