Action

Mortal Kombat (1995) มอร์ทัล คอมแบท นักสู้เหนือมนุษย์

Mortal_Kombat_movie_poster_1995

ในบรรดาหนังที่สร้างจากเกมไฟต์ติ้งทั้งหมด Mortal Kombat นี่แหละที่ออกจะเข้าท่าเข้าท่ากว่าเขาเพื่อน

MK เป็นเกมแนวต่อสู้แอ็กชันเลือดสาดรุ่นแรกๆ ที่สร้างสรรค์โดย Midway Manufacturing Company ซึ่งสร้างเสร็จสรรพเรียบร้อยตอนปี 1991 แต่กว่าจะปล่อยออกมาในรูปเกมอาเขต (เกมตู้) ให้คนได้สาใจกันก็ปาเข้าไปปี 1992

จุดหมายการมาของ MK ก็เพื่อตีตลาด แข่งกับเกมแอ็กชันที่ปลุกกระแสเกมต่อสู้ให้ดังขึ้นมา ซึ่งก็คือ Street Fighter II ของ Capcom นั่นเอง แต่จุดขายที่ MK หยิบมาชนก็คือ แทนที่จะใช้ตัวเป็นตัวการ์ตูนแอนิเมชัน ก็ปรับปรุงใหม่ให้เป็นลักษณะสมจริง อัดกันก็เลือดสาดจริงๆ ภาพดิบๆ กันไปเลย แรงกันเต็มที่ล่ะครับ

ผมก็เคยเล่นสมัยตอนออกมาใหม่ๆ แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะภาพมันไม่เจริญหูเจริญตา จะเล่นก็เฉพาะตอนครึ้มอกครึ้มใจ อยากระบายความก้าวร้าวอย่างแรงออก

ระบายกับคนไม่ควรทำ หันมาระบายในเกมก็แล้วกัน

คอเกมก็แทบจะแบ่งประเภทได้ง่ายๆ เลยครับ ถ้าชอบแนวธรรมดาไม่หนักหัวก็ SF II แต่ถ้าชอบแบบสมจริง ก็มา MK (สั่งสุกี้ … อ้ะ ไม่ช่าย ) เพราะตัวละครในเกม MK แทบจะเป็นพวกที่มีความ “มืด” ในตัวค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะนินจา มือสังหาร พ่อมดโหด ไม่เหมือนเวก หรือเวก้าที่แม้จะเป็นหัวหน้าใหญ่ใน SF II แต่ก็ยังดูเป็นผู้เป็นคน ไม่อำมหิตออกทุกรูขุมขนเท่าพ่อมดโลกมืด ชางซุงใน MK รวมไปถึงเชาคานแล้วก็เจ้าชายโกโร่

พอเกมดังพอมีดีกรี คนทำหนังก็เริ่มเดินมาตอมเล่น ตอนนั้นทั้ง SF II และ MK ต่างก็มีคนหมายมั่นจะเอาไปสร้างทั้งคู่ แล้วถ้าดูจากความดังแล้ว SF II มีภาษีดีกว่าเห็นๆ เพราะดังมายาวนานกว่า ฐานคนเล่นเกมเยอะอย่างไม่ต้องสงสัย

ขนาด Jean-Claude Van Damme ดารากล้ามโตเนื้อหอม (ในช่วงนั้น) ก็ถูกผู้สร้างหนังขอเรียกใช้บริการไปแสดงนำให้หน่อย ทางคนสร้าง SF II เสนอบทกิลล์ ตัวประกอบในเกมแต่เป็นตัวนำในหนังมา ส่วนผู้สร้าง MK เสนอบทจอห์นนี่ เคจ ตัวรองทั้งในเกมและในหนังแต่ก็ถือว่าเด่นพอตัวมาให้เลือก Van Damme ตัดสินใจไม่ยากเย็นเดินไปเล่นบทกิลล์ เนื่องด้วยความดังของ SF II มากกว่า เป็นที่รู้จักแพร่หลายกว่า

แต่ดังกว่าไม่ใช่ว่าจะดีกว่าเสมอไป!

มองย้อนไปก็พอเข้าใจพ่อ Van Damme ก็คนทำ SF II คือ Steven E. De Souza มือเขียนบทที่คร่ำหวอดในวงการแหนังบู๊มานานปี ไม่ว่าจะให้กำเนิด Die Hard และหนังบู๊ฮิตๆ อีกเพียบ ส่วนคนกำกับ MK เป็นหน้าใหม่นามกรว่า Paul W. S. Anderson

Mortal_Kombat_102

แต่ที่ Van Damme มองพลาดไปคือ ชั่วโมงบินในวงการหนัง Anderson น้อยกว่าจริง ทว่าหากมองจากชั่วโมงบินกำกับแล้วถือว่าพอกัน เพราะ Souza แกเขียนบทเป็นส่วนใหญ่ หน้าที่กำกับก็เพิ่งหัดขับ เหมือนจับพวงมาลัยไม่คุ้นเคย

ผลจากหนัง MK และ SF คงเห็นชัดแล้วในตอนนี้ ว่าใครไปได้ดีกว่า

Mk เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการประลองยุทธล้ำโลก ที่จะเชิญนักสู้จากทุกมุมโลก รวมไปถึงนักสู้จากพิภพอื่นที่ชื่อว่า Outworld การต่อสู้ที่ชื่อมอร์ทัล คอมแบทจะเกิดขึ้นในแต่ละชั่วอายุคน การประลองแต่ละครั้งมีผลสำคัญไม่ใช่แค่การแพ้ชนะของผู้เข้าแข่ง แต่ยังชี้ชะตาไปยังโลกทั้งใบ เพราะนักสู้ที่เป็นคนถือเป็นตัวแทนฝ่ายมนุษย์จากโลก และนักสู้จาก Outworld ถือเป็นตัวแทนจากดินแดนอันมืดมิดห่างไกลความสวยงามทั้งมวล

หากฝ่ายใดชนะศึก 10 ครั้งติดต่อกัน จะสามารถเข้าครอบครองโลกของอีกฝ่ายได้โดยสิ้นเชิง … จนถึงปัจจุบัน ฝ่ายมนุษย์แพ้ฝ่าย Outworld มา 9 ครั้งแล้ว หากแพ้อีกที โลกนี้เป็นอันสูญสิ้น

ชะตากรรมของโลกเลยต้องมาอยู่ในกำมือของนักสู้จากหลากที่มา ไม่ว่าจะลูเคง (Robin Shou) ศิษย์เส้าหลินที่มาเพื่อล้างแค้นให้น้องชายที่ตายไป, จอห์นนี่ เคจ (Linden Ashby) นักแสดงหนังบู๊ชาวฮอลลีวู้ดที่เล่นจริง แสดงเองโดยไม่ใช่สตันต์ และ ซอนย่า เบลด (Bridgette Wilson) เจ้าหน้าที่หน่วยกองกำลังพิเศษหญิงที่มาเพื่อตามล่าอาชญากรอำมหิต เคโน่ (Trevor Goddard) ผู้ซึ่งสังหารเพื่อนร่วมงานของเธอ

พวกเขาทั้งสามถูกชักนำมาโดยลอร์ด เรย์เดน (Christopher Lambert) เทพเจ้าสายฟ้าที่คอยคัดสรรนักสู้ไปต่อกรกับพวก Outworld ส่วนฝ่ายร้ายมีหัวหน้าใหญ่คือพ่อมดชางซุง (Cary-Hiroyuki Tagawa) ที่คุมเกม MK และยังเป็นคนที่เอาชนะฝ่ายมนุษย์ติดต่อกับ 9 ครั้งที่ผ่านมา

แล้วครั้งนี้โลกของเราจะตกเป็นของพวก Outworld หรือไม่ ติดตามได้ใน Mortal Kombat

ผมควรจะพูดอย่างไรดี … อา ใช่ว่าไปตามความรู้สึก เว้าซื่อๆ คือสนุกดีครับ

ในฐานะหนังบู๊เรื่องหนึ่ง MK โอเคเลยครับ การดัดแปลงเรื่องราวจากในเกมมาสู่หนังนับว่าทำได้ดี อย่างน้อยตัวละครหลักๆ ก็มากันครบ แต่ที่ชื่นชอบคือฉากการต่อสู้มือเปล่าที่ไม่ได้สุกเอาเผากิน ทำออกมามันส์ใช้ได้ โดยเฉพาะฉากที่จอห์นนี่ เคจ ประมือกับสกอร์เปี้ยน (Chris Casamassa) กลางป่าโปร่ง ออกมาดีน่ะครับ มันส์ด้สวยตื่นเต้นด้วย ใช้ได้เลย

เรื่องราวแม้จะไม่มีสาระอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็มีทิศทางของมัน พวกการตามปมสืบสิ่งต่างๆ แม้จะง่ายๆ แต่ก็พอให้หนังไม่โล่งโถงจนเกินไป

ถ้าเกมให้ประโยชน์สำหรับเราในด้านความเพลิดเพลิน MK ฉบับหนังก็ให้ความเพลินได้ไม่เลวเหมือนกัน แต่ไม่เลือดสาดเท่าในเกมนะครับ ความรุนแรงมี แต่ก็ไม่ได้มากจนต้องเบือนหน้าหนี นับว่าทำออกมาลงตัวดีทีเดียว

คนที่ควรได้รับคำชมก็คือนาย Anderson นี่แหละครับ ทำออกมาได้ไม่ผิดหวัง เหมือนเขารู้ว่าควรจะอะไรมาเล่น เพราะรู้ก็รู้อยุ่ว่าด้านบท ด้านเนื้อหา MK ไม่มีอะไรจะไปสู้ แต่เขาก็เพิ่มสีสันลงในตัวละครที่มีเอกลักษณ์เด่นทุกตัว เพิ่มให้ฉากต่างๆ ในเรื่องดูมีอะไร ไม่ใช่แค่ฉากที่เป็นโฟมกับพลาสติกเท่านั้น ฉากการต่อสู้ก็เอามันส์ได้

เหนืออื่นใดคือการเอาดนตรีเทคโนมาใส่ ตึ้งตึงตึงตึง เริ่มติดหูเด็กวัยรุ่นส่วนหนึ่งก็มาจากหนังเรื่องนี้แหละครับ ดนตรีแบบนี้ให้อารมณ์ครึกครื้นเร้าใจได้ผลจริงๆ เพลงธีมหลักของ MK ยังติดหูผมมาจนทุกวันนี้น่ะครับ มันส์จริงๆ เป็นเพลงเทคโนคลาสสิกได้เลยล่ะ

Shou แจ้งเกิดเต็มๆ กับบทลูเคง พี่แกไม่ต้องทำอะไรมากครับ ออกหมัดแล้วปั้นหน้าดุดันอย่างเดียว แต่ก็ต้องยอมรับล่ะครับว่าถ้า Anderson กำกับแกไม่ดีหรือแกเล่นได้ไม่ถึง ลูเคงก็คงไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกว่าเขาเป็นตัวนำได้หรอก โดยส่วนตัวผมว่าพี่แกดูเหมาะกว่าดาราที่ผู้สร้างหมายตาไว้แรกๆ อย่าง Jason Scott Lee (เจ้าของบทบรูซ ลีใน Dragon: The Bruce Lee Story), Russell Wong (Vanishing Son) และ Phillip Rhee เสียอีก

ส่วนบทจอห์นนี่ เคจ แรกเริ่มเดิมทีคนที่ได้รับการวางตัวคือ Brandon Lee ลูกชาย Bruce Lee แต่เขาก็มาตายไปก่อนตอนถ่ายทำ The Crow ผเลยมีการเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ หลังจาก Van Damme เซย์โนไป ผู้สร้างก็หันเลยมอบบทให้ Ashby ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกล่ะครับ พี่แกเป็นสีสันให้หนังได้ดีมาก บทพูดเจ็บๆ ฮาๆ โผล่มาจากปากแกตลอด

