รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Along Came Polly (2004) กล้า กล้าหน่อย อย่าปล่อยให้ชวดรัก

11794494_1300x1733

ผมว่าพล็อตเบื้องต้นของหนังเรื่องนี้เข้าท่ามากนะครับ เรื่องของชายที่ระแวงระวังไปทุกสิ่ง ทำอะไรโดยเสี่ยงน้อยที่สุด แต่กลับต้องมารักกับหญิงสาวที่ไม่ได้มีระเบียบแบบแผนชีวิตมากมาย พูดง่ายๆ ว่าเป็นคู่ต่างครับ แต่คนดูก็คงอยากลุ้นน่ะแหละว่าจะลงเอยกันอย่างไร

เรื่องของนายรูเบน เฟฟเฟอร์ (Ben Stiller) หนุ่มอนาคตไกลที่กำลังไปได้ดีกับแฟนสาวสุดสวยนามว่าลิซ่า เครเมอร์ (Debra Messing) แต่เวรกรรมอย่างแรงที่ตอนไปเที่ยวสวีตกัน ลิซ่าดันไปเริงร่ากับไกด์หนุ่มสำเนียงพิสดาร (Hank Azaria) นายรูเบนเลยสติแตกครับกลับมาทำงานทันที เพราะอยากลืมทุกอย่าง

แต่พอเขาจมอยู่ในความเศร้าเซ็งมากๆ เข้า ซี้ของเขาแซนดี้ ไลล์ (Philip Seymour Hoffman) เลยแนะนำให้เขารีบหาทางออก เดทกับใครก็ได้เพื่อแก้เหงา และเธอคนนั้นก็ได้เป็น พอลลี่ พรินซ์ (Jennifer Aniston) เพื่อนสมัยเรียนของเขา

งานนี้สิ่งต่างๆ ก็ทำท่าจะไม่เข้าที่ครับ เพราะวิถีชีวิตของรูเบนกับพอลลี่ไปคนละลู่เลย นายรูเบนนี่จอมระเบียบ ทำอะไรล้างมือตลอด ลดความเสี่ยงไม่ให้เป็นโรคร้าย กินอาหารก็ต้องเป็นอาหารอ่อนๆ กันโรคลำไส้ แหม ระแวงไปหมด แต่พอลลี่นี่ลุยแหลกครับ ไปไหนไปกัน อาหารก็กินเต็มที่ไม่จำกัดแนว แต่กามเทพก็ไม่แผลงศรชุ่ยครับ ลองว่าให้สองคนมาเจอกันแม้จะมีจุดต่างมากมาย แต่มันก็มีสิ่งดีๆ ต่อกันเยอะจนในที่สุดทั้งคู่จะลงเอยกันหรือไม่ก็ไปลุ้นต่อในหนังนะครับผม

ผมว่านี่เป็นหนังเบาๆ สบายๆ อีกเรื่องนะครับ ไม่ลึกซึ้งอะไร แต่ก็ไม่น่าเบื่อ ก็ได้ดาราดีด้วยล่ะครับ Stiller ก็หายห่วงอยู่แล้วกับบททำนองนี้ ส่วน Aniston ก็น่ารักกันไป ดาราสมทบก็มากันแบบพอดี อย่างพี่ Philip Seymour Hoffman ก็มาชวนขำแบบกำลังเหมาะ พอๆ กับ Alec Baldwin ที่ขยันมาเล่นบทตัวประกอบขโมยซีนจริงๆ ในเรื่องก็เป็นหัวหน้าของรูเบน ชื่อสแตน อินดัสกี้ แต่ที่โผล่น้อยทว่าขโมยซีนได้เยอะก็คือ Azaria ครับ แค่สำเนียงยุโรปก็ฮากันใหญ่แล้วล่ะ

ด้านฮาด้านดูเพลินนี่ผมว่าผ่านนะ ซึ่งก็พอเข้าใจ เพราะคนทำกำกับและเขียนบทก็คือ John Hamburg เจ้าของงานเขีบนบทจาก Meet the Parents แล้วก็ Zoolander การันตีความลื่นของบทและบทสนทนาที่ชวนแสบชวนคันได้แล้ว แต่กระนั้นหนังก็ยังไม่ลงตัวซะทีเดียวครับ ในเรื่องของมิติตัวละคร ความลึกอะไรเทือกนั้น ยังลึกไม่พอเน้อ ทำให้ประเด็นความซึ้งไม่ใคร่จะแรงเท่าไหร่

แต่ผมชอบประเด็นในเรื่องนะครับ คู่รักที่มีความต่างกัน แต่ในที่สุดคู่กันแล้วไม่แคล้วกัน มันมองได้สองมุม มุมแรกอาจจะมองว่า อ้าว ก็คนมันต่างกันนี่หน่า ไหงไปกันได้ล่ะ มันไม่น่าไปกันได้นะ แต่หากมองอีกมุมหนึ่งผมว่ามันไปกันได้ครับ เพราะความต่างที่มีมันกลายเป็นความพอดีซึ่งกันและกันไปไงล่ะครับ

มันเป็นหนังสูตรประเภทหนึ่งของฝากมะกันนะครับ รักโดยที่ไม่เหมือนกันแต่ก็ได้ลงเอยกัน ถ้ามันทำได้ลึกซึ้งก็ถือว่ากำไรคนดู แต่ถ้าได้แค่นี้แค่พอขำก็ถือว่าไม่ขาดทุนครับ เพราะมันทำมาหมายมั่นขำมากกว่า

ดูเพลินนะครับเรื่องนี้ แถมแง่คิดอีกนิดว่า เมื่อคุณรักใครสักคนแล้วอย่ามัวแต่ไปมองความต่างให้เป็นปัญหานะครับ กรุณามองมันให้กลายเป็นจุดเติมเต็มซึ่งกันและกัน หากบางอย่างไม่เข้าก็ต้องปรับกันนิดหนึ่ง เพื่อความรักที่ยืนยงที่สุด ไม่ใช่ไปตั้งแง่ว่าเพราะเขาไม่รับแหละถึงเป็นปัญหา แหม แล้วท่านปรับหรือยังล่ะครับ ของแบบนี้มันต้องพบกันครึ่งทางครับ จะไปให้ใครเปลี่ยนร้อยเปอร์เซ็นต์เลยมันออกจะไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่นะครับ

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันดีกว่าครับ ไหนๆ ก็รักกันแล้วนี่หน่า

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements