Action

Bright (2017) ไบรท์

26055547_1874684165895709_6566362668631477157_n

หนังเรื่องนี้ถือเป็นการประกาศของ Netflix ว่าเขาเอาจริงครับ ประมาณว่าพร้อมโดดลงมาเป็นผู้เล่นพร้อมแชร์ตลาดกับบรรดาค่ายหนังต่างๆ ที่ทำหนังฉายโรง เพราะถ้าว่ากันด้วยหน้าหนังแล้ว ฟอร์มมันดูดีกว่าหนังฉายโรงบางเรื่องซะอีก

ทุนที่ใช้คือประมาณ $90 ล้าน แล้วให้ Will Smith มาแสดงนำ บวกด้วย David Ayer (Suicide Squad, Fury, End of Watch และ Street Kings) มานั่งแป้นกำกับ และคนเขียนบทก็คือ Max Landis (Chronicle และ Victor Frankenstein)

โดยรวมหนังทำได้ไม่เลวครับ ซึ่งก็คงต้องขอบอกตามความรู้สึกว่าอาจจะไม่ถึงกับเด็ดหรือสุดยอดอะไร แต่ก็ดูเพลิน ตอบโจทย์ความบันเทิงได้โอเค และมาตรฐานของหนังก็อย่างที่บอกครับว่าทำออกมาสนุกไม่แพ้หนังโรงเลย

หนังถือเป็นการเอา Harry Potter มาเจอ The Lord of the Rings แล้วก็ผสมเอาพล็อตตำรวจคู่หูใส่ลงไป โดยโลกในหนังคือโลกที่มนุษย์อยู่ร่วมกับออร์ค, เอลฟ์ และเผ่าพันธุ์ในเทพนิยายต่างๆ

ตัวเอกคือ ดารีล วาร์ด (Will Smith) ตำรวจที่เคยโดนพวกออร์คยิงระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เขาเลยต้องพักอยู่นานทีเดียวกว่าจะได้กลับมาประจำการใหม่ และการกลับมาทำงานหนนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม แม้ว่าเขาจะได้ทำงานร่วมกับคู่หูคนเดิมอย่าง นิค จาโคบี้ (Joel Edgerton) แต่เพราะว่านิคเป็นออร์คน่ะครับ เขาก็เลยอดแคลงใจไม่ได้

และการปฏิบัติการล่าสุดของพวกเขา ก็ทำให้ทั้งสองต้องไปอยู่ท่ามกลางสงครามการแย่งชิง “ไม้กายสิทธิ์” ที่ว่ากันว่าจะทำให้ผู้ครอบครองได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะอำนาจสารพัด หรือเวทย์มนต์ที่ปลุกชีพคนตายได้

bright_unit_10265_r3-e1513805316945

งานนี้ทั้งดารีลและนิคก็เหมือนกับต้องเจอบททดสอบน่ะครับว่าพวกเขาจะทนต่อความเย้ายวนของอำนาจแห่งไม้นี่ได้ไหม และไหนจะต้องเจอกับสิ่งมีชีวิตสารพัดเผ่าพันธุ์ที่จ้องจะมาแย่งไม้ไป มันเลยกลายเป็นวันเดือดคืนโหดสำหรับพวกเขาไปเลย

ตอนต้นๆ หนังอาจจะเรื่อยๆ ไปบ้างครับ แต่สำหรับผมแล้ว นาทีที่ตัวละคร “นิค” ก้าวเข้าฉากมา คือจุดเริ่มของความน่าสนใจอย่างแท้จริง ซึ่งอันนี้ผมขอชมเลยครับว่า Edgerton เล่นบทนี้ได้ดีมาก คือเขาต้องเล่นเป็นออร์ค เมคอัพจนจำหน้าแทบไม่ได้ แต่เขาก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ในมิติต่างๆ ออกมาผ่านเมคอัพหนาเตอะได้อย่างน่าปรบมือ

ส่วน Smith นั่นลอยลำอยู่แล้วครับ บทแบบนี้เล่นได้สบายๆ เหมือนเอาตัวละครจาก Bad Boys มาเจอกับ I, Robot ซึ่งทั้งเขาและ Edgerton สามารถรับส่งพลังกันได้แบบพอเหมาะ จนพูดได้เลยว่าพวกเขาคือพลังสำคัญที่ทำให้หนังเรื่องนี้ออกมาน่าสนใจ

ดารารายอื่นๆ ก็มี Noomi Rapace ในบท เลล่าห์ เอลฟ์อันตรายที่หมายจะครองไม้กายสิทธิ์ รายนี้บทไม่เยอะ แต่ก็สามารถทำให้คาแรคเตอร์นี้ดูน่ากลัวได้ อีกคนก็คือ Edgar Ramírez ในบท แคนโดเมียร์ เจ้าหน้าที่กิจการภายในที่เป็นเผ่าพันธุ์เอลฟ์ รายนี้ก็มาไม่เยอะ แต่ดูมีความขลังลึกๆ อยู่ภายใน

ในบรรดาผลงานของ Ayer ผมว่าผมชอบเรื่องนี้มากกว่า Suicide Squad และ Sabotage ครับ แต่ก็แน่นอนว่ายังสู้ Fury, End of Watch หรือ Street Kings ไม่ได้ แต่ก็น่าพอใจครับ หนังถือว่าเข้มข้น น่าติดตาม มีฉากบู๊ ไล่ล่า มี CG ผสมออกมาตื่นตาพอประมาณ

ผมว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้นครับ เพราะนี่ก็ได้ข่าวว่า Netflix ไฟเขียวทำภาค 2 แล้ว ก็เดาว่าคงมีอะไรให้ดูอีกเยอะ ก็หวังว่าครั้งหน้าจะมีการขมวดปมให้ใหญ่ขึ้น และมีอะไรสนุกสนานจัดเต็มขึ้น ในขณะที่ภาคแรกนี้ก็ถือว่าดูเพลินน่าพอใจ ไม่ผิดหวังครับ

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements