รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Last Dance (1996) ผู้หญิงท้าตาย

25220_front

Sharon Stone โกยชื่อเสียงไปพะเรอเกวียนจากหนังหวือหวาเต็มภาพเต็มอารมณ์อย่าง Basic Instinct แล้วถ้าจำกันได้เธอก็เล่นหนังที่มีแนวทางเดียวกันตามออกมาพอสมควร แต่ก็ไปไม่รอดครับ ซ้ำนักวิจารณ์ยังค่อนแคะว่าเธอขายแต่ความสวย ไม่ขายฝีมือ เธอก็เลยพยายามผันตัวเองมาเล่นหนังดราม่าบ้าง ซึ่งก็ได้ผลดีพอตัวจาก Casino ที่ได้รางวัลลูกโลกทองคำมานอนกอดพร้อมเข้าชิงออสการ์ ลบคำสบประมาทไปได้

แต่เหมือนอาถรรพ์หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ เพราะดาราส่วนมากสูงสุดมักคืนสู่สามัญ ได้วิ่งเล่นบนเวทีออสการ์ทีไร เป็นได้มีดวงชะตาสาละวันเตี้ยลงประจำ กว่าจะฟื้นได้ก็ต้องรอตั้งนานสองนาน

เจ๊ Sharon ก็เจออาถรรพ์ที่ว่านี่เข้าไปเหมือนกัน

เจ๊ Sharon รับบท ซินดี้ ลิกเกตต์ นักโทษประหารที่กำลังจ่อคิวรอนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า แต่แล้วความหวังใหม่ก็ปรากฎขึ้นเมื่อมีทนายหนุ่มไฟแรง ริก เฮเยส (Rob Morrow) ยื่นมือเข้ามาเพื่อช่วยเหลือเธอ เขาเลยพยายามหาทางหาหลักฐานมาหักล้างช่วยชีวิตซินดี้ แต่จะสำเร็จหรือไม่อย่างไรก็ติดตามกันในเรื่องนะครับ

ในเบื้องต้นผมว่าหนังน่าจะมีอะไรน่าสนบ้าง ไม่ใช่แค่การที่ Stone พลิกมารับบทแนวชีวิตเข้มๆ เท่านั้นนะครับ แต่หนังยังได้ดาราอย่าง Morrow ที่คอหนังคุณภาพน่าจะจำเขาได้จาก Quiz Show ซ้ำยังได้ Bruce Beresford ผู้กำกับที่เคยวิ่งผ่านเข้าชิงออสการ์มาแล้วจากหนัง Tender Mercies ซ้ำหนังที่เขาทำส่วนมากก็ดีๆ ทั้งนั้น เอา Driving Miss Daisy เป็นตัวอย่างสิครับ ได้ออสการ์หนังยอดเยี่ยมกันไปข้างหนึ่ง

รสมือเด่นๆ ของ Beresford คือความสามารถในการจับเอาเรื่องแนวชีวิตที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมาทำให้มีอะไรได้อย่างน่าทึ่ง เช่น Driving Miss Daisy นี่แหละ เรื่องของหญิงชราอารมณ์ร้ายกับคนขับรถผิวดำ จากเดิมเป็นฝ่ายตรงข้ามไม่ลงรอยกัน แต่พอเวลาผ่านไป ทั้งคู่กลับเข้าใจกันและกันมากที่สุด ฉากจบของเรื่องนี่เล่นเอาผมซึ่งไปเลยล่ะครับ

แต่ก็ไม่รู้เจออาถรรพ์อะไรอีกหรือเปล่า เพราะหนังหลังจากนั้นก็เริ่มมีขึ้นลงตามจังหวะซะแล้ว

จริงๆ เนื้อเรื่องของ Last Dance น่าสนแต่แรกแล้วล่ะครับ เช่นว่าทำไมทนายหนุ่มต้องมาหาทางช่วยเธอ เขาต้องการพิสูจน์อะไรหรือ และเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ ตามปกติถ้าหนังเข้าล็อค คนดูจะต้องติดตามเอาใจช่วยนางเอกให้รอดเก้าอี้ไฟฟ้าและลุ้นว่าพระเอกจะเอาอะไรมาแก้ต่างให้

แต่เชื่อไหมครับว่าอะไรเหล่านั้นไม่มีในหนังเลยอ้ะ

ทุกอย่างกลับนิ่งไปหมด การตามปมนี่นิ่งมาก จนถึงขั้นไม่ขยับเลย ดูจนจบยังเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลังการเดินเรื่องไม่รู้หายไปไหน จนหนังเจอปัญหาแบบที่ผมชอบบ่นบ่อยๆ คือ ไม่รู้จะดูหนังไปทำไม เพราะไม่มีอะไรดึงเราให้อยากดู

จุดสำคัญต้องทำให้นางเอกน่าเอาใจช่วย แต่ก็เปล่าครับ ตอนจบชะตากรรมนางเอกจะเป็นเช่นไรก็ไม่อาจทำให้คนดูลุ้นหรือสะเทือนใจไปด้วยได้

ถ้าถามว่าดาราแสดงกันดีไหม ก็ต้องบอกว่าเรื่อยๆ ฝีมือไม่คั้น ไม่เค้นเท่าที่ควร ยิ่งแนวนี้มีคนทำระดับเฉียบๆ เป็นมาตรฐานไว้แล้วอย่าง Dead Man Walking หนังที่ Tim Robbins กำกับจน Susan Sarandon นางเอกของเรื่องและนางเอกในชีวิตจริงของ Robbins ได้ออสการ์เป็นผลสำเร็จหลังจากคั่วมาตั้ง 4 รอบ เนื้อหาคล้ายคลึงกัน แต่มีการสลับบทนิดหน่อย โดยให้ตัวละครหญิงเป็นคนแก้ต่าง ส่วนผู้ชาย (รับบทโดย Sean Penn) เป็นนักโทษ

ถ้าใครเคยดูเรื่องที่ว่าแล้วมาดูเรื่องนี้คงมีอะไรให้เปรียบให้ติยุ่บยั่บไปหมด ซึ่งผมคงไม่เอามาสาธยายล่ะครับ เพราะคนไม่เคยดูยังมีอีกเยอะ บอกแค่ว่าถ้าสนใจหนังแนวนี้ ไปดู Dead Man Walking แล้วท่านจะสมใจกว่านี้เยอะ

ผมออกจะผิดคาดเยอะหน่อยตอนดู เพราะมันนิ่งมาก ดูจบแล้วก็จบกัน ไม่ได้มีอะไรผลิบานให้คิดเท่าไหร่ เสียดายเหมือนกันครับ โดยเฉพาะ Morrow ที่อนาคตเหมือนจะดี แต่มาเจอเรื่องนี้ทีล่ะแทบกลับบ้านไม่ทันเลย หลังจากเรื่องนี้ชื่อพี่แกก็เงียบๆ ไป เล่นหนังบ้างแต่ก็แค่ผลุบโผล่

ส่วน Stone ก็เรื่อยๆ เป็นการพยายามพลิกบทที่ไม่เลวครับ ดูโทรมเลย อย่างน้อยเธอก็พยายามทุ่มเทกับบทน่ะนะครับ เสียแต่เนื้อเรื่องมันธรรมดาเกินไป หรือฝีมือ Beresford แกเกิดถึงจุดดิ่งพอดีก็ไม่ทราบ มันเลยออกมากร่อยได้ขนาดนี้

งานนี้แฟน Stone ก็คงเซ็งถ้วนหน้า เพราะหนังมันทอนบารมีเจ๊แกลงไปอีกเยอะ

สองดาวแบบเรื่อยๆ ครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements