รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Saw (2003), ฉบับหนังสั้น ก้าวแรกแห่งตำนานจิ๊กซอว์

Saw-2003-poster-1

นี่คือ Saw ต้นฉบับแรกเริ่มเลยครับ

ก่อนที่หนังชุด Saw จะมาดังสนั่นนั้น James Wan เริ่มทำจากหนังสั้นความยาว 9 นาทีก่อน กับการเล่าเรื่องของเดวิด (Leigh Whannell) ภารโรงประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่จู่ๆ ก็โดนจับตัวไปอยู่ในห้องมืดๆ แล้วก็มีเครื่องมือประหลาดมาคาดอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะมีหุ่นประหลาดโผล่มาทางจอทีวีแล้วบอกว่า “I Want to Play a Game

จากนั้นมันบอกกติกากับเดวิด กติกาที่มีความเป็นความตายเป็นเดิมพัน… แล้วจากนั้นเกมตัดต่อตายก็เริ่มต้น!

ไม่น่าแปลกใจครับที่หนังสั้นชิ้นนี้จะแจ้งเกิดในวงการให้กับ Wan แล้วยังทำให้สตูดิโอสนใจจะสร้าง Saw เป็นหนังใหญ่ด้วย เพราะตัวหนังสั้นนี้มันชวนติดตาม มีทั้งความมืดทะมึน สยอง กดดัน และความตื่นเต้นชวนลุ้นว่าเดวิดจะรอดจากเกมมรณะนี้ได้อย่างไร

ผมดูหนังสั้นนี้ตอนที่ดู Saw ไปแล้วหลายภาคน่ะนะครับ ยังรู้สึกเลยว่าหนังสั้นนี้มีดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันสุดยอดหรือมีอาการอึ้งทึ่งสักเท่าไร ส่วนหนึ่งก็คงเพราะอะไรที่เห็นในเรื่องมันเคยผ่านตาผมมาแล้วจาก Saw ฉบับหนังใหญ่นั่นแหละครับ แต่คาดว่าตอนสมัยนั้นที่ใครๆ เพิ่งดูกันเป็นหนแรก น่าจะสร้างความกดดัน ตื่นเต้นได้อย่างมากทีเดียว เรียกว่าสดใหม่มากสำหรับวงการหนังสยองก็ว่าได้

James Wan กำกับและตัดต่อเองครับ อีกทั้งยังเป็นคนสร้างสรรค์เจ้าหุ่นตัวแทนของจิ๊กซอว์ด้วย ซึ่งพี่ท่านก็เลือกแบบหุ่นได้ยอดมากๆ และที่ไม่ชมไม่ได้คือลีลาการถ่ายภาพที่กดดันอย่างได้ผล ไหนจะมุมกล้องแบบเหวี่ยงๆ หวือๆ ประมาณว่าเอาภาพการเคลื่อนไหวยามสับสนของตัวละครมาเพิ่มความเร็วน่ะครับ อันนี้เด็ดนะครับ เห็นทีไรก็เร้าใจคนดู เร้าอารมณ์ให้ตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูกตามไปด้วย และมุมกล้องกับลีลาฟอร์เวิร์ดภาพแบบนี้ก็ยังเป็นเอกลักษณ์อมตะที่ Saw แทบทุกภาคต้องนำไปใช้ทั้งสิ้น

ส่วนบทนั้นเขียนขึ้นโดย Whannell คนที่แสดงเป็นเดวิดนั่นเอง ซึ่ง Wan กับ Whannell นี่ก็เป็นซี้กันตั้งแต่สมัยเรียนน่ะครับ พวกเขาร่วมกันคิดพล็อตนี้ขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจมาจากความฝันที่น่าสะพรึงของพวกเขา (ฝันได้น่ากลัวมากครับพี่! ) แล้วก็ได้เป็นบทหนังเรื่อง Saw ขึ้นมา

แต่ก็แน่ล่ะครับว่านักทำหนังมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์อย่างพวกเขา ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สตูดิโอทำหนังจะหันมาสนใจ เขาเลยตัดสินใจทำเป็นหนังสั้นที่แทบไม่ต้องใช้ทุนอะไรมาก โดยได้ความช่วยเหลือจากผองเพื่อน ซึ่งรายที่สำคัญที่สุดต้องยกให้ Charlie Clouser นักดนตรีชาวออสเตรเลียที่มาช่วยประพันธ์ดนตรีธีมหลักให้ ซึ่งธีมที่ว่าก็กลายมาเป็นธีมอมตะที่มักจะมีไว้โหมโรงก่อนจบหนังชุด Saw ทุกภาค (ธีมที่ว่าชื่อ Hello Zepp ครับ)

ทำให้นึกถึงพวก The Evil Dead นะครับ หนังสยองท่ี่สามารถออกมาดีได้ ทั้งที่คนทำก็มีไม่เยอะ

แล้ว Wan ก็เดินหน้าถ่ายทำเสร็จใน 8 วัน จากนั้นก็เอาไปเสนอค่าย Lionsgate ซึ่งทางค่ายตกลงมอบทุน 1.2 ล้านให้พวกเขาสร้างหนังทันทีที่ดูจบครับ

นี่แหละครับ หนังเล็กๆ หนังแค่ 9 นาทีกว่าๆ ที่เป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ให้กับซีรี่ส์หนังสยองที่มีออกมาถึง 7 ตอนด้วยกัน

สิ่งเล็กๆ ในเรื่องนี้ได้รับการต่อเติมเสริมให้เกิดความสยองลูกโซ่ตามมาอีกเพียบ และแต่ละภาคก็ไม่ได้เป็นแค่หนังสยองที่ทำออกมาแบบลวกๆ ทว่าทุกภาคทุกตอนมีอะไรให้เก็บไปคิดเป็นกำไรสาระทั้งนั้น

แต่ละภาคมีอะไรบ้าง รอพบกับรีวิว 7 ภาคที่ผมจะทยอยลงไปวันละภาคครับ ส่วนรีวิวอันนี้แนะนำให้ท่านได้รู้ว่าหนังสั้นเรื่องนี้มีดีแค่ไหน… แม้ตัวหนังหากเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆ แล้วอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ แต่มันก็มีคุณค่ามหาศาล ความสนุกตื่นเต้นนับว่ามีมากกว่าหนังยาวๆ บางเรื่องซะอีก… สิ่งเล็กๆ อันนี้ดูถูกไม่ได้เลยครับ

สิ่งเล็กๆ… ที่เรียกว่า SAW

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements