รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Liar Liar (1997) ไลเออร์ ไลเออร์ ขี้จุ๊…เทวดาฮากลิ้ง

MV5BYjZlYmJjYWYtZDM0NS00YmZlLWIyMTAtMDY5ZTNjZTgwMDhjXkEyXkFqcGdeQXVyMTQxNzMzNDI@

หนังตลกฮาร้อยล้านของพระเอกหน้ายาง Jim Carrey ในบททนายความจอมกะล่อน เฟลทเชอร์ รี๊ด ที่โกหกเป็นไฟเสมอ ไม่ว่าจะในศาลก็แหลปั้นเรื่องยังไงก็ได้เพื่อให้ลูกความพ้นผิด แล้วยังชอบผิดสัญญากับครอบครัว จนภรรยา (Maura Tierney) ชักจะทนไม่ไหว แต่เธอก็ทนอยู่เพื่อลูกชายที่แสนน่ารักอย่างแม็กซ์ (Justin Cooper) ทว่าหากเฟลทเชอร์ทำให้แม็กซ์เสียใจอีกแค่ครั้งเดียว เธอก็จะหอบลูกไปอยู่ต่างเมืองทันที

อันที่จริงเฟลทเชอร์รักลูกนะครับ แต่เผอิญว่างานมันมาก่อนก็เลยจำต้องผิดสัญญาที่ให้ไว้กับลูกเสมอ พอผิดสัญญาบ่อยครั้งเข้าแม็กซ์ก็ทนไม่ไหว เลยอธิษฐานกลางงานวันเกิด (ที่พ่อสัญญาว่าจะมาแต่ก็ไม่มาอีกตามเคย) ว่า “ขอให้มีสักหนึ่งวัน ที่พ่อผมไม่โกหก”

เท่านั้นล่ะครับ นายเฟลทเชอร์ก็เจอของทันที เพราะพี่แกเกิดโกหกไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ แล้ววันที่แกโกหกไม่ได้นี่คือวันที่เขาต้องแก้ต่างให้ลูกความจอมยั่วสวาท (Jennifer Tilly) ที่ถูกสามีฟ้องฐานมีชู้ (ดูก็รู้ว่าเธอมีจริงๆ) แล้วถ้าเฟลทเชอร์โกหกไม่ได้ล่ะก็ เขาจะชนะคดีได้ยังไง แล้วไหนจะต้องรั้งตัวเมียกับลูกไว้อีก หวาย ตายแน่ละทีนี้

ฮามากๆ คือคำจำกัดความของหนังเรื่องนี้ครับ มันฮากลิ้งจริงๆ และความดีความชอบทั้งหมดต้องยกให้ Jim Carrey ล้วนๆ สุดยอดน่ะครับ ตลกท่าทาง ตลกคำพูด การทำเสียงหรือทำหน้านี่ยอดมาก เขาคือสุดยอดจริงๆ สำหรับตลกสไตล์นี้ ตอนแรกจริงๆ แล้วบทนี้เป็นของ Steve Martin ดาราตลกที่ผมชอบมากจาก Father of the Bride แต่ถึงกระนั้นผมว่าบทบ้าบอขนาดนี้ยังไงก็ต้องให้พี่ Jim แกสวมวิญญาณล่ะครับ ใครก็ทำได้ดีไม่เท่าหรอก

ส่วนพี่ Jim เองก็ลงทุนนะครับ ยอมปฏิเสธบท ดร.อีวิลในหนัง Austin Powers: International Man of Mystery มาเพื่อรับบทนี้โดยเฉพาะ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกล่ะครับ เรื่องนี้ได้เงินเยอะด้วย แล้วยังทำให้ Mike Myers มีโอกาสได้รับบทดร.อีวิลเอง ทำให้หนัง Austin Powers มีเสน่ห์เฉพาะตัว ตัดสินใจแบบนี้เรียกว่าดีทั้งสองฝ่ายนะเนี่ย

ความสนุกความฮาของหนังคือจุดขายชั้นยอด หนังยาวแค่ 86 นาทีเลยเหมือนดูเอาคลายเครียดแบบเต็มๆ ไม่รู้นะครับ วันไหนคุณมึนๆ ตึงๆ ชีวิตกำลังสับสนเอาเรื่องนี้ไปชมผมว่าได้ผลชะงัดนะ มันฮาแบบบ้าคลั่งจริงๆ

ส่วนดารารายอื่นก็กลายเป็นบทสมทบไปโดยปริยาย ได้แก่ Tierney สาวสวยอีกคนที่ไม่ดังเต็มตัวสักทีในบทออเดรย์ ภรรยาของเฟลทเชอร์, Cary Elwes ในบทเจอร์รี่ พ่อหนุ่มคนใหม่นิสัยดีที่อยากรับออเดรย์และลูกไปอยู่ด้วยใจจะขาด, Justin Cooperก็ไปได้ดีในบทแม็กซ์ ดูน่ารักดีจริงๆ ครับ

นั่นคือบทสมทบที่มาแบบไม่ได้มีอะไรนัก แต่ยังมีคนที่เล่นได้ดีเยี่ยม แม้จะไม่ขโมยซีนแต่ก็ฮาไปกับพี่ Jim ได้ ตั้งแต่ Anne Haney ในบทเกรต้า เลขาของเฟลทเชอร์ที่ใช้โอกาสที่นายโกหกไม่ได้ถามความจริงซะเลย ซึ่ง Haney ก็ได้เสียชีวิตไปแล้วนะครับ ขอไว้อาลัยมา ณ. ที่นี้ด้วย แล้วก็ Tilly ที่ดูเป็นสาวร้าย จอมยั่ว และยังฮามากๆ สองคนนี้ช่วยเสริมความสนุกให้หนังได้อย่างดีทีเดียวครับ

เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่าง Carrey และ Tom Shadyac ผู้กำกับที่แจ้งเกิดไปพร้อมๆ กับพี่ Jim ใน Ace Ventura: Pet Detective ซึ่งเรื่องนี้บอกได้เลยว่าสนุกกว่าครับ ฮามาก ลื่นมาก มุกก็สนุกแบบรับได้ ไม่สกปรกไม่โลว์เกินไป เป็นหนังตลกขายขำแบบพอดีพอเหมาะจริงๆ

ว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากตอนหนึ่งของ The Twilight Zone นะครับ ชื่อตอนว่า The Whole Truth ว่าด้วยเซลส์แมนรถมือสองรายหนึ่งที่เจอรถผีสิงเข้า แล้วเข้ารถนั่นก็บังคับให้เขาพูดแต่ความจริง ไม่งั้นล่ะก็ … แต่นี่แปลงมาเป็นแนวฮาได้ อืมม์ เข้าท่าๆ

liar-liar-1200-1200-675-675-crop-000000

ด้านเนื้อหาสาระก็ใช่ว่าจะโล่งโถงนะครับ ฮาจริง แต่ก็มีอะไรซึ้งๆ ให้เราเก็บไปคิดไปตรองดู ตั้งแต่ฉากแรกเลยครับ เมื่อครูถามแม็กซ์ว่าพ่อทำอาชีพอะไร แม็กซ์ก็ตอบไปว่า Liar ซึ่งหมายถึงคนโกหกครับ ครูเลยตกใจคิดว่าแม็กซ์คงเรียกผิดเลยถามว่า พ่อเธอมีหน้าที่อะไร พอแม็กซ์เล่าครูก็ถึงบางอ้อ ว่านั่นคือ Lawyer หรือ ทนายความต่างหาก ซึ่งเป็นการเล่นคำที่น่าสนใจนะครับ Liar กับ Lawyer ออกเสียงใกล้กันจริงๆ และพฤติกรรมการกระทำจะว่าไปก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วย

ทนายนั้นมีหน้าที่แก้ต่างให้ลูกความตนเองเมื่อต้องคดี แต่ในระยะหลังมานี้อาชีพนี้เหมือนจะต้องเก่งและแม่นในเรื่องการโกหก โดยเฉพาะถ้าลูกความทำผิดจริงก็ต้องสรรหาเรื่องโกหกมาหว่านล้อมผู้พิพากษาและลูกขุนให้เชื่อ หรือแม้แต่ลูกความที่บริสุทธิ์แต่ไร้หลักฐาน ก็ต้องปั้นแต่งเรื่องราวให้น่าเชื่อถือเพื่อทำให้ลูกความพินผิด อีแบบนี้เข้าข้ายไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล

สิ่งเหล่านี้ก็น่าเก็บมาคิดเหมือนกัน ว่าระบบศาลสถิตย์ยุติธรรมมันสามารถตอบสนองความเป็นธรรมให้ได้จริงแท้แค่ไหน แม้แต่คำว่า “ความยุติธรรม” ก็ตาม เอาเข้าจริงคำเดียวกัน แต่นิยามในใจแต่ละคนต่างกันนะครับ เอาแค่นิยายคำนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยก็คนละอย่างแล้ว เพราะทั้งคู่นิยามว่า ศาลต้องตัดสินให้ตนเองถูกถึงเรียกว่ายุติธรรม

ศาลมนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น ความยุติธรรมก็เป็นคำที่มนุษย์สร้างขึ้น … มีคำกล่าวว่าไม่มีสิ่งใดในโลกสมบูรณ์แบบ อย่าว่าแต่ศาลกับคำว่าความยุติธรรมเลย ขนาดมนุษย์ที่สร้างมันขึ้นมายังไม่สมบูรณ์แบบ แล้วจะให้สองสิ่งนั้นไร้ช่องโหว่ได้อย่างไร

สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากเรื่องนี้คือ ทางที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิตก็ต้องระมัดระวัง อย่าเผลอทำให้ตัวเองต้องหลุดเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ความยุติธรรมในคดีนั้น มันจะออกหัวหรือออกก้อย มันจะเป็นนิยามของเราหรือของฝ่ายตรงข้าม

