Action

Dante’s Peak (1997) ดันเต้ส์ พีค ธรณีไฟนรกถล่มโลก

Dantes_peak_ver2

ในปี 1997 นั้นนะครับ เป็นปีที่ภูเขาไฟบนแผ่นฟิล์มสองลูกระเบิดขึ้นพร้อมกัน ลูกแรกก็คือ Dante’s Peak ที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี่แหละ อีกลูกก็คือ Volcano ที่ระเบิดทีหลังแล้วก็ดังน้อยกว่า แต่ถ้าว่ากันรวมๆ ภูเขาไฟสองลูกก็ทำเงินไปไม่ถึงกับน่าพอใจนักหรอกครับ อย่างเรื่องนี้หมดทุนไป $115 ล้าน ได้คืนมาทั่วโลกประมาณ $178 ล้าน แม้จะไม่น้อยแต่ถ้าว่ากันตามจริงก็น่าจะได้เยอะกว่านี้เน้อะ

แต่ถ้าพูดถึงตัวหนังโดยไม่เอาเรื่องเงินมาอิง ความสนุกของภูเขาไฟดันเต้ส์ พีคก็ถือว่าใช้ได้ มีมันส์ ตื่นเต้นปนโศกเศร้าครบเครื่องอยู่เหมือนกัน

ตัวเอกของเรื่องคือนักธรณีวิทยา แฮร์รี่ ดัลตัน (Pierce Brosnan) ที่เดินทางมาสำรวจภูเขาไฟในเมืองดันเต้ส์ พีคตามหน้าที่ แต่พอตรวจสอบไปเรื่อยๆ ก็ชักจะพบว่าภูเขาไฟมันมีโอกาสจะปะทุได้สูงมาก จนต้องตามทีมงานมาช่วยหาความจริง แต่ก็ยังไม่ได้หลักฐานตรงๆ สักที ซึ่งทางหัวหน้าของเขาก็บอกว่าถ้าไม่มีหลักฐานคงจะด่วนสรุปอะไรไม่ได้หรอก แต่แฮร์รี่ก็ยืนกรานว่าควรอพยพคนออกไปให้เร็ว… แต่เมื่อไม่มีใครเชื่อ ก็คงเดากันได้นะครับ ภูเขาไฟมันไม่รอรีแต่อย่างใด ถึงเวลาเมื่อใดมันก็พร้อมถล่มทุกอย่างจนราบคาบ… และที่แฮร์รี่คาดไว้ก็เป็นจริง…มันระเบิดต่อหน้าต่อตาเขาจนได้

เป็นงานเขียนบทของ Leslie Bohem แห่ง Daylight นะครับ หนังหายนะอีกเรื่องที่ดูสนุก (แต่ไม่โกยเงินเท่าไร) สำหรับ Dante’s Peak ก็มีองค์ประกอบสำหรับหนังหายนะครับ ตั้งแต่พระเอกนางเอก กับตัวละครเด็ก สตรี และคนชราให้คนดูเอาใจช่วยว่าจะรอดจากหายนะได้หรือไม่ ตามด้วยตัวละครประเภทที่ไม่เชื่อพระเอก (แต่คนดูก็เดาได้ว่าพระเอกคิดถูกแน่นอน) และที่ขาดไม่ได้คือตัวละครที่เห็นแก่ผลประโยชน์มาก่อนชีวิตคน ประมาณว่า “คุณจะปล่อยข่าวเรื่องภูเขาไฟจะระเบิดนี่ไปให้ใครได้ยินไม่ได้นะ เดี๋ยวนักลงทุนจะหนีหมด” อ้า ก็พากันตายหมดล่ะครับ คิดแบบนี้น่ะ

ส่วนสูตรหนังแนวนี้ ตอนต้นก็ต้องเดินเรื่องแบบเรื่อยๆ ทุกอย่างดูนิ่ง มีแววว่าจะเกิดภัยแค่เล็กน้อยเท่านั้น จนไม่มีใครรู้ตัว แต่พอหนังเดินเรื่องไปสักครึ่งหนึ่ง เหตุก็จะเกิดครับ พระเอกก็ต้องหาทางหนีตาย ส่วนจะหนีพ้นหรือไม่ก็มีคำตอบอยู่ในหนังครับ

