รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Epic Movie (2007) เอพิค มูฟวี่ ยำหนังฮิต สะกิดต่อมฮา

v1.bTsxMTYyMDE0ODtqOzE3NjYyOzIwNDg7NzY4OzEwMjQ

หมายมั่นไว้แต่แรกว่าจะเขียนหนังทุกเรื่องที่ดูลงในบล็อกให้เป็นฐานข้อมูล แนะนำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกับหนังสารพัดแนว สารพัดเรื่อง แต่ที่นี้พอพิจารณาดูแล้วพบว่ามันเยอะมาก จนหากเขียนทุกเรื่องยาวๆ หมดมีหวังสองชาติเศษก็เขียนไม่เสร็จ เลยขอประกาศว่าผมคงเขียนบางเรื่องยาว ที่มันสมควรยาวน่ะนะครับ แต่บางเรื่องไม่มีอะไรมาก สั้นๆ ฟันธงไปเลยดีกว่า จะได้เอาเวลาไปยาวเรื่องอื่นๆ

และเรื่องนี้ เข้าข่ายสั้นครับ

สำหรับหนังเรื่องนี้ก็เป็นแนวตลกล้อเลียนที่ได้ Jason Friedberg กับ Aaron Seltzer คู่หูมือเขียนบท Scary Movie มาร่วมงานกันอีกรอบหลังจากทำหนังล้อเลียนหนังรักเรื่อง Date Movie ที่ฮาไปพอตัว ผมก็ชอบนะครับเรื่องนั้น ก็เลยคิดอยู่ว่าเรื่องนี้ก็น่าจะพอสนุกบ้าง เห็นยำเยอะมากๆ แล้วก็ยำหนังใหญ่ๆ ทั้งนั้นด้วย

แต่ดูไปแค่ไม่นาน ก็พบความจริงครับ ว่ามันไม่สนุก ไม่ขำ ฝืดอย่างแรง

เนื้อเรื่องมันผูกหลวมๆ โดยอิงจาก The Chronicles of Narnia ภาคแรก เมื่อเด็กกำพร้าสี่คนอันได้แก่ เอ็ดเวิร์ด (Kal Penn), ปีเตอร์ (Adam Campbell), ลูซี่ (Jayma Mays) และซูซาน (Faune A. Chambers) ได้รับการรับเชิญจากวิลลี่ (Crispin Glover บทนี้ก็ล้อวิลลี่ วองก้าใน Charlie and the Chocolate Factory) ให้ไปเที่ยวเยือนโรงงานทำขนม แล้วการผจญภัยไร้สาระก็โถมกันเข้ามาครับ อะไรก็ดูกันต่อเอง ผมไม่เล่าดีกว่า

ครับ ตรงไปตรงมาเลยว่า ไม่สนุก ไม่ขำ ฝืดมาก คือมุขจากหนังน่ะมีเยอะครับ ตลอดทั้งเรื่องเลย แต่มันไม่ขำ ไม่ได้จี๊ด ไม่ได้เนียนเลย คือยัดๆๆๆ ลงมาคนดูดูก็รู้ว่า นี่มันมุขนี่หว่า มันไม่ได้ชวนขำน่ะครับ แรกๆ พอจะพยายามยิ้มนะ แต่ดูไปมันไม่สนุกเลย เนื้อเรื่องไม่มีอยู่แล้ว จุดที่พยายามให้ตลกก็ไม่ตลก แป้กเกือบทุกมุข

อีกอย่างคือ ผมว่าสองคนทำหนังคู่นี้น่าจะเข้าใจอะไรผิดพลาดคลาดเคลื่อนแล้วล่ะครับ พวกเขาเหมือนจะเข้าใจว่า ถ้าจะให้ขำต้องถ่อย ยัดมุขถ่อยๆ ลามกๆ ลงมาให้มากๆ มั่วให้เยอะๆ มันจะขำเอง แต่เปล่านะครับ หนังตลกมันไม่ได้เล่นง่ายแบบนั้น มันต้องวางต้องคิด ไม่ใช่คิดแค่ว่าเราขำเองเป็นพอ

จุดนี้โดนตัวเองเต็มๆ เพราะเคยทำละครตอนเรียนมหาลัย ทำเป็นแนวล้อเลียนเหมือนกัน แต่ดันคิดมุขแค่ไม่กี่คน ก็เลยขำแค่ไม่กี่คน ชาวบ้านเงียบกันกริบ เพราะผมลืมไปว่า เราขำกับคนอื่นขำอาจขำในเรื่องที่ต่างกันก็ได้นี่หน่า

ดูเหมือนพี่คนำทสองคนคงนึกมุขที่พวกพี่เขาคิดว่าต้องขำมาลงครับ แต่เผอิญมุขพี่มันมั่วรุนแรงมาก แล้วบางอันมันถ่อยเกินไปจนไม่อยากรับ

แต่ก็งงนะ แล้วมันเปิดตัวอันดับ 1 ได้อย่างไรวะ ทำเงินไปอันดับหนึ่งเฉยเลย เออ อะไรกันนี่

แล้วนี่ล่าสุดงานล้อเลียนของสองคนทำเรื่องนี้อย่าง Meet the Spartans ก็ขึ้นอันดับหนึ่ง ชนะ Rambo ของผมซะอีก

อะไรกันฟะ

ดาราในเรื่องส่วนมากก็พยายามตลกในแบบของตัวเอง แต่อยากบอกพวกพี่เขามากๆ เลยครับ ว่าความตลกน่ะมันไม่ได้มาจากความตั้งใจ มันต้องเน้นธรรมชาติเข้าว่า ตั้งใจให้คำนี่แป๊กกันมานักต่อนักแล้ว ไม่เชื่อดูในชีวิตจริงก็ได้ ไอ้มุขไม่เจตนาน่ะมักฮาตลอด แต่มุขตั้งใจนี่ชอบแป้ก จนเราเสียความมั่นใจไปตั้งหลายรอบ

Adam Campbell รายนี้เหมือนพยายามจะตามรอย Leslie Nielsen ดาราตลกขวัญใจผมที่เก่งมากในเรื่องมุขหน้าตาย แล้ว Campbell ก็พยายามมากครับที่จะหน้าตายแบบขำๆ แต่มันดูหน้าตายแบบซื่อบื้อมากกว่า เหมือนไอ้เบื้อกนี่มาทำอะไร มันไม่ขำแต่มันรำคาญ!

ตอนขำมีแค่ตอนเดียว ตอนเดียวจริงๆ ครับ ตอนเปิดตัวแจ๊ค สวอลโลว์ (นี่ล้อแจ๊ค สแปร์โรว์อีก) ซึ่งขำดีครับ แต่นิดเดียวเท่านั้น ขำเป็นส่วนน้อยจริงๆ จาก 100 ขำแค่ 0.1 เองมั้ง

ครับ ฝืดมาก เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่ผมขอใช้คำว่า ผิดหวังโคตร

(แต่ขำมากตอนไปเช็คใน IMDB มีคนตั้งกระทู้ถามว่า “ไอ้บ้าตัวไหนโหวตให้หนังเรื่องนี้สิบคะแนนวะ” 555)

ไม่ถึงหนึ่งดาวหรอก!

star110

(3/10)

 

Advertisements