เรื่องต่อมาคือการโกหกพกลม… ใช่ครับมันผิดศีล แต่เราก็ยังทำเสมอ เพื่อรักษาบางสิ่งไว้ อาจจะโกหกเพื่อรักษาหน้า โกหกเพื่อผลประโยชน์ หรือโกหกให้คนสบายใจ มันก็เป็นเรื่องที่พูดยากเหมือนกันนะครับ เรารับรู้มาว่าการโกหกไม่ถูกต้อง แต่ในหลายครั้งหลายครา การไม่โกหกก็ส่งผลเลวร้ายยิ่งกว่า

แต่เอาเข้าจริง การพูดจริงแท้อย่างจริงใจ มันน่าจะให้ผลดีที่สุดล่ะนะครับ นั่นคือสิ่งที่หนังพยายามบอกกับเรา เรื่องงานจะโกหกหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่หากเป็นเรื่องของครอบครัว เรื่องคนที่รักกัน เราควรจริงใจเปิดเผยต่อกัน อย่างกรณีของเฟลทเชอร์แล้วก็ครอบครัวที่สาแหรกเกือบขาดเพราะเฟลทเชอร์ติดนิสัยโกหกมาจากที่ทำงานมาใช้กับลูกกับเมีย สัญญาไว้แล้วไม่ทำตาม

เรื่องนี้เตือนสติกเราได้อย่างหนึ่งเหมือนกันว่า จะทำอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับคนรักหรือลูก เราควรใช้หลักความจริงใจเข้าว่า หมายถึง หากคุณไม่สามารถมาตามนัดที่ให้ไว้กับลูกได้ก็จงอย่ารับปาก เพราะการรับปากสัญญาก็เหมือนเซ็นต์ค้ำประกันคนล่ะครับ มันเป็นการผูกบ่วงที่พร้อมจะกระตุกรัดเราตลอด หากเราไม่ทำตามลูกก็จะโกรธและค่อยๆ หมดศรัทธาในตัวพ่อแม่ลงไปเรื่อยๆ

คนหลายคนเลือกที่จะสัญญาไว้ก่อน ให้ผ่านตอนนั้นไปได้ แล้วค่อยแก้ทีหลัง เชื่อเถอะครับว่าการทำเช่นนั้นมันส่งผลร้ายได้ สู้เราบอกไปตรงๆ ว่าวันนี้ไม่ว่า วันนี้ติดธุระจะดีกว่า ลูกอาจไม่พอใจ แต่อย่างน้อยก็ไม่เห็นว่าเราเป็นคนผิดสัญญา

แต่อย่าลืมนะครับ คุณอาจไม่ว่างในวันนี้ แต่วันอื่นคุณควรหาเวลาว่างมาชดเชยให้ลูก หรือไม่ก็บอกลูกว่า ช่วยบอกล่วงหน้าหลายวัน พ่อหรือแม่จะได้เคลียร์งานให้ อะไรทำนองนั้นเป็นต้น

วกกลับมาเรื่องหนังนะครับ ที่ลูกเมียเตีบมหนีเฟลทเชอร์ไปก็เพราะแกชอบต๊ะคำสัญญาไว้ แต่ทำไม่ได้สักที พอมากเข้าเมียที่ไหนจะทนไหวล่ะครับ เอาแต่โกหกพูดไปเรื่อย แบบนี้มันไม่น่าฝากผีฝากไข้ด้วยเท่าไรหรอก ดังนั้นคนดูอย่างเราๆ ก็ต้องสำรวจตนเองนะครับ ว่าเราชอบต๊ะคำสัญญาไว้กับใครหรือไม่ หากใช่ ก็ควรลดมันลงครับ ก่อนเราจะไม่เหลือความน่าเชื่อใดๆ อีก

ยิ่งไปกว่านั้น คำว่ารักลูก ห่วงใยลูก ไม่ต้องอายที่จะพูดออกมา ไม่ต้องรอวันที่จะจากกันแล้วค่อยเอ่ยปาก คำดีๆ แบบนี้พูดได้ทุกทีทุกเวลาครับ จะรอช้าไปใย

ส่วนคำโกหกนั้น กรุณาตรองก่อนคิด เพื่อประโยชน์ของเราเองครับ

ถือว่าเป็นหนังคลายเครียดที่น่ารักและมีอะไรให้คิดแบบกำลังดีเลยล่ะครับ ดูได้สบายๆ คุ้มค่าเงินแน่นอน แม้หนังจะสั้นไปหน่อยก็ตาม แต่ก็คุ้มน่ะ กำลังดีครับ ฮาแบบมีระดับ คนที่ไม่ชอบพี่ Jim แกใน Ace Ventura หรือ Dumb and Dumber ที่เน้นฮาแบบโลว์ๆ ก็น่าจะชอบเรื่องนี้ครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements