Action

Chain Reaction (1996) เชน รีแอ็คชั่น เร็วพลิกนรก

51EFBJE4KDL._SY445_

นี่เป็นหนึ่งในหนังโดนดัดแปลงจากบทต้นร่างจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแม้แต่น้อย

แรกเริ่มเดิมทีความตั้งใจของคนเขียนบท Josh Friedman หมายมั่นจะสร้างภาพยนตร์แนวฆาตกรรมที่ให้ตัวเอกโดนใส่ความว่าฆ่าคน ส่วนอีกคนที่ตามล่าเขาแท้จริงแล้วคือฆาตกร แล้วก็มีการหักเหลี่ยมหักมุมเฉือนคมเล็กน้อยก่อนจะเดินเรื่องถึงบทสรุป

แต่ทุกอย่างมีอันต้องเปลี่ยนไปเมื่อบทผ่านสายตา Andrew Davis ผู้กำกับที่กำลังชื่อร้อนจาก Undersiege และ The Fugitive

ซ้ำชื่อชั้นดาราก็ยังได้ที่ดังกำลังแรงในตอนนั้น ไม่ว่าจะ Keanu Reeves ที่ยังมีบุญเก่าจาก Speed มาหนุนหลัง แม้หนังหลังจาก Speed จะสาละวันเตี้ยลงก็ตามที แต่ชื่อยังขายสาวๆ ได้ ตามด้วย Morgan Freeman มาอีกหนึ่งเจ้า รายหลังก็มาเพื่อเรียกเงินจากกระเป๋าคอหนังที่ชอบดาราคุณภาพโดยเฉพาะ

ทีมผู้สร้างรวมถึง Davis ก็คิดว่าสามารถผูกเรื่องราวขยายให้มากกว่าเป็นแค่หนังฆาตกรรมได้ เลยไปเชิญเอา Arne Schmidt ผู้อำนวยการสร้างหนังไซไฟแอ็กชันมันส์อีกเรื่องอย่าง Robocop กับ Rick Seaman สตันท์ที่ผ่านงานแอ็กชันมีชื่อหลายเรื่องมานั่งเทียนเสนอไอเดียเรื่องราว ทำให้มันอลังการมากขึ้น แต่ก็ยังไม่หนำใจคนทำ เลยมีการชวน J.F. Lawton มือเขียนบทที่เคยร่วมงานกับ Davis มาแล้วใน Undersiege ช่วยเสริมเติมเพิ่มความโม้อีกอักโข

จากเรื่องไล่ล่าฆาตกรรมธรรมดาก็เปลี่ยนเลยครับ กลายเป็นหนังแอ็กชันท้าตาย หยุดยั้งหายนะระเบิดเมือง

เอ็ดดี้ คาซาลิวิซ (Reeves) และ ดร.ลิลี่ ซินแคลร์ (Rachel Weisz) คือสองนักวิจัยที่ร่วมกับทีมค้นคว้า เพื่อนำพลังน้ำมาใช้ทดแทนพลังอื่นๆ ที่เริ่มลดน้อยลงในโลก ไม่ว่าจะน้ำมันหรือถ่านหิน แล้วการทดลองก็ไปได้สวยครับ ทำท่าว่าจะได้พลังงานใหม่มาใช้จริงๆ

ทีนี้พอข่าวเริ่มแพร่สะพัดออกไป พวกคนใหญ่คนโตที่กำลังจะเสียผลประโยชน์ก็เลยจัดการชิงลงมือ สังหารลูเช็ง (Tzi Ma) หัวหน้างานของเอ็ดดี้ตายคาที่กลางห้องแล็ป และเอ็ดดี้ก็เกิดซวยไปโผล่ที่นั่นพอดี ตำรวจเลยจัดการสอยสิครับ ตามล่าไล่จับ แต่เอ็ดดี้ไม่ได้ทำ เขาเลยต้องรีบหลบหนีไปพร้อมกับลิลี่ ระหว่างทางการหลบการตามล่าของตำรวจและเอฟบีไอ รวมถึง พอล แชนนอน (Freeman) บุรุษปริศนาที่อาจจะเป็นมิตรหรือศัตรูกับเอ็ดดี้ก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือพีแกกุมความลับเบื้องหลังการสังหารครั้งนี้อยู่

แล้วใครทำ มันมีจุดประสงค์เป็นอะไร

เป็นไงครับ จากหนังไล่ล่าฆาตกรรมกลายเป็นหนังผสมไซไฟ แอ็กชัน ตอนท้ายมีระเบิดอย่างแรงจนโดนกระจุยอีก (อันหลังนี่เดาได้เลยว่าคนเพิ่มเข้ามาคงหนีไม่พ้น Lawton ที่ขยันสร้างอะไรใหญ่ๆ เสมอ) ถ้ามองในด้านหนึ่งก็เข้าใจผู้กำกับ Davis ล่ะครับ เพราะถ้าดูจากแนวเรื่องเริ่มแรกมันค่อนข้างคล้ายกับ The Fugitive มาก คาดว่าที่พี่แกสนใจทำก็เพราะความคล้ายคลึงตัวนี้ด้วย แต่ทีนี้พอลงมือทำจริงๆ เขาก็เริ่มพบว่าตัวเองกำลังจะทำ The Fugitive รอบสองซะล่ะมากกว่า เลยมีการดัดแปลงสไตล์เรื่องให้กลายเป็นแอ็กชันเต็มตัว แต่โครงหลักยังว่าด้วยพระเอกโดนใส่ความอยู่

