รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Saw V (2008) เกม ตัด-ต่อ-ตาย 5

Scott_Patterson_in_Saw_V_Wallpaper_1_1280

SAW V กลับมาพร้อมแบบเรียนการสอนวิชาชีวิตด้วยเลือดด้วยเคยครับ เรื่องราวสืบเนื่องจากคราวก่อนเจ้าหน้าที่สแตรม (Scott Patterson) ได้รู้เงื่อนงำแล้วว่าจิ๊กซอว์ (Tobin Bell) ยังมีผู้ช่วยผู้ลึกลับอยู่อีกคน ดังนั้นแม้พี่จิ๊กแกจะม่องไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนเดินเกมชุดใหม่ต่อไปอีก สแตรมเลยพยายามสืบสาวที่มาที่ไปของผู้ช่วยรายนี้ และพยายามจับมันให้ได้คาหนังคาเขา ก่อนที่เกมมรณะจะคร่าชีวิตคนให้ตายไปอีก

ภาคนี้ยังคงเขียนบทโดย Patrick Melton และ Marcus Dunstan จากภาค 4 ส่วนผู้กำกับนั้นเปลี่ยนมาเป็น David Hackl ผู้ช่วยผู้กำกับภาค 3 และ 4 ที่คราวนี้ได้รับมอบให้มากำกับแบบเต็มตัว ซึ่งตัวหนังผมว่าอยู่ในระดับเดียวกับภาคที่แล้วครับ นั่นคือยังมีความตื่นเต้น สยดสยอง โหด แต่ก็สู้ 3 ภาคแรกไม่ได้ ซึ่งถ้าถามว่าชนะกันตรงไหนก็บอกได้ว่าชนะตรง “บท” นั่นแหละครับ

ใน 3 ภาคแรกเรื่องราวมันเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน การขมวดปมก็เร้าใจ เดินเรื่องก็ฉับไวชวนให้คล้อยตามได้ง่ายๆ อีกนับหนึ่งก็คือ แม้จะมีช่องโหว่บ้าง แต่ทีมงานก็ใช้ความไวและความโหดสร้างความเนียนให้กับหนังได้ ส่วนตั้งแต่ภาค 4 มาบทจะไม่แน่นเท่า ในส่วนของเกมกับเนื้อเรื่องนั้นก็ยังไม่เข้ากันเป็นเนื้อเดียวสักเท่าไร

ด้วยเหตุนี้รสชาติภาคนี้จึงอร่อยในระดับหนึ่ง พอกล้อมแกล้มแต่ยังไม่กลมกล่อม เรียกว่าถ้าอยากได้ฉากโหดๆ ความตายสยองๆ ล่ะก็หนังพอตอบสนองให้ได้ครับ แต่ถ้าหวังพล็อตชวนติดตามแบบเร้าใจ ลุ้นระทึก และบทสรุปพลิกความคาดหมายแบบอึ้งหนักๆ ก็อาจไม่สมหวังเท่าที่ควร (คือภาคนี้เดาชะตากรรมพี่สแตรมแกได้ไม่ยากเลยน่ะครับ ก็ในเมื่อพี่ผู้ช่วยของจิ๊กซอว์แสดงเจตนาซะขนาดนั้นว่าจะทำอะไรกับพี่สแตรมน่ะ)

อย่างไรก็ดีหนังมีส่วนที่ผมชอบในส่วนของเกมครับ (จะมีสปอยล์ในะครับ ถ้าไม่อยากทราบข้่ามไปบรรทัดสุดท้ายเถิด)

still-of-scott-patterson-in-saw-v-2008-large-picture

หลังจากภาคก่อนๆ พี่จิ๊กสอนให้คนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตตนเองแล้ว มาภาคนี้ก็สอนให้เห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่น เพราะจริงๆ แล้วเกมอันนี้ถือว่าเป็นเกมที่ปรานีที่สุดแล้วนะครับ ขอเพียงเหยื่อทั้ง 5 ใจเย็น มีสติ มีความโอบอ้อมคิดถึงคนอื่น ไม่เห็นแก่ตัวมากจนเกินไป ทั้งหมดก็จะสามารถรอดได้ แม้จะเกือบตายก็เถอะ แต่ก็ยังพอจะรอดออกมาได้

เกมในเรื่องก็สะท้อนความเห็นแก่ตัวของคนน่ะครับ การแย่งชิงเพื่อให้ตนเองรอด การเหยียบบ่าเหยียบหัว ทำร้ายผู้อื่นเพื่อต่อชีวิต อะไรเหล่านี้คือเชื้อร้ายที่แฝงอยู่ในสังคมจริงๆ

