รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Now and Then (1995) วันนี้ วันนั้น หัวใจไม่ขาดเพื่อน

1394637816

นิยามที่น่าจะเหมาะกับหนังเรื่องนี้คือ นี่เป็น Stand By Me ฉบับผู้หญิงครับ เพราะว่าด้วยสาวๆ 4 คนที่มาเจอกันตอนโตแล้ว จากนั้นก็รำลึกอดีตกัน แต่ก็ต้องขอบอกก่อนว่าความลงตัว กลมกล่อมนั้นยังไม่ถึงขั้น Stand By Me นะครับ บอกไว้เนิ่นๆ จะได้ไม่คาดหวังไว้สูงจนเกินไป

เปิดมาหนังก็แนะนำ 4 สาวที่เป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเด็ก อันได้แก่ โรเบอร์ต้า (Rosie O’Donnell), ทีนี่ (Melanie Griffith), ซาแมนต้า (Demi Moore) และคริสซี่ (Rita Wilson) ซึ่งเหตุที่พวกเธอกลับมาเจอกันก็เพราะคริสซี่กำลังจะคลอดลูกครับ เลยพากันมาเยี่ยมและให้กำลังใจ พลางรำลึกวันเก่าๆ ไปด้วยกัน

จากนั้นหนังก็สลับฉากจากปี 1991 มาสู่ปี 1970 อันเป็นช่วงวัยเด็กของพวกเธอ โดย Christina Ricci มาแสดงเป็นโรเบอร์ต้า, Thora Birch เป็นทีนี่, Gaby Hoffmann เป็นซาแมนต้า และ Ashleigh Aston Moore เป็นคริสซี่ ซึ่งในตอนนั้นพวกเธอก็กำลังจะก้าวข้ามจากเด็กหญิงเป็นสาววัยรุ่น ซึ่งแต่ละคนก็มีปมให้เผชิญ เช่น โรเบอร์ต้าเองก็ยังมีคำถามเกี่ยวกับการเสียชีวิตของแม่, ทีนี่ก็ใฝ่ฝันจะเป็นดาราดังเมื่อโตขึ้น, ซาแมนต้าเองก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ “พ่อแม่แยกทางกัน” และคริสซี่ก็กำลังประสบปัญหา ประเภทว่า “แม่ของตนปกป้องและดูแลเธอดีจนเกินเหตุไปหน่อย”

นอกจากนี้พวกเธอก็ยังไปลองของที่สุสานครับ และพอดีว่าคืนนั้นดันเกิดเรื่องประหลาดๆ ขึ้นมาด้วย พวกเธอเลยเชื่อว่าตัวเองไปปลุกผี “จอห์นนี่ ที่รัก” ชายที่เสียชีวิตอย่างลึกลับในเมือง ซึ่งก็เริ่มต้นด้วยความกลัวครับ แต่แล้วเรื่องจอห์นนี่ที่รักนี่แหละ ที่ทำให้พวกเธอได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ที่มีค่ายิ่งกว่าที่ตำราใดๆ จะเคยสอนพวกเธอได้

หนังเล่าเรื่องได้ไม่เลวนะครับ มันอาจไม่ได้ทรงพลังหรือชวนติดตามทุกนาที แต่ก็ดูได้เพลินๆ มีอารมณ์ขันแทรกแบบพอเหมาะ มีความแสบก๋ากั๋นแทรกให้หนังมีสีสัน ขณะเดียวกันหลายฉากก็น่าสนใจในเชิงดราม่า อย่างตอนโรเบอร์ต้าเจอข่าวการตายของแม่ในหนังสือพิมพ์โดยไม่ทันตั้งตัว ระหว่างไปค้นหาความจริงเกี่ยวกับคดีการตายของจอห์นนี่ที่รัก ซึ่งก็เข้าใจโรเบอร์ต้าเลยล่ะครับ เจอข่าวแม่ของตัวเองเสียชีวิตพาดหัวอยู่ตรงหน้า ไม่อึ้งก็คงไม่ไหว

หรือตอนที่ทีนี่กับซาแมนต้าคุยกันเรื่องพ่อแม่แยกทาง โดยพวกเธอคุยเปรียบกับซีรี่ส์ทางทีวีที่มักจะมีตัวละครที่รักกันลงเอยด้วยการแยกทางกันไป จนพวกเธอได้ข้อสรุปว่ามันก็คือเรื่องธรรมดาของชีวิตอย่างหนึ่ง เหมือนเรียนหนังสือ กินข้าว หรือตื่นนอนนั่นแหละ

แล้วซาแมนต้าก็พูดขึ้นมาทั้งน้ำตาคลอว่า “มันธรรมดา… แต่เจ็บปวดนะ” ถือเป็นฉากที่สื่ออะไรได้ดีครับ

msdnoan_ec006_h

ด้านนักแสดงถือว่าโอเคเลยครับ ที่เป็นวัยผู้ใหญ่ก็หายห่วงครับ มืออาชีพทั้งนั้น นอกจาก 4 สาวแล้วยังมี Cloris Leachman, Lolita Davidovich, Janeane Garofalo, Hank Azaria และ Bonnie Hunt มาร่วมแสดงสมทบ แล้วก็ยังมี Brendan Fraser มารับเชิญเป็นทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม ที่แวะมาเอ่ยให้สาวๆ รู้ว่าสงครามมันไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวรายงานหรอก หรือที่บอกว่าอเมริกันชนะน่ะ มันเป็นเรื่องน่าขำมากกว่า เพราะจริงๆ แล้วสงครามมันไม่ได้ให้อะไรที่ดีเลย

แม้จะรับเชิญ แต่ประเด็นที่พี่แกมาพูดนั้นถือว่าน่าสนใจนะครับ เพราะแน่นอนว่าสาวๆ ก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง บางทียังมองว่านายทหารคนนี้เพี้ยนหรือเปล่า มาบอกว่าอเมริกันชนะไม่ใช่เรื่องดีหรือมาบอกว่าสงครามนี้สู้แล้วไม่ได้อะไร ก็เป็นการสะท้อนเรื่องมุมมองกับประสบการณ์ชีวิตได้ดีครับ เพราะสาวๆ ก็ไม่ได้ผิดอะไร พวกเธอแค่รับรู้จากข่าวโดยยังไม่มีวิจารณญาณที่ลึกซึ้งนัก ทำให้เธอเชื่อในสิ่งที่ได้รู้โดยไม่คิดมาก

ดูฉากนี้แล้วตระหนักเลยครับ ว่าบางครั้งการที่ผู้ใหญ่พูดอะไรให้เด็กฟังแล้วก็บอกว่า “หนูยังเด็ก ยังไม่เข้าใจอะไรหรอก” นั้น มันก็มีมุมความจริงอยู่บ้าง ซึ่งในความหมายแล้วไม่ได้แปลว่าเด็กไม่ฉลาดหรือโง่ครับ แต่มันหมายถึงเด็กอาจมีประสบการณ์ไม่มาก มีมุมมองที่ยังไม่คม อาจต้องใช้เวลาให้เหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตขัดเกลา ถึงจะค่อยมองอะไรชัดขึ้น เข้าใจเรื่องในมุมต่างๆ ได้มากกว่าเดิม

ซึ่งการที่เด็กๆ จะเข้าใจได้มากขึ้นหรือน้อยลง ส่วนหนึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องคอยชี้ทางด้วยเหมือนกัน

อีกประเด็นหนึ่งที่ชอบคือเรื่องของ พีท (Walter Sparrow) ที่ใครๆ ก็หาว่าเพี้ยนจนพวกสาวๆ ก็พากันกลัว (คล้ายกันบทคนแก่ตักหิมะใน Home Alone น่ะครับ) แต่แล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งพวกสาวๆ ก็ได้เรียนรู้ว่าการประเมินคนจากที่เขาเล่ากันหรือจากรูปลักษณ์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ถูกประเมินในทางแย่ๆ เอาซะเลย

ผมชอบฉากที่แซม (ตอนโต) บอกว่าเธอไม่เข้าใจสิ่งที่พีทพูดเมื่อตอนยังเด็ก แต่เมื่อเธอเป็นผู้ใหญ่ ผ่านประสบการณ์ก็ทำให้เธอเข้าใจคำกล่าวเหล่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับประเด็นวุฒิภาวะ เรื่องช่วงวัย เรื่องประสบการณ์ที่หนังนำเสนอเป็นระยะๆ

1394642755

ในเรื่องเราจะได้เห็นพวกเธอค่อยๆ เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้เรื่องความรัก เรื่องเพศ เรียนรู้เรื่องความตาย และเรียนรู้ความจริง (โดยผ่านคำโกหก) ทั้งหมดนี้พวกเธอไม่ได้เข้าใจมันกระจ่างแจ้งทั้งหมด… แต่มันเป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ให้พวกเธอเก็บไว้คิดเมื่อโตขึ้น

หนังอาจไม่ยอดเยี่ยมเท่า Stand By Me แต่ผมก็ชอบครับ จะว่าแพ้ทางก็คงได้ ผมชอบอยู่แล้วครับหนังว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน มิตรภาพในวัยเยาว์ที่เจือไว้ด้วยความสนุกสนานและครบน้ำตา อีกทั้งยังเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ชีวิต วัยแห่งการทำความเข้าใจ

คุ้มที่จะดูครับเรื่องนี้

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

Advertisements