รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

I Still Know What You Did Last Summer (1998) ซัมเมอร์สยอง…ต้องหวีด 2

i-still-know-what-you-did-last-summe22r

ภาคต่อครับ การกลับมาอีกครั้งของความใหญ่ เอ้ย ความสยอง ของฆาตกรมือตะขอที่มาเพื่อคิดบัญชีกับจูลี่ เจมส์ (Jennifer Love Hewitt) และ เรย์ บรอนสัน (Freddie Prinze Jr.) คู่หนุ่มสาวบาปหนักที่เจอฆาตกรจองเวรไม่เลิกรา

เหตุเกิดปีต่อมา จูลี่ก็ยังคงรู้สึกแย่อยู่กับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ฝันร้ายทุกคืน ดีที่ได้เพื่อนหญิงผิวดำใจดีอย่างคาร์ล่า วิลสัน (Brandy Norwood) คอยปลอบใจ และเธอก็เลยออกไอเดียจนจูลี่ได้รางวัลไปเที่ยวตากอากาศที่เกาะสวาทหาดสวรรค์ โดยไปพร้อมกับ ไทเรลล์ (Mekhi Phifer) แฟนของคาร์ล่า และ วิลล์ เบนสัน (Matthew Settle) พ่อหนุ่มที่แอบชอบจูลี่อยู่ไปเที่ยวด้วยกัน

แต่เรื่องก็เริ่มแปลกๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง เพราะมันไม่ใช่เทศกาลท่องเที่ยวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันเข้าหน้าฝนจนไม่มีทางที่พวกเขาจะออกไปเล่นน้ำทะเลได้ ตามด้วยประโยคปริศนาที่เขย่าขวัญจูลี่จนกระเจิงว่า I Still Know

หรือเจ้าฆาตกรมันยังไม่ตาย … หรือใครกำลังเล่นตลกกับพวกเธอ

แต่ที่แน่ๆ งานนี้ไม่ใช่ตลกธรรมดา เพราะมันฆ่าคนด้วย แล้วงานนี้พวกเขาจะรอดไปได้หรือไม่ ใครจะตายอีกบ้าง และใครคือฆาตกรกันแน่

เฮ่อ ท่านครับ มันเข็นภาคต่อมาแบบกะเกาะความดังภาคแรกอย่างชัดเจน ซ้ำจุดขายสำคัญก็คือ Love Hewitt แบบเต็มที่ เต็มอารมณ์ เอาแค่ฉากใส่ชุดคลุมอาบน้ำออกมาเดินนี่ก็ใช่แล้วอ้ะ โชว์โดยเจตนาเลย ส่วนพวกผมก็ดูโดยเจตนาพอกัน ทำไงได้ครับ จงใจขายผมก็จงใจดูอ้ะ เดี๋ยวไม่คุ้ม

แต่นอกนั้น บทหนังออกมาเหมือนจะให้ซับซ้อนนะ แต่มันก็ไม่เท่าไหร่อ้ะ หลายอย่างดูไม่มีเหตุผลเท่าที่ควร ยิ่งไปกว่านั้น คือผมรู้สึกไม่โอเคกับการที่ “ตัวละครไม่หาทางช่วยชีวิตตนเอง จนไม่น่าให้อภัย” ในหลายๆ ฉาก อย่างตอนที่จูลี่โดนฆาตกรจับขังในเครื่องอาบแดด (แบบที่ทำให้คนตายอย่างสยองใน Final Destination 3 น่ะครับ) ฆาตกรนั่นก็ใช้พลาสติกมาติดไว้ กันไมให้จูลี่เปิดออกมาได้ โอ้โห เจ๊ไม่มีแรงพอเข้าใจครับ เพราะพลาสติกมันก็แข็งอยู่ แต่คนอื่นๆ ที่มาช่วยนี่จะตกใจอะไรขนาดนั้น ถ้าหาที่ตัดพลาสติกคล้องนั่นไม่ได้ก็จัดการชักปลั๊กทิ้งอะไรก็ได้น่ะครับ ใจเย็นนิดก็แก้ได้แล้ว

i-still-know-what-you-did-last-summer

ยังไม่พอครับ ฉากที่ประทับใจมาก เมื่อเพื่อนคนหนึ่งในหมู่ของจูลี่ตกลงไปในเรือนเพาะต้นไม้ที่ประตูถูกล็อค และเจ้าฆาตกรก็อยู่ในนั้น พวกจูลี่เลยต้องหาทางพังประตูให้คนๆ นั้นออกมาก่อนฆาตกรจะเดินมาถึง ก็กรี๊ดกันอีก จนกระทั่งจูลี่หาขวานมาได้ (ประมาณขวานผ่าควายน่ะครับ อันเบ่อเร่ออ้ะ) เอามาเพื่อฟันกุญแจที่ประตูที่ล็อคให้พังออก คนที่ตัดอยู่จะได้หนีออกมาได้ ปรากฎว่าทำสำเร็จครับ คนที่อยู่ข้างในก็หนีมา เจ้าฆาตกรก็ยังเดินตรงมาหาพวกเจ๊จูลี่ ทั้งๆ ที่จูลี่ถือขวานผ่าควายในมือ …

ตอนดูในโรงคิดเลย มันต้องฉะกันแน่นอน!

แต่ที่ไหนได้ ดันโยนขวานทิ้งแล้ววิ่งหนีต่อ!

พวกเจ๊บ้าเหรอครับ!

พวกเจ๊เขวี้ยงขวานทิ้งทำไม อาวุธน่ะเจ๊ Weapon น่ะ ไม่คิดใช้ต่อสู้เลยเหรอ คือถ้าไม่กล้าสู้ อย่างน้อยก็ถือไว้ป้องกันตัว ไม่ใช่ทิ้งไว้แบบนั้น เพราะดีไม่ดีฆาตกรจะได้อาวุธใหม่ไปอีกนะนั่น ผมล่ะนั่งเกากบาลเลยครับ แบบนี้พวกเจ๊ตายผมก็ไม่สงสารแล้วครับ เล่นไม่มีสติเลยอ้า

โอย หนังเบากบาลมากครับ อะไรก็ไม่ทราบ แม้บรรยากาศจะใช้ได้ก็ตาม จริงๆ บรรยากาศมืดๆ โอเคเลยนะครับ มีผีโผล่มาก็ไม่แปลกใจอ้ะ ดาราสมทบก็ไม่เลว อย่าง Bill Cobbs ในบท เอสเตท คนยกกระเป๋า, Jeffrey Combs นี่คือเจ้าของบทโรคจิต ดร.เฮอร์เบิร์ต เวสต์ ในเรื่องมาเป็นมิสเตอร์บรู๊คเจ้าของโรงแรม ที่ทำตัวอย่างกับเป็นฆาตกรแน่ะ (แต่ไม่มีทางใช่ ท่านทราบใช่ไหมครับ) หรือดาราสาวสุดเซ็กซี่ Jennifer Esposito ก็มาแสดง แต่ทำไงได้อ้ะ หนังมันไม่มีสาระเลยอ้ะ พวกประเด็นงี่เง่านีทำให้บรรยากาศที่น่าจะน่ากลัวกลายเป็นหนังตลกไปซะได้

ว่ากันว่าบทดั้งเดิมนั้นเขียนโดย Stephen Gaghan กับ Trey Callaway ซึ่งรายหลังไม่เท่าไหร่ แต่รายแรกนี่คือคนที่ทำ Traffic ในเวลาต่อมาเลยนะครับ แต่Gaghan เองก็คงไม่ชอบบทที่ถูกดัดแปลงไปขนาดนี้เลยขอถอนชื่อออกทันที เหลือแค่ Callaway คนเดียว ส่วนผู้กำกับ Danny Cannon นี่ก็เสียรังวัดไปเยอะ แกเคยทำ Judge Dredd มาก่อน เรื่องนั้นยังโอเคนะครับ แต่เรื่องนี้ ฮือๆๆ

ก็หงุดหงิดครับ ตอนดูรอบแรกสมัยมัธยม แต่พอหลังๆ คิดแล้วขำมากกว่า ทำไปได้น่ะ ก็ไม่ใช่ตอนต่อที่ดีหรอกครับ เข้าข่ายผิดหวังไปหน่อย แต่หากท่านอยากทัศนาหนู Love ก็ว่าอีกเรื่อง ดูได้ครับ (ก็มันจริงนี่ครับ)

แต่ถ้าพูดถึงหนัง ไม่ถึงสองดาวแน่นอน

Star12

(5/10)

Advertisements