รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Mrs. Doubtfire (1993) คุณนายเด๊าท์ไฟร์ พี่เลี้ยงหัวใจหนุงหนิง

0b684a6a618cf37e6dca1b8cae4970a5

จู๋ๆ ก็นึกถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมาครับ เลยขอหยิบมาเขียนถึงสักหน่อย

รู้ไหมครับระหว่างที่ผมจรดมือพิมพ์คีย์บอร์ดนี่ผมกำลังอมยิ้มอยู่ด้วยนะครับ คือแค่นึกถึงหนังเรื่องนี้ความสุขก็ไหลมาแล้วล่ะ เพราะมันเป็นหนึ่งในหนังดูสบาย Feel Good และตลกดูเพลินสุดๆ เรื่องหนึ่งแห่งยุค 90

และอันที่จริงผมว่าแม้ตอนนี้จะเป็นปี 2014 ซึ่งถ้านับนิ้วดูก็จะเท่ากับหนังเรื่องนี้อายุ 21 ปีเข้าไปแล้วน่ะนะครับ แต่ผมว่ามันยังดูสนุก สร้างความสุขให้กับผู้ชมได้ไม่เสื่อมคลาย และถ้าลองมาคิดจริงๆ ผมว่าหนังแนวนี้ที่ทำได้ถึงระดับนี้น่ะ หาดูในสมัยนี้ได้ไม่เยอะเท่าไร

มานั่งนึกๆ ดูก็รู้สึกว่าตลาดหนังโรงในปัจจุบันจะมีหนังแนวนี้น้อยลงนะครับ ส่วนมากที่เน้นขายกันจะเป็นหนังแอ็กชัน (ทั้งทุนหนาและไม่หนา) หนังสยอง หนัง Marvel หรือไม่ก็หนังดราม่าหวังรางวัลไปเลย ในขณะที่ตลาดหนังครอบครัวดูจะเทไปที่หนังการ์ตูนหรืออนิเมชั่นมากกว่าจะเป็นหนังคนแสดงแบบนี้ เหมือนส่วนใหญ่ผู้สร้างเขาจะโยกหนังครอบครัวลงทีวีหรือไม่ก็ลงแผ่นไปมากกว่า

ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกโหยหาหนังแนวนี้ขึ้นมาจับใจ

Mrs. Doubtfire ถือเป็นหนังครอบครัวที่ดูสนุก และมีความสุขหลังดูจบครับ คนแรกที่ต้องขอชมคือ Robin Williams ครับ พี่แกสุดยอดมาก สมัยโน้นนี่ถือเป็นเจ้าพ่อหนังตลกก็ว่าได้ เพราะเล่นขำทุกเรื่องหรือจะให้เล่นดราม่าก็ยังเล่นได้ดีอีกเช่นกัน สำหรับเรื่องนี้เขาสวมบทแดเนี่ยล ฮิลลาร์ด คุณพ่ออารมณ์ดีที่ล่าสุดตกงาน และยังผ่าไปจัดงานเลี้ยงให้ลูกจนบ้านเละเทะ ส่งผลให้มิแรนด้า (Sally Field) ภรรยาของเขาทันไม่ไหวและยื่นฟ้องหย่าพร้อมขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรและธิดา แต่การทำแบบนั้นน่ะเท่ากับฆ่าแดเนี่ยลทั้งเป็นก็ไม่ปานครับ เพราะเขาน่ะรักลูกๆ ทั้ง 3 คนแบบสุดหัวใจ แต่จนแล้วจนรอดศาลก็สั่งให้มิแรนด้ามีสิทธิ์ในการดูแลลูก และแดเนี่ยลสามารถเจอลูกได้แค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้น

ก็อย่างที่บอกครับ แดเนี่ยลยอมตายดีกว่าที่จะไม่ได้เจอหน้าลูก เขาเลยไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย (Harvey Fierstein) ที่เป็นศิลปินและนักแต่งเมคอัพ พวกเขาเลยช่วยกันจัดการสร้างหน้ากากใส่ชุดปลอมตัวแปลงให้แดเนียลเป็นหญิงชราเพื่อสมัครไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลลูกๆ ซะเลย