ทั้งๆ ที่หากคนเราเลือกที่จะถ้อยทีถ้อยอาศัย แบ่งปันให้แก่กัน รู้จักพอในส่วนของตนเองเสียบ้าง คิดถึงคนอื่นบ้าง ไม่ต้องถึงขั้นคิดถึงแต่คนอื่นก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ให้หันไปมองบ้าง ไม่ระรานเขา ไม่ไปเบียนเบียนใครเขา ถ้าทำเช่นนั้นได้จริงสังคมคงน่าอยู่กว่านี้ หากเราลด “การได้” ลง ก็คงจะมี “คนที่ต้องเสีย” น้อยลงตามไปด้วย

เมื่อมี “ได้” ย่อมมี “เสีย“… เมื่อมี “เอามา” ย่อมมี “ขาดไป“… แต่ถ้าแบ่งกันได้แบ่งกันให้ จริงที่เราอาจเสียในบางส่วน แต่คนอื่นก็จะได้ด้วย แลัวเมื่อต่างคนต่างได้ เรื่องร้ายๆ ก็คงเกิดขึ้นน้อยลง

ชั้นเชิงของเกมมองประเด็นนี้ได้ง่ายครับ ไม่ว่าจะกับดักแรกที่ดูก็รู้ว่าถ้ามีการแบ่งสรรหน้าที่ดีๆ ช่วยกันหยิบช่วยกันโยนช่วยกันไข คนก็คงรอดกันหมด หรือด่านที่ 2 ถ้ามองช่องท่อให้ดีๆ วิเคราะห์ให้เหมาะๆ ก็จะรู้ได้ว่าหนึ่งช่องลอดได้มากกว่าหนึ่งคน พอถึงด่านสามด่านสี่ก็เหมือนกันครับ ถ้าแบ่งความรับผิดชอบเป็น 5 ส่วน ทั้งหมดก็คงจะรอดมาได้ โดยเสียกันบ้างคนละนิดละหน่อย

แต่พอคิดเอาแต่ได้กันหมด เรื่องมันเลยหายนะอย่างที่เห็นนั่นแหละ

Saw-5-mark-hoffman-18842508-853-480

รู้สึกนะครับว่าเกมแต่ละเกมในภาคนี้มองออกไม่ยาก ขนาดผู้เล่นยังมองออกได้ และนี่ยังเป็น Saw ภาคแรกที่จิ๊กซอว์ (หรือผู้ช่วย) ไม่ได้พูดปิดท้ายว่า “เกมจบแล้ว” ก็คงจะเป็นการบ่งบอกแบบนัยๆ น่ะครับ ว่าเกมนี้แม้จะกลั่นจากสมองของจิ๊กซอว์ แต่ก็เพราะพี่ท่านไม่ได้ลงมือเอง รสมือจึงมีทั้งลงตัวและไม่ลงตัวผสมกัน

ด้านนักแสดงนั้นก็เหมือนยกจากภาคก่อนมาทั้งดุ้น Tobin Bell ก็ยังตามมาเล่นเป็นพี่จิ๊กได้ แม้ว่าแกจะตายไปแล้วก็เถอะครับ แต่บทก็ยังนำพาแกมาขึ้นจอได้อยู่ดี และพี่ท่านก็ยังแสดงได้เฉียบดีอีกเช่นเคย Costas Mandylor ในบท เจ้าหน้าที่ฮอฟฟ์แมน, Betsy Russell ในบท จิลล์ ภรรยาของจิ๊กซอว์ และ Patterson ที่กลับมาแสดงเป็นเจ้าหน้าที่สแตรม แต่ละรายก็เล่นได้สบายๆ ครับ ก็แสดงมาตั้งหลายรอบแล้วนี่

จริงๆ แล้วหนังภาคนี้จะมีดาราใหญ่ๆ มาเล่นร่วมด้วย เช่น บทแดน อีริคสัน หัวหน้าของสแตรมนั้นตอนแรกเขียนไว้เพื่อให้ William Forsythe มาแสดงครับ แต่เพราะคิวไม่ว่างเลยต้องเป็น Mark Rolston แทน นอกจากนี้ยังมีการเชิญให้ Danny Glover ที่รับบทนายตำรวจที่ตามล่าจิ๊กซอว์นั้นกลับมาแสดงในฉากแฟลชแบ็คด้วย แต่เพราะคิวไม่ว่าอีกเช่นกันครับ ฉากที่ว่าเลยต้องตัดออกไปจากบท อันนี้ก็แอบเสียดายเหมือนกัน อยากรู้ครับว่าบทที่โดนตัดไปน่ะ จะมีปมอะไรดีๆ หรือเปล่า

แถมอีกนิดครับว่า ในฉากที่ฮอฟฟ์แมนได้เจอกับจิ๊กซอว์เป็นครั้งแรกนั้น ถ้าตาดีท่านจะได้เห็น Dunstan และ Melton คู่หูคนเขียนบทหนังเรื่องนี้โผล่มาป้วนเปี้ยนแถวลิฟท์ด้วยครับ มองกันดีๆ ล่ะ

สรุปว่าดูสนุกน้อยลงมา แต่ก็ยังจัดว่าเข้าท่าพอตัวสำหรับหนังภาคต่อชุดนี้ครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements