รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Rest Stop: Don’t Look Back (2008) ไฮเวย์มรณะ 2

max1223102519-frontback-cover

เหตุเกิดหลังจากภาคแรกประมาณ 1 ปีครับ หลังการหายตัวไปของเจสส์และนิโคล คู่รักที่เดินทางผ่านถนนไฮเวย์สายเก่าแล้วก็ไม่มีใครพบอีกเลย ทีนี้พี่ชายของเจสส์ นามว่า ทอม (Richard Tillman) ก็ต้องการตามล่าหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับน้องกันแน่ เขาเลยเดินทางไปสำรวจตามถนนเส้นทางทั้งคู่ผ่าน แล้วในที่สุดเขาก็ได้เจอกับฆาตกรโหดที่ลงมือโหดเหี้ยมต่อน้องชายของเขา… ว่าแต่มันคือตัวอะไรกันแน่?

หลังจากภาคแรกดำเนินตามสูตรของหนังสยองระดับตำนานอย่าง The Texas Chainsaw Massacre ภาคนี้หนังก็เล่าเรื่องตามสูตรของหนังสยองภาคต่อครับ นั่นคือการให้ตัวละครชุดใหม่เข้ามาสืบหาความจริงเกี่ยวกับตัวละครจากภาคแรก ก่อนจะมีการเปิดเผยเฉลยปริศนาเกี่ยวกับฆาตกรโหดบนถนนสายเก่านี้ ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร มันมาจากไหน และจะปราบมันได้ยังไง

ภาคนี้ก็ยังสยองอยู่ครับ เพียงแต่สำหรับผม ผมออกจะชอบภาคแรกมากกว่าในฐานะที่หนังมันหลอนกว่า บรรยากาศมันดูกดดัน น่ากลัวกว่า และที่สำคัญคือตัวเอกในภาคแรก (ที่ต้องต่อกรกับฆาตกร) มีคนเดียว ทำให้เราลุ้นและแอบเอาใจช่วยให้ตัวละครนั้นหนีรอดเจ้าวายร้ายนี้ไปได้ แต่ภาคนี้ตัวละครมากขึ้นครับ ความสยองกดดันก็ลดลง ความหลอนก็ไม่มากเท่า และการที่เราได้รู้เรื่องที่มาของเจ้าฆาตกรนั้น บางจังหวะก็ทำให้ดีกรีความขลังที่ภาคแรกเคยมีหายไปไม่มากก็น้อย

หรือมุขเด็ดๆ ที่ผมโปรดจากภาคก่อนอย่างเรื่องผีๆ สางๆ นั้น มาภาคนี้ก็ใช้ต่อจนออกจะมากไป ดูเกร่อไปน่ะครับ มันไม่ได้ทำให้พิศวงแบบภาคแรก ซึ่งภาคนี้ John Shiban ยังคงเขียนบท แต่คนกำกับเปลี่ยนเป็น Shawn Papazian ที่อาจเพราะชั่วโมงบินยังไม่มากเท่า Shiban เลยทำให้พลังความสยองในภาคนี้ยังไม่มาก

ภาคนี้ถือว่ามีเลือดมีฉากเชือดที่แรงขึ้น ชัดขึ้น หนักขึ้น เหมือนมาเพื่อขยายความโหดที่ภาคก่อนยังเสนอไม่เต็มที่ แต่ผมกลับเห็นว่าความสยองแบบค่อยๆ กินอารมณ์คนดู ค่อยๆ ทำให้ตัวละครหมดหวัง โดยที่ไม่ต้องเห็นเลือดบ่อยๆ หรือไม่ต้องเพิ่มฉากทรมาน แต่เน้นที่อารมณ์หลอน แบบที่ภาคแรกทำไว้นั้นคือของเข้าท่าที่ทำความสำเร็จในระดับที่พอสมควรมาให้กับหนัง

แต่ถ้าเราไม่คิดมาก แล้วก็ดูเอาสยองไปเรื่อยๆ ก็น่าจะพอโอเคครับ แม้หนังจะมีช่วงอืดให้เบื่ออยู่หลายวาระก็ตาม

ถ้าชอบภาคแรกก็ขอให้ทำใจหน่อยก่อนดูภาค 2 ครับ อย่าคาดหวังมาก แล้วก็คิดว่าเราดูเพื่อรู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของเจ้าฆาตกรมากขึ้น แต่หากเฉยกับภาคแรก ภาคนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องหามารับชมครับ

แต่… ผมว่าจริงๆ การทำให้เจ้าตัวร้ายในเรื่องนี้จุดเด่น (แบบร้ายๆ) ของมันก็คือความลึกลับไม่รู้ที่มานี่แหละ มันทำให้เราคาดเดาอะไรต่อไปไม่ถูก ซึ่งภาคนี้มีจุดที่ว่าน้อยลงไป (อันเนื่องมาจากความตั้งใจดีในการพยายามเฉลยที่มาของมัน)

จุดนี้อดนึกถึง The X-files ไม่ได้ครับ เพราะมนต์ขลังบางอย่างค่อยๆ น้อยลงไปก็เพราะการเปิดเผยหรือเฉลยมากเกินไป แต่อันว่าการเฉลยนั้นก็ยังไม่แย่เท่ากับ “เฉลยคำตอบได้ไม่ฉลาดเท่าตอนตั้งคำถาม” อะไรแบบนี้แหละครับที่ลดความเข้มข้นกลมกล่อมของหนังลงไปเยอะ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements