Action

Central Intelligence (2016) คู่สืบคู่แสบ

13575718_1261892677174864_2942473470262662737_o

ว่าตามจริงหนังเรื่องนี้อาจไม่ได้ฮาแบบตึ้งโป๊ะ ไม่เหมือนพวกหนังฮาเรื่องก่อนๆ ของ Kevin Hart แต่กระนั้นผมก็ยังชอบครับ หนังถือว่าสนุกดูเพลิน และมีอารมณ์ขันแบบแฝงความน่ารักเอาไว้เยอะอยู่เหมือนกัน

เรื่องของ คัลวิน จอยเนอร์ (Hart) ที่สมัยเรียนนั้นเขาฮ็อตมากที่สุดในโรงเรียนเลยครับ จนใครต่อใครคิดว่าเขาต้องเป็นใหญ่เป็นโตแน่ แต่พอโตขึ้น เขากลับไม่โอเคกับชีวิตตนเองเท่าไร

อย่างเรื่องงานนี่ก็โดนคนอื่นเลื่อนตำแหน่งแซงหน้าอยู่เรื่อยๆ หรือในชีวิตประจำวันก็มักจะโดนคนโขกสับหรือไม่ก็เบ่งใส่จนหงอ แล้วพี่แกไม่สู้คนด้วย เลยยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าไปกันใหญ่ ถึงขนาดว่าไม่อยากจะไปงานเลี้ยงรุ่นเลย เพราะรู้สึกอายในจุดที่ตัวเองยืนอยู่น่ะครับ

แต่แล้ววันหนึ่ง บ็อบ สโตน (Dwayne Johnson) เพื่อนเก่าสมัยเรียนที่มักจะโดนแกล้งประจำ (แต่คัลวินก็เคยยื่นมือช่วยเหลือเขาเอาไว้) ก็ติดต่อคัลวินบอกว่าอยากเจอสังสรรค์กันสักหน คัลวินก็ไม่คิดอะไร เลยไปตามนัดครับ

หารู้ไม่ว่าบ็อบน่ะตอนนี้เป็นสายลับระดับเทพที่มาพร้อมปฏิบัติการสุดอันตราย เลยทำให้คัลวินตกกระไดพลอยโจน ต้องเผชิญอันตรายในหนนี้แบบไม่มีทางเลือก (จริงๆ พี่แกเลือกจะไม่ร่วมด้วยกับบ็อบครับ แต่ดันไม่มีใครฟัง 555)

ถ้าพูดถึงในแง่ความฮา หนังไม่ได้ฮากระจายหรือยิงมุกอะไรกระหน่ำแบบ Ride Along หรือ The Wedding Ringer แต่มันออกแนวขำแบบเพลินๆ และมุกแต่ละมุกก็ไม่ใช่ขำแบบเอาฮาอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นมุกขำแบบชวนคิดอีกด้วย

แม้หน้าหนังจะเป็นแนวแอ็กชันผสมตลก แต่เอาเข้าจริงธีมหลักกลับไม่ใช่เรื่องการไล่ล่าหรือสืบสวน แต่หนังไปเน้นที่ธีมเรื่อง “การเห็นคุณค่าของตนเอง” มากกว่าครับ

อย่างที่บอกว่าคัลวินนั้น สมัยเรียนเป็นคนป็อบปูล่าร์จนเพื่อนๆ ร่วมรุ่นคิดว่าหมอนี่ต้องมีอนาคตเป็นใหญ่เป็นโตแน่นอน ซึ่งคัลวินเองก็พลอยคาดหวังว่าตัวเองจะเป็นใหญ่เป็นโตตามที่คนอื่นวาดภาพไว้

แต่พอเอาเข้าจริงเขาไม่ได้ใหญ่อะไรมากครับ เป็นนักบัญชีแสนดีคนหนึ่ง มันเลยทำให้เขาคับข้องในใจมาตลอด ไปๆ มาๆ ก็พานไปสงสัยถึงคุณค่าของตนเองว่า “ชีวิตฉันทำไมมันไปไม่ถึงไหนแบบนี้”

ยิ่งมาเจอบ็อบที่สามารถเปลี่ยนชีวิตจนเด็กอ้วนปึ๊กกลายเป็นสายลับเขาก็ยิ่งเกิดคำถามเกี่ยวกับคุณค่าของตัวเองไปกันใหญ่

แต่ในที่สุดพอเขาเจอเรื่องราวมากมาย เขาก็ตระหนักล่ะครับว่าการไปเพ่งมองหาสิ่งที่เขาไม่มีหรือไม่ได้เป็นนั้น มันทำให้ทุกข์เปล่าๆ และเอาเข้าจริงแล้ว ชีวิตเขาก็ไม่ได้แย่หรอกครับ เขามีงานทำ เป็นคนดีของสังคม และมีภรรยาที่น่ารักอยู่เคียงข้าง

ในที่สุดเขาก็พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเขาจะเลิกฝันที่จะมีอนาคตแบบที่หวังนะครับ เขายังมีภาพวาดอนาคตที่ดีอยู่ในใจ เพียงแต่เขาใช้มันเป็นเข็มทิศนำทาง ไม่ได้ใช่เป็นเข็มทิ่มตำใจตัวเองแบบที่เคยทำ

บทนี้อาจไม่ขำมาก แต่ Hart เล่นได้ดีกว่าที่คิดครับ

ตัวบ็อบเองก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดีครับ จากเด็กที่โดนแกล้งเปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็นคนแกร่ง บทนี้ เดอะร็อค เล่นได้ดีเลยล่ะครับ ตอนขำก็ทำได้ ตอนบู๊น่ะก็ได้ลื่นอยู่แล้ว แต่ที่ผมชอบมากคือพี่แกสามารถทำตัวกึ่งแบ๊วกึ่งโลกสวยได้น่ารักมาก คือมันไม่ได้ดูเยอะจนน่ารำคาญน่ะครับ แต่มันออกแนวว่า ตัวละครบ็อบนี้เป็นคนเชื่อมั่นในตนเองพอสมควร หลังพิสูจน์แล้วว่าตัวเขาเองก็สามารถทำทุกสิ่งได้หากตัวเองตั้งใจพอ (เช่น การลดน้ำหนัก ฟิตหุ่น หรือเปลี่ยนเป็นคนที่ไม่ยอมให้ใครรังแก) เขาเลยดูมั่น ดูเท่ห์ และดูมีเลือดเนื้อพอสมควรทีเดียว

บอกก่อนครับว่าในแง่แอ็กชัน หนังไม่ได้มีอะไรมาก หนังออกแนวเบาสมองที่มีการสืบสวนและแอ็กชันกลั้วอยู่เล็กๆ แต่ถ้าใครชอบแนวนี้ก็อยากให้ดูล่ะครับ เพราะมันสนุกเพลิน และได้แง่คิดด้วย

แต่ถ้าอยากได้อะไรฮาแตกหนักๆ ก็อาจต้องทำใจกับเรื่องนี้ไว้หน่อยครับ เพราะอย่างที่บอกว่ามันไม่ได้ฮากระจาย แต่มันฮาแบบน่ารัก ตลกแบบแฝงสาระมากกว่าครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star22

(6.5/10)

 

Advertisements