เมื่อหนังมันลงสูตรเช่นนี้ จึงอยู่ที่ว่าองค์ประกอบอื่นๆ มันลงตัวหรือไม่ ถ้าลงก็ดี ไม่ลงก็เฉยๆ ซึ่งเรื่องนี้ผมว่าใช้ได้นะครับ ที่ต้องชมเลยคือ Effect เมืองถล่ม แผ่นดินทลาย ภูเขาไฟ ลาวา ทำได้เยี่ยมครับ สมทุนจริง ส่วนโลเกชั่นก็เลือกได้ดีครับ ตอนสงบดูน่าอยู่ เป็นเมืองที่สบายๆ ดี แต่พอเกิดเรื่องเท่านั้นแหละ หมดกันครับ ทำได้ดีทีเดียว

ส่วนดารานำอย่าง Brosnan ก็สบายครับ บทแบบนี้ดูลุยๆ ฉลาดๆ ถือว่าเยี่ยมทีเดียว ส่วน Linda Hamilton เจ้าของบทราเชล วานโด นายกหญิงของเมืองก็ดูทะมัดทะแมงเข้ากันได้ครับ แต่ถ้าจะว่าไปตัวเอกจริงๆ คือภูเขาไฟน่ะครับ เสิร์ฟความตื่นเต้นมาได้ตลอด แล้วก็ยังแทรกเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวลงมาอย่างอ่อนๆ ด้วย ตามสูตรล่ะครับ

Dantes_peak_r2

คนกำกับก็คือ Roger Donaldson เจ้าของผลงานดังระดับกลางๆ อย่าง No Way Out, Cocktail, The Getaway แล้วก็ Species ซึ่งว่ากันว่าเหตุผลที่เขามาทำหนังเรื่องนี้ก็เพราะ หนังเรื่องก่อนหน้าของเขาเป็นหนังแนวเด็กดูไม่ใคร่จะได้น่ะครับ แต่ละเรื่องก็มี Love Scene และเนื้อหาแรงๆ ทั้งนั้น จนลูกเขาบอกว่าอยากดูหนังที่พ่อกำกับจังเลย เขาเลยตัดสินใจรับกำกับเรื่องนี้ครับ และทำออกมาไม่แรงเกิดไปด้วย (นี่คือเหตุผลที่หลายคนบอกว่า ทำไมหนังมันไม่แรงนัก ก็เพราะเขาจะทำให้ลูกดูยังไงล่ะครับ)

แต่ผลงานหลังจากเรื่องนี้ของ Donaldson ก็ดีวันดีคืนนะครับ อย่าง Thirteen Days, The Recruit และ The World’s Fastest Indian โดยเฉพาะเรื่องหลังนี่คุณภาพคับแก้ว ซิวสามดาวจากผมไปเลยครับ ไว้จะเอามาเล่าให้ฟัง

ดังนั้นก็อยู่ที่คุณล่ะนะครับ ชอบหนังแนวหนีภัยแบบนี้หรือไม่ ซึ่งมันก็ทำออกมาได้ไม่เลวนะ ตื่นเต้น มีลุ้น มีแอ็กชัน พอเหนื่อย แต่จบแล้วก็จบกันไม่ได้มีอะไรต่อยอดออกมาให้คิด ที่ชวนคิดก็มีแค่ว่าอย่าประมาทครับ รู้จักมีสติและระวังตนไว้ อย่าคิดว่าภัยจะไม่มีวันเกิดกับคุณ จงระมัดระวังไว้เสมอ และอย่าเห็นแก่เงินมากจนลืมเป็นลืมตายครับ

เรื่องนี้ขอว่าง่ายๆ ครับ เพราะดูเอามันส์ เอาตื่นเต้นเป็นหลัก แล้วมันก็สนุก ดูได้เรื่อยๆ ตื่นเต้นใช้ได้ จริงๆ ดู Effect เมืองถล่มก็คุ้มพอตัวแล้วล่ะครับ ทำได้น่ากลัวดีเหมือนกัน ถ้ายังไม่ได้ดูก็ลองลิ้มรสนะครับ แม้ยุคนั้นผมอาจจะไม่ได้ชอบมากมาย แต่พอเอามาดูอีกก็รู้สึกว่ามันใช้ได้ล่ะครับ เอาตื่นเต้นได้เรื่อยๆ

แม้จะไม่ใช่หนังแอ็กชันหายนะที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่ก็ไม่ผิดหวังครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

 

Advertisements