ความคาดหวังเบื้องต้นหนีไม่พ้นว่ามันน่าจะสนุกสนาน ดูเพลินเจริญใจ เพราะอย่างน้อยผู้กำกับก็เคยผ่านงานแบบนี้มาก่อนล่ะน่า

แต่ปรากฎว่า … ฮือๆๆๆ

ไม่รู้ฝีมือพี่แกทำหล่นหายไปตอน The Fugitive ดังหรือเปล่า เพราะโดยโครงมันเหมือนเรื่องก่อนมาก จนไม่น่าจะผิดฟอร์มได้ขนาดนี้

ประการสำคัญคือการตามปมไม่ได้เร้าใจเลยครับ เรื่อยมาก พระเอกก็ไม่ได้โดนบีบเท่าไหร่ มีเวลาพักบ่อยมากเกินไป หรือผู้ร้ายก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ไม่ชัดเจนในที่นี้คือร้ายก็ไม่ร้ายเต็มที่ แต่ไม่ใช่คนดีแหงมๆ เรื่องราวพยายามผูกให้เกี่ยวกับพวกในรัฐบาลตามแบบฉบับยอดนิยมสมัยนั้น (คาดว่าได้แรงดลใจบางส่วนมากจาก The X-Files น่ะแหละ) แต่หาได้มีอะไรน่าติดตามปานฉะนั้นไม่ ราบเรื่อยสุดๆ

จริงๆ ความสนุกของหนังแนวไล่ล่าก็หนีไม่พ้นการไล่ล่าน่ะแหละ มันต้องไล่กันติดจอให้พระเอกเหนื่อยแทบตาย มีอุปสรรคมากมายให้ฝ่าฟัน ยิ่งผู้ร้ายเก่ง ยิ่งอุปสรรคอย่างหนาความตื่นเต้นจะยิ่งไหลมาเทมามากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้นหนังเรื่องไหนผู้ร้ายร้ายไม่เพียงพอ การไล่ล่าเว้นช่วงนานเกินไปก็เตรียมนิ่งทางอารมณ์ได้เลย

และ Chain Reaction ก็เข้าข่ายนั้นไปเรียบร้อย

งานนี้คนที่มีส่วนร่วมเลยเสียรังวัดกันไปเป็นแถบแถว Freeman ยังพอลอยตัวครับเพราะฝีมือการแสดงยังไว้ใจได้ แต่เบื้องลึกของบทที่เขาแสดงกลับไม่ลึกลับอย่างที่คาดคิด ส่วนพระเอกพ่อ Keanu ก็กลายเป็นว่ามีหนังล่มอีกหนึ่งเรื่องในทำเนียบ การแสดงก็ไม่ได้น่าพูดถึง ซ้ำในเรื่องยังโทรมยังกับติดยา คนละเรื่องกับความเท่ห์ใน Speed เลยครับ แต่ก็เข้าใจนะ บทนักวิทยาศาสตร์เซอร์ๆ ก็ต้องแบบนี้แหละ

Weisz ที่ตอนนั้นยังไม่มีชื่อเสียงเท่าใดนัก็ไม่มีราศีจับเลยครับ ดูโทรมๆ พอกับพี่ Keanu ซ้ำยังดูฉุๆ พิกล ส่วนบทสองเอฟบีไอที่มีหน้าที่ไล่จับพระเอกนางเอกก็รับบทโดย Fred Ward ในบทเจ้าหน้าที่ลีออง ฟอร์ด และ Kevin Dunn เป็นเจ้าหน้าที่ดอยล์ ว่ากันว่าคนมีการเขียนบทเติมสองรายนี้ลงไปทีหลัง โดยอิงบุคลิกมาจากผู้ตรงการสหรัฐแซมมวล เจอราร์ดและลูกน้องจอมแสบ คอสโม เรนโฟรแห่ง The Fugitive นั่นเอง แต่ดีกรีลีลาต้องบอกว่าคนละชั้นกันครับ ไม่ใช่สองคนนี้ฝีมือแย่ แต่มันไม่เหมาะกับบทน่ะสิ

แต่คนที่เสียหายไปหลายแสนคือ Davis ที่ล่มแล้วล่มเล่า จนปัจจุบันงานที่กู้ชื่อทำเงินเทียบเท่า The Fugitive ยังไม่มีอีกเลย ยังดีที่ล่าสุดได้ The Guardian มาช่วยหน่อย ทำได้สนุกไม่เลว แต่กับเรื่องนี้ต้องบอกว่าฟอร์มตกเยอะมาก

ไม่ใช่หนังที่น่าดูแต่อย่างใด

สองดาวแบบเฉยๆ ครับ

Star21

(6/10)

Advertisements