บทซอนย่า เบลด สาวนักสู้สุดเซ็กซี่ สาวรายที่คนสร้างต้องการคือ Cameron Diaz นี่แหละครับ แต่ตอนนั้นเธอประสบอุบัติเหตุข้อมือหักก่อนการถ่ายทำได้ไม่นาน ก็เลยต้องมีการเปลี่ยนเป็น Bridgette Wilson ใครจะว่าอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ Wilson เหมาะกว่าเยอะ และผมว่าเธอสวยมีเสน่ห์เซ็กซี่กว่าอีกต่างหาก แล้วเธอยังลงมือแสดงฉากบู๊ด้วยตัวเองนะครับทุ่มเทจริงๆ เธอก็เป็นที่จดจำมากขึ้นจากบทนี้เช่นกัน

ตัวร้ายชางซุงที่ Tagawa เป็นไปตามความต้องการของคนทำครับ เพราะพอเขียนบทร่างออกมาเสร็จทุกคนในกองต่างเห็นตรงกันว่าไม่มีใครเหมาะกับบทพ่อมดโลกนอกเท่ากับ Tagawa ไหนจะชั่วร้าย ทำท่าโหดเหี้ยมอำมหิต เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อคนได้ทุกเวลา (ซึ่งในเรื่อง ชางซุงก็กินคนจริงๆ ครับ กินวิญญาณทั้งเป็นเลย) เวลาแกออกมาในเรื่องทีไร ฉากนั้นจะเหมือนมีพลังชั่วร้ายบางอย่างแฝงขึ้นมาทันที … แกเกิดมาเพื่อบทนี้จริงๆ เล้ย

อีกหนึ่งสาวสวยที่หนุ่มๆ ดูแล้วจำอีกคนก็คือ Talisa Soto ในบทเจ้าหญิงคิทาน่าแห่ง Outworld ซึ่ง Soto ก็สวยเช่นเคยครับ หลังจากเคยเล่นในหนัง 007 ตอน Licence to Kill และ Don Juan DeMarco มาก่อน, Trevor Goddard ก็มาชั่วโดยเฉพาะในบทเคโน่ ที่เมคอัพช่วยเพิ่มความน่าหมั่นไส้ให้ตัวละคนนี้อีกหลายขีด

แต่คนที่ขโมยซีนตลอดคือ Lambert ในบทเรย์เดน แกดูเท่ห์ดีน่ะครับ มีอารมณ์ขันและดูเป็นพวกเหนือมนุษย์อีกต่างหาก (สงสัยติดมาจาก Highlander)

พูดถึงตรงนี้แล้วนึกขึ้นได้ว่าในเรื่องพอชางซุงปรากฎจะมีบรรยากาศมืดแผ่ซ่านในหนัง แต่พอเรย์เดนโผล่มาโทนหนังจะเบาลงทุกที … ผมก็เลยต้องชมคนทำหนังอีกรอบที่ทำสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้สำเร็จ เหมือนสร้างตัวแทนควมดีความชั่วน่ะครับ ดูแล้วคล้อยตามย่อมได้ความสนุกเยอะขึ้น แต่ถ้าดูแล้วชั่วตามบท ดีตามสคริปมันก็ไม่ใคร่จะให้อารมณ์ลุ้นเท่าที่ควร

ไม่น่าแปลกใจครับที่หนังจะติดอันดับว่าเป็นหนังสร้างจากเกมที่เข้าท่า รายได้ก็ไม่เลว ได้ตั้ง $70 ล้าน สบายแฮ ดูสนุกในแบบของมัน ตีกันเอามันส์อย่างเดียว หนังคงเลวร้ายไปเลยล่าครับถ้าไม่ได้นักแสดงเหมาะสม ไม่ได้ฉากบู๊และ Effect ที่ถึงใจ รวมไปถึงดนตรีที่เร้าอารมณ์

พอดีหนังมีครบหมดเลยครบองค์ประกอบหนังดูเพลิน

มันส์ไม่ผิดหวัง ที่แน่ๆ มันส์กว่า Stret Fighter เวอร์ชันพี่ VAn Damme หลายกิโลขีด

สองดาวกว่าครับ

Star21

(6.5/10)