รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Domestic Disturbance (2001) โหดเงียบซ่อนอำมหิต

large_2rD850CRE2kX9ZVFdkSTUccnpYj

แฟรงค์ มอร์ริสัน (John Travolta) ชายผู้ประกอบอาชีพต่อเรือ เขาเป็นคนดีครับ แต่ชีวิตคู่ไม่ราบรื่นจนต้องหย่ากับซูซาน (Teri Polo) ภรรยาที่รักของเขามาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ยังเป็นพ่อที่น่ารัก และรักลูกชายคนเดียวอย่างแดนนี่ (Matt O’Leary) จนหมดหัวใจ

ส่วนแดนนี่นั้น นับตั้งแต่พ่อแม่แยกทางก็ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหามาตลอด โกหกบ้างอะไรบ้างจนแม่ต้องปวดหัว มีเพียงพ่อนี่แหละที่พยายามไกล่เกลี่ยได้

เวลาผ่านไป ทุกคนก็เหมือนจะปรับตัวได้แล้ว ซูซานแต่งงานใหม่กับริค บานส์ (Vince Vaughn) ที่ดูรวยและสง่าพอตัว แต่ก็แน่นอนล่ะครับ คนเดียวที่ไม่เห็นดีเห็นงามกับการแต่งครั้งนี้ก็คือแดนนี่ นอกจากนี้กลางพิธีก็เกิดมีชายท่าทางน่าสงสัยที่ชื่อเรย์ (Steve Buscemi) โผล่เข้ามาทักทายริคเหมือนรู้จักกันมานาน

หลังจากวันนั้นแดนนี่ตัดสินใจจับตาดูพ่อเลี้ยงคนใหม่อย่างไม่คลาดสายตา เพื่อดูว่าชายคนนี้มีอะไรไม่ถูกต้องหรือไม่ แล้วก็เจอเข้าจังหน้าครับ เห็นกับตาว่าพ่อเลี้ยงฆ่าคน

เมื่อทราบแล้วเขาก็พยายามบอกกับแม่และทุกคน แต่ไม่มีใครเชื่อเพราะแดนนี่เคยเป็นเด็กเลี้ยงแกะจนทุกคนเอือมระอามาก่อน งานนี้มีเพียงแฟรงค์เท่านั้นที่เชื่อว่าลูกของตัวเองพูดจริง …

ผมรู้สึกว่าผู้กำกับ Harold Becker แกจะชอบทำหนังของตัวเองให้ออกมาตึงๆ เครียดๆ แทบจะไม่เปิดโอกาสให้อารมณ์ขันใดๆ เลยล่ะ ตรงนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนะครับ ด้วยเหตุนี้งานของเขาเลยไม่ใคร่จะฉีกแนวเท่าไหร่ ออกมากี่เรื่องก็ชวนเครียดเสมอ ผมเลยคาดหวังได้ตรงๆ และก็ไม่ผิดหวังนักหรอก

อีกอย่างคือหนังแกต้องมีดาราดีๆ มานำแสดง เรื่องนี้ก็ได้แก Travolta ที่ทำได้ดีมากๆ ครับ ในบทคุณพ่อผู้รักลูก สีหน้าแววตานี่ยอดไปเลยล่ะครับว่าแกรักและเป็นห่วงลูกจริงๆ พอๆ กับ O’Leary ที่มาแสดงเป็นลูก สองคนนี้เข้าขากันได้ดี จนช่วยหนังได้มากเหมือนกันครับ

ส่วน Vaughn นี่ก็ดูออกเหมือนกันว่าแกโรคจิตมาแต่ไกล แล้วยังดูเป็นคนโผงผางไม่ฉลาดลึกเท่าใดนัก อันนี้ถือว่าเป็นจุดอ่อนประการหนึ่ง เพราะถ้าพี่แกร้ายลึก โหดลึก ย่อมสร้างความเข้มข้นให้กับหนังอีกโข เพราะเราจะได้หเนพี่แกกับพระเอกเฉือนคมกัน ยิ่งตัวร้ายเก่งเท่าไหร่ หนังก็ยิ่งสนุกขึ้นเท่านั้น นี่ถือเป็นสูตรที่สำเร็จแน่ๆ ของหนังที่มีพระเอกกับผู้ร้ายเลยนะครับ แต่นี่พระเอกเก่งครับ ส่วนผู้ร้ายมีแต่ความโหดอย่างเดียว มันเลยแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง

ด้วยความที่หนังไม่ยาวนัก จึงถือว่าหนังพอดีครับ (90 นาทีโดยประมาณ) ไม่อืดยืดจนน่าเบื่อ สงสัย Becker คงพอเข้าใจล่ะมั้งครับว่าหนังทริลเลอร์แนวนี้มันไม่ได้ใหม่ อะไรๆ คนดูก็เดาได้ตั้งแต่ดูเทรลเลอร์แล้ว ที่เหลือก็แค่คุมหนังให้ระทึก ไม่อืดเกินพอดีก็พอ อันนี้ถือเป็นความเก๋าของ Becker นะครับ ที่รู้ว่าหนังไม่ใหม่ เลยไม่ยัดเยียดไม่ยือเรื่อง เล่าเนื้อๆ ให้ตรงไปเลยดีกว่า

ตัวหนังก็สร้างความระทึกได้ประมาณหนึ่งครับ แต่ก็ต้องทำใจไม่มีอะไรพลิกความคดาหมายหรอก ใครดีก็ดีไป ใครร้ายก็รับกรรม

พูดเหมือนหนังแย่ แต่ไม่ใช่หรอกนะครับ มันก็ระทึกพอได้ของมันน่ะแหละ เพียงแต่ดูจะเป็นอะไรที่เหมาะจะเป็นหนังทีวีมากกว่า ถ้าท่านชอบดาราผมก็ว่าดูได้ครับ หรือถ้าชอบหนังแนวระทึกขวัญผมว่าก็ดูได้เช่นกัน หวังอะไรก็ได้อย่างนั้นไม่มีผิดเพี้ยนไป

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Advertisements