Action

8MM (1999) 8 มม. ฟิล์มมรณะ

8mm_b

8MM หรือ Eight Millimeter ว่าด้วย นักสืบทอม เวลเลส (Nicolas Cage) ที่ถูกจ้างให้ไปสืบเกี่ยวกับหนังสนัฟฟ์ฟิล์ม (Snuff Film) ม้วนหนึ่ง ซึ่ง “สนัฟฟ์ฟิล์ม” คือชื่อของหนังประเภทหนึ่งครับ เป็นหนังที่มีฉากการฆ่าที่โหดเหี้ยมมากๆ และประเด็นคือมันไม่ใช่หนัง แต่มันคือการฆ่ากันจริงๆ คนที่ตายก็คือตายจริงๆ

คนที่จ้างให้ทอมไปสืบนั้นพบฟิล์มที่ว่าโดยบังเอิญในกรุสมบัติของสามีเธอ เธอเลยอยากรู้ว่าผู้หญิงที่โดนฆ่าในฟิล์มม้วนนี้เธอตายจริงๆ หรือไม่กันแน่ และนั่นก็ทำให้ทอมต้องก้าวเข้าไปสู่โลกใต้ดินที่แสนสะพรึง พร้อมทั้งคำตอบที่ชวนหดหู่เป็นอย่างยิ่ง

กล่าวกันว่าบทหนังฉบับดั้งเดิมของ 8MM ที่เขียนโดย Andrew Kevin Walker (Seven) นั้น หม่นมืดกว่าที่เราได้เห็นในหนังจริงๆ อย่างมากครับ มีเรื่องชวนขนลุกที่เกี่ยวกับโลกใต้ดินและเรื่องผิดกฎหมายมากมาย

ด้วยเหตุนี้ทางสตูดิโอเลยขอร้องให้ Walker ช่วยลดความรุนแรงลง ซึ่งผู้กำกับ Joel Schumacher ก็เห็นด้วยกับสตูดิโอครับ (เพราะไม่งั้นอาจส่งผลต่อเรตและรายได้) แต่ Walker ก็ไม่ยอม และตัดสินใจตบเท้าออกจากโปรเจคท์ไป

Schumacher เลยต้องไปตาม Nicholas Kazan มือเขียนบทที่เคยเข้าชิงออสการ์จาก Reversal of Fortune ให้มาช่วยเกลาบทใหม่ ให้บรรยากาศมันหม่นแบบไม่มากเกินจนติดเรต NC-17 แล้วผลที่ได้ก็คืออย่างที่เราเห็นในหนังครับ โดยในเครดิตก็ยังขึ้นชื่อ Walker อยู่ (ตามกติกาของสมาคนนักเขียนบท) แต่ว่ากันว่า Walker ไม่สบอารมณ์มากๆ ถึงขั้นไม่ยอมดูหนังเรื่องนี้เลย

สำหรับตัวหนังนั้นก็ถือว่าไม่เลวครับ น่าติดตามไม่น้อย ได้การแสดงของป๋า Cage ที่ไว้ใจได้ในเรื่องฝีมือ ตามด้วย Joaquin Phoenix, James Gandolfini ผู้ล่วงลับ, Peter Stormare, Anthony Heald และ Catherine Keener แต่ละคนก็มือดีทั้งนั้นครับ ทำให้หนังมีพลังพอสมควร

แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าแม้หนังจะหม่นและเดินเรื่องได้ไม่เลว ทว่าความเข้มอยู่ในขั้น “ยังเยอะได้อีก” หลายช่วงที่หนังทิ้งจังหวะเว้นว่างมากไปจนทำให้เกิดภาวะอืดขึ้น (หนังยาว 2 ชั่วโมงได้ครับ) แต่ยังดีที่อืดไม่มากครับ โดยรวมหนังเลยยังถือว่าน่าพอใจ

หนังยังสอดแทรกประเด็นด้านมืดของคนไว้ได้อย่างน่าคิดครับ เช่นว่า เราอาจคิดว่าคนเราทำเลวก็เพราะเขานั้นเลว แต่ในความจริงมันไม่จำเป็นว่าต้องเป็นไปตามกรอบนั้น บางทีคนธรรมดาๆ ก็ทำสิ่งที่เลวร้ายลงไปเพียงเพราะอยากรู้ อยากทำ แล้วก็ทำมันลงไป

ตัวร้ายในหนังอาจปั้นหน้าดุ มีฐานทัพใหญ่ มีแผนอลังการ แต่คนที่ทำสิ่งเลวร้ายจริงๆ ในโลก เขาไม่ได้คิดว่าตนทำเรื่องเลวร้าย เขาแค่ทำในสิ่งที่อยากทำ ท่ามกลางการใช้ชีวิตอันแสนธรรมดา…

คนที่ทำไม่ดีในโลกจริงๆ อาจไม่ได้สวมหน้ากากอำพรางตน อาจไม่ได้แกล้งเป็นคนดี แต่เขาแค่มีพฤติกรรม “เข้าข่ายดี” ตามที่คนทั่วไปนิยามจริงๆ และมีบางส่วนของการกระทำที่ “เข้าข่ายร้าย” ตามนิยามอีกมุมหนึ่งจริงๆ เช่นกัน

เอาเป็นว่าถ้าใครชอบหนังสืบสวนลึกลับ เรื่องนี้นับว่าเข้าท่าทีเดียวครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

edc785cc53a56c25af6f68e3403a8425877bb748

Advertisements