รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Founder (2016) อยากรวยต้องเหนือเกม

21230823_1754959194534874_4989118074980867690_n

หนังเรื่องนี้ มีไว้บอกกับเราตรงๆ ว่า “โลกธุรกิจมันโหดนะท่าน” เพราะต่อให้สนามธุรกิจที่คุณทำอยู่มีคนดี มีจอมยุทธ์คุณธรรมมากแค่ไหนก็ตาม แต่หากมีคนเพียง 1 คนที่โหดดั่งฉลาม พร้อมหักหลังคนอื่นหรือฉวยโอกาสแบบไม่สนใคร

… คนแบบนี้แค่ 1 คน ก็ถือว่ามากพอจะทำให้คนอื่นๆ บางคนในวงการธุรกิจเดียวกันต้องประสบกับความพ่ายแพ้, ไม่ได้เกิด, ขาดทุน และล่มจมได้แล้วครับ

ผมชอบที่หนังเรื่องนี้ไม่พยายามนำเสนอในโทนโลกสวย แต่เอาเรื่องจริงมาเล่าให้เห็นภาพ กับตำนานการก้าวขึ้นมาใหญ่ของ เรย์ คร็อก (Michael Keaton) เซลส์แมนขายเครื่องทำมิลค์เชคที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของ “แมคโดนัลด์” ธุรกิจฟาสต์ฟู้ดที่ใหญ่ที่สุดแฟรนไชส์หนึ่งในโลก

ตามปกติหนังแนวนี้มักเป็นหนังสร้างแรงบันดาลใจ ประมาณว่าจากคนธรรมดาคนหนึ่งค่อยๆ ต่อสู้ฟันฝ่า สู้ทุกอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อ จนสามารถประสบความสำเร็จได้ในท้ายที่สุด หรือบางเรื่องก็จะมีตัวร้ายประกอบเรื่อง มีไว้ให้พระเอกเอาชนะในตอนท้าย เพื่อส่งเสริมวลีอมตะอย่างเช่น “ธรรมะชนะอธรรม”

แต่กับเรื่องนี้มันไม่ใช่เลยครับ หนังเล่าให้เรารู้ว่าเรย์เป็นเซลส์ที่เผอิญไปเจอกับพี่น้องแมคโดนัลด์ที่สามารถบริหารร้านแมคโดนัลด์เล็กๆ ของพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่าเป็นนวัตกรรมการจัดการร้านฟาสต์ฟู้ดที่ดีเยี่ยมเลยก็ว่าได้

และเรย์ก็เห็นโอกาสครับ เลยชวน 2 พี่น้องแมคโดนัลด์ให้ยอมเปิดเป็นแฟรนไชส์ ซึ่งตอนแรก 2 พี่น้องก็ยังสองจิตสองใจน่ะครับ ลึกๆ ก็กลััวว่าเรย์จะตลบหลังพวกเขา หรือเอาชื่อแมคโดนัลด์ไปทำให้เสียหายหรือเปล่า แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยอม

ผมไม่ปฏิเสธนะว่าเรย์คือผู้บุกเบิก เขาคือคนที่สู้และฟันฝ่าให้แฟรนไชส์แมคโดนัลด์ไปได้ไกลมหาศาล (ไม่ว่าจะด้วยความสามารถตนเองหรือด้วยคำแนะนำของคนรอบตัวก็ตาม) เรียกว่าถ้าไม่ใช่เพราะเรย์ โลกก็คงไม่รู้จักแมคโดนัลด์อย่างที่มันเป็น

และขณะเดียวกัน 2 พี่น้องแมคโดนัลด์ก็คือคนริเริ่มนวัตกรรมอันทรงคุณค่าในการบริหารจัดการร้านครับ ถ้าไม่มีพวกเขาล่ะก็ เรย์เองก็คงไม่สามารถมาได้ไกลขนาดนี้ จนบอกได้เลยว่าพวกเขาล้วนมีความสำคัญในความสำเร็จของแมคโดนัลด์ทั้งสิ้น

แต่เมื่อความต้องการทางธุรกิจมาถึงทางแยก และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ยอมลงให้กัน มันก็ต้องมีคนได้และคนเสียเสมอครับ และ The Founder ก็นำประเด็นนั้นมาเล่า ซึ่งผมเชื่อว่าคงมีคนคิดเห็นกับประเด็นนี้หลากหลายต่างกันไป… และความเห็นในหัวเราเหล่านั้นก็จะมีผลโดยตรงกับชีวิตของเราเอง

ถึงจุดนี้ผมคงไม่ต้องสรุปว่าอะไรถูกหรือผิด เพราะหากใครได้ดูแล้ว ผมเชื่อว่าท่านจะมีคำตอบในใจ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ดูผมก็อยากให้ได้ลองชมครับ มันอาจไม่ใช่หนังที่ดูสนุก แต่มันมีความจริงบางอย่างรอให้ท่านค้นหาอยู่

Keaton เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมครับ เขาเหมาะจริงๆ กับบทเรย์ คร็อก ทั้งแววตาท่าทาง คือดูก็รู้ว่าพี่แกมีอะไรในใจเยอะ และเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย ในขณะที่ดาราสมทบก็เล่นได้อย่างพอเหมาะทุกคนครับ

หนังกำกับโดย John Lee Hancock เจ้าของผลงานดีๆ อย่าง The Rookie, The Blind Side และ Saving Mr. Banks มาเรื่องนี้เขาก็ยังทำได้ดีเช่นเดิมครับ แต่น่าเสียดายที่หนังไปได้ไม่ไกลบน Box Office (หนังทำไปแค่ $21 ล้านจากทั่วโลกครับ ในขณะที่ทุนอยู่ที่ $25 ล้าน ก็ถือว่าติดตัวแดงอยู่ แต่ไม่น่าจะขาดทุน เพราะตอนออกแผ่น-ฉายเคเบิ้ล ก็น่าจะได้ทุนคืนอยู่)

สองดาวครึ่งกว่าๆ ครับ

Star22

(7.5/10)

 

Advertisements