และชื่อของเธอ (หรือเขา) คนนี้ ก็คือ คุณนายเด๊าท์ไฟร์ค่ะ

doubtfire_hed

หนังสร้างจากวรรณกรรมเยาวชนอ่านสนุกของ Anne Fine ครับ ซึ่งหนังก็ดัดแปลงได้พอเหมาะดีครับ แน่นอนว่าจุดเด่นต้องยกให้การแสดงแปลงร่างของ Williams ที่แปลงเป็นหญิงชราได้อย่างน่าเชื่อ เรียกว่าหนังขายพี่แกเต็มๆ เลยล่ะครับ เล่นได้ดีจริงๆ ได้ทั้งฮาและดราม่าแบบพอเหมาะ ได้อารมณ์ซึ้งและเสียงหัวเราะในระดับที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ว่าง่ายๆ คือครบรสสุดๆ ล่ะครับ

Field ก็ถือว่าพอเหมาะกับบทครับ บทเธอไม่ได้ดูเป็นคุณแม่ใจร้ายอะไร เธอแค่ทนเห็นสามีทำตัวไร้แก่นสารไม่ไหว และไม่อยากให้ลูกๆ ถูกตามใจจนเหลิง แต่ลึกๆ แอบรู้สึกว่าเคมีระหว่าง Williams กับ Field ยังไม่เข้ากันเท่าไร แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เล่นดีก็โอเคแล้วล่ะ แต่รายที่ถือว่าเด่นและคนดูทุกคนย่อมจดจำได้คือลูกๆ ทั้ง 3 อันได้แก่ Lisa Jakub ในบทลิเดีย พี่สาวคนโต, Matthew Lawrence ในบทคริส พี่ชายคนกลาง และ Mara Wilson ในบทนาตาลีน้องสาวคนเล็ก แต่ละคนแสดงกันได้อย่างเจ๋งครับ น่ารักมากๆ โดยเฉพาะน้องหนู Mara ที่แก้มยุ้ยไร้เดียงสาดีจริงๆ

ยังมี Pierce Brosnan ที่ตอนนั้นยังไม่ได้เล่นหนังบอนด์มาเป็นสตู หนุ่มคนใหม่ที่หวังจะชนะใจมิแรนด้าและเขี่ยแดเนี่ยลทิ้ง ขานี้ก็เล่นได้เนียนไม่เลวครับ, Robert Prosky ดารารุ่นเก๋าผู้ล่วงลับในบทคุณลันดี้ เจ้าของสถานีโทรทัศน์ที่แดเนี่ยลไปทำงานที่เกิดชอบใจลีลาการพากย์ของแดเนี่ยลเข้า เลยอยากมอบงานใหม่ให้ และ Anne Haney ในบทคุณเซลเนอร์ ผู้มีหน้าที่คอยตรวจสอบพฤติกรรมของแดเนี่ยลเพื่อประกอบเป็นข้อมูลให้ศาลพิจารณาว่าควรให้สิทธิ์ในการดูแลลูกกับเขาใหม่ รายนี้ก็แสดงได้ฮาอีกเช่นกันครับ แต่ดาราท่านนี้ก็จากโลกนี้ไปแล้วเช่นกัน

ผู้กำกับ Chris Columbus คุมหนังได้อยู่หมัดครับ สมัยนั้นล่ะพี่คนนี้ถือเป็นมือทองแถวหน้าสำหรับหนังครอบครัวเลยครับ ทั้งเรื่องนี้และ Home Alone อีก 2 ภาค รายได้ทั่วโลกรวมกันนี่เป็นพันล้านทีเดียวล่ะครับ ซึ่งผมว่าพี่แกเก่งในการทำหนังสไตล์นี้น่ะครับ แนวครอบครัว ตลกๆ สนุกๆ ไม่เน้นอภินิหารหรือแฟนตาซีอะไรมาก (ผมว่าแกทำแนวแฟนตาซีไม่ขึ้นเท่าไรนะ) แล้วก็ต้องได้ดาราดีๆ มาฟอร์มทีมกันอีกนิด หนังก็จะสนุกแบบฉลุยได้เลย (แบบเรื่องนี้เป็นต้น)

หนังทำเงินในอเมริกาไป $219 ล้านครับ แต่ถ้าทำเงินรวมทั่วโลกก็จะเป็น $441 ล้าน ดังสุดๆ ไปเลย ในขณะที่ทุนสร้างน่ะแค่ $25 ล้านต้นๆ เท่านั้นเองครับ (แต่หากคิดรายได้เป็นค่าตั๋วปัจจุบันบวกด้วยอัตราเงินเฟ้อแล้ว จะเท่ากับหนังทำเงินไปไม่ต่ำกว่า $440 ล้าน นี่คือเฉพาะในอเมริกาที่เดียวนะครับ) ซึ่งหนังยังครองตำแหน่ง “หนังว่าด้วยชายแต่งหญิงที่ทำเงินสูงที่สุดตลอดกาล” อีกด้วย

mara-wilson-800

เป็นหนังครอบครัวที่ผมรักเลยล่ะครับ ดูแล้วอิ่ม ดูแล้วสุข ที่สำคัญคือพากย์ไทยสุดยอดมากๆ อีกเรื่องหนึ่ง (ทีม CVD น่ะนะครับ) ในด้านเนื้อหาสาระก็พอเหมาะทีเดียวครับ หนังสะท้อนความจริงหลายๆ ด้านให้เราได้เห็น อย่างตัวแดเนี่ยลเองแม้เขาจะเป็นพระเอกและเราสงสารเขาที่ต้องมาโดนแยกจากลูกไป แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เขาพัฒนาตัวเอง จากคนที่เอาแต่สนุกเฮฮาเพียงอย่างเดียวก็ได้กลายเป็นคนที่รู้จักรับผิดชอบ โดยเฉพาะการรู้จักรับผิดชอบตัวเอง ตั้งแต่ทำอาหาร เก็บกวาด (จากเดิมที่เอาแต่เฮและทำบ้านเละ) อีกทั้งมีงานมีการอันเหมาะสม เรียกว่าเขากลายเป็นที่พึ่งให้ลูกได้ทั้งในแง่ของพ่อที่สร้างความสนุกและอบอุ่นให้ลูก และยังรู้จักสอนถึงสิ่งที่ลูกควรรู้และควรทำ (เพราะก่อนหน้านี้เขาเองก็ยังไม่เข้าใจถึงคำว่าความรับผิดชอบสักเท่าไร)

การที่แดเนี่ยลและมิแรนด้ามีปัญหากัน ก็ทำให้เข้าใจกันได้มากขึ้น จากเดิมที่ต่างคนเหมือนจะต่างสร้างปัญหาให้กับก็ค่อยๆ หันหน้าเข้าหากัน รู้จักพูดจากันอย่างเหมาะสมมากขึ้น นี่แหละครับบางครั้งความรัก (ไม่ว่าจะรักหนุ่มสาว รักแบบเพื่อน หรือรักในครอบครัว) มันจะดีขึ้นเมื่อผ่านวิกฤติอะไรสักอย่าง แต่มีข้อแม้ว่าทุกฝ่ายต้องเรียนรู้จากปัญหาและวิกฤตินั้นด้วยน่ะนะครับ และลองว่าเรียนรู้แล้ว เข้าใจแล้ว ในที่สุดปัญหาก็จะจาง และความเข้าใจก็จะมาแทน

หลายฉากก็สื่อง่ายๆ ตรงๆ ดีครับ อย่างตอนแดเนี่ยลพูดหยาบแล้วลูกพูดหยาบตามเหล่านี้เป็นต้น

ผมว่าหนังให้มากกว่าความสนุกโปกฮาครับ หนังให้สาระที่น่าสนใจและน่าขบคิดของการเป็นครอบครัวให้ได้ดีด้วย

สนุกแบบเต็มอิ่ม

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements