Action

Sneakers (1992) 7 อันตรายตายไม่เป็น

sneakers_movie_poster

แม้จะมีทุกข์เล็กทุกข์น้อยนะครับ เกี่ยวกับการที่หนังแผ่นมากมายตั้งชื่อมั่วๆ แต่อย่างน้อยความสุขก็พอจะทดแทนกันได้ เพราะหนังเก่าๆ ดีๆ มีการทยอยออกมากันเยอะไปหมด

ส่วนเรื่องนี้ก็เก่าพอตัวนะครับ ดูจากปีที่ฉายก็ได้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ตอนยังเด็กดูไปก็ไม่ใคร่จะรู้เรื่อง ต้องมาดูตอนโตนั่นแหละถึงจะสัมผัสได้ในความมันส์ของหนังนี่ไม่ใช่หนังแอ็กชันนะครับ บอกไว้ก่อนเลย เป็นหนังสไตล์จารกรรมแบบ Mission: Impossible ภาคแรก ที่ไม่ได้เน้นฉากบู๊หรือฉากจารกรรมที่เร้าใจ แต่จะมุ่งเน้นที่พลังดารากับการใช้สมองเสียมากกว่า

เรื่องของมาร์ติน บิชอพ (Robert Redford) จารชมมือเยี่ยมที่ได้รับงานล่าสุดจากรัฐบาลให้ไปชิงเอากล่องถอดรหัส เขากับทีมงานอันประกอบไปด้วยโดนัลด์ ครีส (Sidney Poitier) เพื่อนซี้มือขวาของเขา, เออร์วิน “วิสต์เลอร์” อมอรี่ (David Strathairn) ช่างเทคนิคที่ตาบอด แต่ประสาทสัมผัสเป็นเยี่ยม, มาเธอร์ (Dan Aykroyd) มือคอมพิวเตอร์ชั้นยอด และ คาร์ล (River Phoenix) หนุ่มน้อยที่พร้อมจะทำงานเสี่ยงสารพัด ทั้งห้าได้ร่วมมือกันนำเอาเครื่องถอดรหัสมาโดยคิดว่าทำเพื่อชาติ แต่ที่ไหนได้ไอ้คนที่มาจ้างดันคิดฆ่าปิดปากพวกเขาเสียอีก ทีนี้ทั้งหมดเลยต้องหาทางเอาตัวรอดแล้วก็ไขปริศนาว่าพวกมันเป็นใคร และต้องยับยั้งไม่ให้มันขโมยกล่องนี้ไป เพราะดูเหมือนว่ามันคงไม่ได้อยากเอาไปใช้ประโยชน์เพื่อบ้านเมืองอย่างแน่นอน

เฉพาะชื่อชั้นดาราก็ทำเอาน้ำลายสอแล้วล่ะครับ 5 คนนี้ล้วนแต่ขายฝีมือได้ทั้งนั้น ยังมี Mary McDonnell ในบทลิซ คนรักของมาร์ติน และรายที่ลืมไม่ได้คือ Ben Kingsley กับบทคอสโม เพื่อนรักของมาร์ตินที่ผันตัวเองกลายเป็นอีกด้านของกฎหมาย และยังแค้นเคืองมาร์ตินแบบสุดๆ อีกต่างหาก

หนังขายความตื่นเต้นครับ แต่ออกจะเป็นความตื่นเต้นที่ต้องอาศัยความอดทนหน่อย เพราะมันออกแนวสายลับ ค่อยๆ ย่อง ค่อยๆ สืบแบบใจเย็น ไม่ได้ไปควักปืนไล่ฆ่าชาวบ้านทันทีที่พบประสบเจอ เป็นหนังสายลับสไตล์เก่าที่เน้นความเก๋าและกึ๋นมากกว่าจะใช้กำลังหักหาญ เรียกว่าถ้าชอบแนวนี้คงสนุกล่ะครับ

ระหว่างดูหนังก็เกิดมีความคิดขึ้นมาได้ว่า หนังสายลับสมัยเก่ากับสมัยใหม่มันมีความแตกต่างกันอยู่หลายจุด อย่างแรกคือความหวือหวาและสไตล์ที่ของใหม่จะเร่งๆๆๆ เร็วๆๆๆ เจออะไรผิดพลาดก็ลากปืนมาจ่อกันทันที ในขณะที่หนังสายลับเก๋าๆ จะเน้นหลบ เน้นแอบ แต่ที่ทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะขี้ขลาดหรืออะไรนะครับ แต่เพื่อระแวดระวัง ป้องกันความผิดพลาดให้เกิดน้อยที่สุด อันนี้เป็นกำไรคิดได้ไม่เลวเลยนะครับ ลองเอาไปไตร่ตรองดูดีๆ ว่าการทำอะไรอย่างบุ่มบ่ามที่อาจจะเร็วดีและได้ผลทันใจ แต่โอกาสสำเร็จกับล้มเหลวมันใกล้เคียงกันเลย กับการทำอย่างช้าๆ มั่นใจ สุขุม ไม่รีบเร่ง ทำอย่างมีสมองและการใคร่ครวญที่ดี แม้จะได้ผลสำเร็จช้ากว่า และต้องอาศัยความอดทนมากกว่าก็เถอะ แต่โอกาสจะสำเร็จย่อมมีมากกว่าเป็นไหนๆ

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นตำราสอนคนรุ่นใหม่ได้ไม่เลวนะครับ เราดูหนังก็ลองคิดดูไป การจะทำอะไรหากจะให้มันเร็วอย่างใจน่ะไม่ได้หรอก ทุกอย่างมีธรรมชาติของมัน อย่างคอมพิวเตอร์เงี้ย บางทีมันช้าบ้างเชื่องบ้างก็ต้องเข้าใจในธรรมชาติของมัน มันมีเหตุผลเช่นเครื่องอาจจะเก่าเลยโหลดโน่นนี่ช้า หรือสเปกไม่ดี หรือไม่ก็เน็ตมีปัญหา เราก็ต้องใจเย็นอดทน หรือไม่ก็หาทางแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธีเช่นเอาเครื่องไปอัพเพิ่มอะไรเป็นต้น แต่เชื่อเถอะครับว่าด้วยความใจร้อนของเรา มันสามารถทำให้เราหงุดหงิดกับเรื่องพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเรื่องปกติ เป็นเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้นน่ะแหละ

จริงๆ อารมณ์ของมนุษย์เราก็เป็นดาบสองคมนะครับ วันดีคืนดีมันทำให้เรามีความสุขอยู่อย่างเอร็ดอร่อยในชีวิตที่แสนหวาน เรียกว่าอะไรที่มันดีอารมณ์เราก็ปรุงแต่งให้มันงดงามมากขึ้น ซึ่งก็ดีครับ แต่พอถึงคราวเราหงุดหงิดอะไรขึ้นมา เจ้าอารมณ์นี่แหละที่จะเป็นตัวปรุงแต่งรสชาติความเจ็บปวดให้ร้อนแรงขึ้นไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

ดังนั้นการจะทำอะไรในชีวิตมันก็ต้องใจเย็นล่ะครับ อันนี้ทุกคนทราบ ทุกคนรู้ เขาสอนกันมาไม่รู้เท่าไหร่ หรือเวลาเราโมโหโกรธาเพื่อนก็บอกให้ใจเย็น แต่จะมีสักกี่มากน้อยที่ทำได้อย่างเพื่อนเตือนสติให้เย็นลง ส่วนมากมักเจออารมณ์ขุ่มมัวบังตา หรือไม่ก็อัตตา ความเป็นตัวตนพุ่งพล่านจนลืมไปหมดทุกสิ่ง

ที่เอามาพูดนี่ก็เหมือนเตือนตัวเองด้วยละครับ เพราะแม้จะรู้ทั้งรู้ แต่พอมีเรื่องให้หงุดหงิด จิตมันไวไปไกลถึงปากีสถานทุกที จับไม่ใคร่จะทัน

60107834_Sneakers_trans_NvBQzQNjv4BqcfQdyHMCwP880y7YY3bXH954SNBQZXXtkGABAtbfh2k

นี่แหละเคล็ดลับของคำว่า “เก๋า” “ไม่เก๋า” แล้วแต่คนจะนิยาม แต่สำหรับผม เก๋านี่ไม่ใช่ว่าต้องเฒ่าชราแล้วถึงจะเรียกได้ว่าเก๋า เราจะเก๋าแต่เด็กก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ที่บอกว่าเก๋าหรืออะไรก็มีหลายความหมาย แต่ผมคิดว่าเก๋าคือคนที่ทำอะไรอย่างรอบคอบ จะทำการใดก็มีการวางสิ่งต่างๆ ทำรั้วรอบขอบชิดให้แน่นอน ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบได้ สุขุมรอบคอบ ไม่ต้องแสดงออกว่าตัวเองเก๋า แค่ยืนนิ่งๆ เหมือนคนไม่รู้อะไร แต่ในใจคิดโน่นนี่วิเคราะห์สิ่งต่างๆ อย่างถ้วนถี่แล้ว แบบนี้จะเรียกน้ำนิ่งไหลลึกก็ได้เหมือนกัน

ย้อนกลับมาถึงในหนัง ตัวของเหล่าจารชนนำทีมโดยมาร์ติน บิชอพ ก็เข้าข่ายเก๋าลึกๆ แม้จะมีพลาดท่าเสียทีบ้าง แต่ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องเสียทีมากขึ้นไปอีก รีบถอยกลับมาตั้งหลัก เพื่อคิดหาทางแก้เกมต่อไป ซึ่งจุดนี้ถ้าเป็นหนังสมัยใหม่หน่อย อาจจะกลายเป็นว่าพระเอกแก้เกมทันที ลุยดะเดินดุ่ยเข้าไปคุยด้วยลุกกระสุนก็ได้ เพราะอาจจะใช้ตำราว่า “ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ”

แต่พอพูดถึงลงมือก่อนย่อมได้เปรียบแล้ว จะเอามาใช้เดี่ยวๆ ก็ไม่น่าจะได้ เพราะมันต้องผสมด้วยการคิดที่เหมาะสมก่อน ไม่ใช่บุ่มบ่าม

พวกมาร์ตินเลยถอยมาหนึ่งก้าว แล้วค่อยๆ หาทางสืบความจริง ก่อนจะพบความลับต่างๆ มีความตื่นเต้นพอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ถึงตอนจบพอดี

หนังสนุกนะครับ สำหรับผมน่ะ ท่านที่ชอบหนังเนิ่บๆ ไม่ใจร้อย แต่ใช้กึ๋นก็น่าจะสนุกไปด้วย เพราะมันเข้มข้นพอเหมาะ ไม่คลั่กแต่ก็ไม่เคว้ง จุดสำค้ญที่ทำให้หนังรสดีก็หนีไม่พ้นเหล่าดาราน่ะครับ Redford ก็ระดับไหนแล้วล่ะ สบายๆ เลยครับ พอๆ กับ Kingsley ที่นิ่งๆ แค่วางมาดก็เหี้ยมแบบไม่ต้องออกแรง นอกนั้นลูกทีมแต่ละรายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โลว์ลีลาได้ดี หากจะมีตะขิดตะขวงใจหน่อยก็คงเป็น Poitier ที่แม้จะโผล่มากพอๆ กับ Redford และทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาสำคัญของทีมแต่บทของพี่แกออกจะแกนๆ ไม่เต็มที่ยังไงก็ไม่ทราบ เหมือนจะเด่นก็ไม่เด่น แต่ก็ไม่ใช่บทสมทบ จนบางครั้งออกจะเป็นตัวเกินหน่อยๆ อันนี้ไม่ใช่เพราะการแสดงนะครับ เพราะพี่แกเล่นดีไม่มีตก แต่ปัญหาอยู่ที่บทที่ยังยำไม่เข้าที่มากกว่า บทบาทของพี่แกเลยไม่ค่อยจะกลมกล่อมไปกับหนังเท่าไหร่

ส่วนหน้าที่กำกับก็เป็นของ Phil Alden Robinson ที่คอหนังบ้านเราอาจไม่คุ้นเคยนัก เพราะผลงานแกออกมาน้อย แต่ที่ว่าน้อยนี่แน่นทั้งนั้นนะครับ อย่าง Field of Dreams หรือล่าสุดก็คือ The Sum of All Fears ก็คุมหนังได้ไม่ผิดหวัง

ผมก็อดนึกถึงโลกสายลับสมัยก่อนไม่ได้นะครับ มันคงเป็นอะไรที่สนุกเอาเรื่อง การได้ลับสมองและอะไรต่างๆ ก็แล้วแต่รสนิยมคน บางคนอาจบอกว่าจะไปทำอะไรแบบนั้นทำไม อยู่กับบ้านดูทีวีไม่ดีกว่าหรือ ก็เป็นเรื่องของความสุขคนละแบบ ลางเนื้อชอบลางยากันไป

แต่ที่ผมได้จากหนังเต็มๆ คือความเก๋าครับ ความเก๋านั้นฝึกได้เสมอ จะจากตำราหรือจากประสบการณ์ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเราจะฝึกหรือไม่ฝึก เพราะมันก็มามีประโยชน์ตกอยู่ที่เรานั่นแหละ

สรุปว่า Sneakers เหมาะสำหรับคอหนังที่นิยมความเก๋าครับ ไม่ว่าจะดาราเก๋าๆ หรือการเดินเรื่องช้าๆ แต่หนักแน่น

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements