รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Striptease (1996) สตรีพทีส หัวใจนี้หยุดโลกได้

striptease-poster

หนังเรื่องนี้ทำเอาหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าคงเต็มไปด้วยฉากโป๊เปลือย เลิฟซีนดุเดือดอะไรทำนองนั้น… แต่เปล่าครับ นี่เป็นหนังชีวิตต่างหาก
เรื่องนี้ Demi Moore ฟันค่าตัว 12.5 ล้านสำหรับการรับบทนางระบำเปลื้องผ้า เอริน แกรนท์ ที่แม้อาชีพเธอจะไม่ใช่อะไรที่ดีนัก แต่เธอก็หาเงินโดยสุจริต ไม่แม้แต่จะคิดนอนกับแขกเพื่อให้ได้เงินมา อีกทั้งเงินสะอาดทุกดอลล่าร์ที่เธอหามาได้ก็เพื่อลูกสาวตัวน้อย แองเจล่า แกรนต์ (Rumer Willis ลูกสาวของเธอในชีวิตจริง) และยังเก็บเงินเพื่อที่จะขออนุญาตต่อศาลสำหรับการเป็นผู้ปกครองลูกแทนเจ้าสามีตัวแสบ ดาร์เรลล์ (Robert Patrick) ที่วันๆ เอาแต่ขอเงินเธอใช้แล้วก็ยังกะล่อนไปเรื่อยๆ พาลูกหนีเธออีกต่างหาก เรียกว่าเลวครบสูตรครับ อีกอย่างนะครับ ตอนแรกเอรินนั้นไม่ได้ทำอาชีพนี้หรอก แต่เธอเป็นเลขาเจ้าหน้าที่ FBI เลยทีเดียว แต่ต้องมาตกระกำลำบากก็เพราะคนสามีผิดนี่แหละ

แต่ปัญหาก็อยู่ที่อาชีพเธอนั่นแหละครับ นางระบำเปลื้องผ้า แม้จะใจงามแค่ไหนแต่ตามกฎหมายก็มองว่าเธอไม่เหมาะสำหรับบทบาทคนเป็นแม่ เธอก็เลยพยายามหาความเป็นธรรม ซึ่งก็หาได้ยากมากๆ ไหนจะเจอพวกผู้ชายใจทรามคอยเกาะแกะหวังแต่จะทำมิได้มีร้ายเธออีก ตั้งแต่ท่านวุฒิสมาชิกเดวิด ดิลเบ็ก (Burt Reynolds) ที่หื่นกามได้ไม่เว้นวัน และหนุ่มๆ รายทางอีก… แล้วเธอจะทำอย่างไรกับชีวิตดีล่ะครับ

แว่บแรกที่ผมคิด หนังก็ไม่น่าจะมีอะไรล่ะครับ จุดขายสำคัญคือทรวดทรงองค์เอวของแม่ Demi Moore ที่รู้ๆ กันอยู่ว่ากระชากใจชายแค่ไหน แล้วเรื่องนี้เธอยังมาเป็นแม่สาวระบำอีก เต้นกระจายเย้ายวนสุดๆ ชนิดที่โคโยตี้บ้านเราน่ะธรรมดาไปเลยครับ อันนี้ผมชื่นชม Moore เลยนะครับว่าแสดงได้ถึงบทบาทดี ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ เธอแสดงดีเสมอน่ะ ทั้งด้านที่เป็นนางระบำและด้านที่เป็นบทแม่ เธอก็ดูน่ารัก จนคนดูที่ดูหนังเรื่องนี้แบบไม่สนเรื่องนมต้มแล้วหันมาเจาะลึกที่เนื้อหาแทน ย่อมจะต้องเอาใจช่วยให้เธอรอดพ้นจากเคราะห์กรรม และได้ไปอยู่กับลูกสาวที่รักแน่ๆ ผมยังเอาใจช่วยเลยครับเพราะเธอเป็นคนดีจริงๆ แต่ที่ต้องมาประกอบอาชีพนี้เพราะไร้ทางเลือก สงสารน่ะครับ สงสารมาก

หนังเรื่องนี้หลายคนมองว่าเป็นหนังขายเซ็กซ์ ดูถูกผู้หญิงและอื่นๆ อีกมากมาย แต่ขอบอกก่อนเลยนะครับว่าเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ อย่างแรกถ้าจะบอกว่าขายเซ็กซ์… โอเคมีฉากเปลื้องผ้า แต่ถ้าพูดถึงฉากอย่างว่าล่ะไม่มีหรอกครับ ไปดูในรายละเอียดการจัดเรตของหนังเรืองนี้ได้เลยครับ หนังได้เรต R เพราะมีฉากเปลือย ฉากเต้นเปลื้องผ้าและภาษาไม่เหมาะสมเท่านั้น ไม่ได้มีฉากอย่างว่าแม้แต่น้อยเดียว

ประการต่อมา ถ้าจะบอกว่าหนังดูถูกผู้หญิงอันนี้ไม่เชิงอีกเช่นกันครับ เพราะดูๆ ไป คุณจะเห็นใจผู้หญิงที่ต้องทำงานเป็นนางระบำมากขึ้น ต้องเข้าใจนะครับว่าแต่ละนางที่ทำอาชีพนี้น่ะ เธอทำเพราะไร้ทางเลือก เพราะเจอสามีไม่ดีบ้างล่ะ หรือไปทำงานที่ไหนก็โดนเจ้านายลวนลาม ครั้นจะไปฟ้องศาลไหนก็ไม่มีใครสน พอคนหมดโอกาสและหนทาง สุดท้ายก็จำต้องมาเปลืองอาภรณ์แลกเงิน… ไม่เหมือนกับสาวๆ บ้านเราบางคนที่ทำเพื่อนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซื้อของที่ไม่จำเป็นนะครับ คนละอย่างกันเลย ดังนั้นหนังเรื่องนี้ทำเพื่อสะท้อนปัญหาสังคมซะล่ะมากกว่า

เป็นหนังชีวิตสะท้อนสังคมที่มีเนื้อหาหลักอยู่ที่นางระบำเปลื้องผ้าน่ะครับ

ถ้าจะถามว่า ทำไมไม่เอาอาชีพอื่นๆ มา ทำไมต้องเป็นอาชีเรตอาร์แบบนี้ ผมก็คิดนะครับว่า อาชีพเปลื้องผ้านี่คือสุดๆ แล้วนะ สำหรับผู้หญิงน่ะครับ คือมันเป็นอาชีพที่สุดหนทาง ไม่เจอทางอื่นแล้วถึงได้ทำ เป็นอาชีพที่ก้มหน้ายอมอาย ทำเพื่อเลี้ยงชีวิต ดังนั้นการให้นางเอกต้องมาประกอบอาชีพนี้บอกตามตรงว่ามันเป็นการบีบคั้นทางเนื้อหาในส่วนหนึ่งครับ สื่อให้เราๆ ท่านๆ ได้เข้าใจและเห็นใจว่าคุณแม่ยังสาวคนนี้ไม่ได้ใจแตกเลยแก้ผ้าแลกเงิน แต่เธอยอมไม่เหลือศักดิ์ศรีๆ เพื่อแลกข้าวและแลกโอกาส… เพื่อลูก

สาระจริงๆ ของหนังมันเลยเกี่ยวกับการสู้ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่น่าเสียดายที่ผู้ชมและคนโปรโมตพุ่งเป้าไปที่นมเจ๊ Demi อย่างเดียว เนื้อหาเลยไม่ค่อยได้รับการสนใจเท่าไร และพอหนังไม่ได้มีฉากอย่างว่าคนดูหลายเจ้าเลยออกมาด่า หาว่าหนังทำไม่ถึงใจ… อ้าวพี่ เนื้อไม่ดู ดูแต่นม แล้วพี่จะเห็น “เนื้อใน” ได้ยังไงกัน

หนังเรื่องนี้เหมือนแบบทดสอบสะท้อนความสนใจของคุณผู้ชายได้เลยนะครับ ว่าเมื่อคุณมองผู้หญิงสักคนน่ะ คุณมองที่ไหน เนื้อใน หรือ นวลนม

คุณสุภาพบุรุษทั้งหลายครับ เราเป็นผู้ชาย เพศที่เข้มแข็งกว่า เพศที่ควรทำตัวเป็นผู้ปกป้องและรักษาผู้หญิงให้ดี ต้องทำความเข้าใจนะครับว่าความแข็งแกร่งที่ธรรมชาติประทานมา ไม่ได้มีไว้ให้เรากดขี่ผู้หญิง แต่มีไว้เพื่อให้เราพิทักษ์รักษาเธอต่างหากครับ… ระหว่างการ “กดขี่” และ “พิทักษ์” สองอย่างนี้อยากให้คุณผู้ชายทั้งหลายใครครวญให้ดีว่า คุณกำลังทำอย่างไหนกับผู้หญิงอยู่… คุณมองเธออย่างเพศแม่ ที่ควรได้รับการดูแล ให้เกียรติ ทะนุถนอม หรือคุณมองพวกเธอเป็นของสวยงาม เป็นของที่น่าครอบครองและสามารถสลัดทิ้งได้ยามเบื่อหน่าย… หรือคุณมองเธอเป็นแค่สองเต้าพูดได้… ถามตัวเองครับ และพิจารณาด้วยว่าการมองแบบไหนคือการมองที่เหมาะสมกว่ากัน

จากนั้นก็มาดูหนังเรื่องนี้ครับ ถ้าดูตั้งแต่ต้นจนจบคุณเห็นแต่นม หวังแต่นม แล้วพอดูจบดันมีแต่นม ดันไม่มีฉากอย่างว่าคุณเลยใส่หนังซะยับว่าไม่เจอสาระ แหม คุณไม่เจอสาระหรือไม่มองมันกันแน่ ลองถามตัวเองให้ดีก่อน

เหมือนเราคบหาผู้หญิงสักคนหนึ่ง เธอสวยครับ หยาดฟ้ามาดิน ทรงเธอเซ็กซี่สุดจะกล่าว เมื่อคุณจีบเธอสำเร็จแล้วคุณก็อยากได้เคล้าคลอ ชิดใกล้และทำ “อย่างว่า” กับเธอ… แต่พอเธอไม่ยอมคุณก็หงุดหงิด มองว่าเธอทำไม่ถูก และไม่จริงใจ จนหาเรื่องแยกทางกับเธอซะ เพื่อจะได้ไปหาผู้หญิงคนอื่นที่อาจจะยอมนอนกับคุณง่ายกว่า…

มันเรื่องอะไรกันหนอนี่ ลองคิดดูให้ดีๆ นะครับ

กลับมาที่หนังกันดีกว่า… โอเคครับ สาระมีแต่มันก็ไม่ได้ดีเด่เด็ดดวงมากจนต้องได้รับคำชมหรอกครับ แต่อย่างน้อยโดยพื้นเรื่องแล้วมันชวนให้เราคิดนะ โครงเรื่องมันสื่อในเชิงที่ว่าโลกเรา (และผู้ชายอย่างเรา) กระทำต่อผู้หญิงเช่นไร และเรามองพวกเธอเช่นไร… มองที่ใจหรือร่างกาย ซึ่งระยะหลังๆ ก็เหมือนจะกระเดียดไปทางนั้นด้วย

ตัวหนังเองจะว่าไปก็น่าเสียดายครับที่ไม่สามารถจับประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงสู้ชีวิตคนหนึ่งมาเล่นได้อย่างเต็มที่ โดยพื้นโครงน่ะมันมีสาระอย่างที่ผมบอก อยู่แล้วครับ แต่หนังก็ทำได้ไม่ถึง ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าคนทำ ผู้สร้างก็อาจจะเน้นขายนวลเนื้อจนลืมจับประเด็นหลักก็ได้ ขนาดคนโปรโมตก็มักจะโปรโมตเรื่อง Demi Moore เปลือยเต็มๆ ในหนังเรื่องนี้ หรือไม่ก็โปรโมตที่ฉากระบำเปลื้องผ้า มากกว่าจะกล่าวถึงพล็อตที่ว่าด้วยผู้หญิงสู้ชีวิตคนหนึ่งที่ทำเพื่อลูกสาวตัวน้อย…

สรุปคือ ทั้งคนทำและคนดูพากันหลงเรื่องนมไปกันหมดเลยครับ โธ่ ถัง กะละมังหม้อ

และนับจากหนังเรื่องนี้มา ชะตาเจ๊ Demi ก็ร่วงเอาร่วงเอา จนปัจจุบันก็ยังไม่ฟื้นเลยครับ น่าเสียดายแทนเธอเหมือนกัน เพราะเธอก็เป็นนักแสดงสาวที่เก่งและมาแรงมากในยุคหนึ่ง เล่นหนังคุณภาพมาก็มาก น่าเสียดายแทนเธอจริงๆ ครับ

ซึ่งผมก็ไม่อยากจะโทษเธอหรอก เพราะจริงๆ บทที่เธอเล่นน่ะน่าสนใจ แต่คนคุมคนสร้างกลับตีบทไม่แตก หยุดอยู่แถวๆ เรื่องเปลื้องผ้าเท่านั้นเอง

ลองว่าบทหนังถูกสัมผัสแค่เนื้อผิวเท่านั้น มันย่อมไม่สามารถลงลึกถึงจิตใจได้

ผมได้สัจธรรมแปลกๆ มาข้อหนึ่งหลังดูหนังเรื่องนี้จบ จะหาว่าผมทะลึ่งก็สุดแท้แต่ครับ แต่ผมว่ามันจริงสำหรับยุคนี้นะ

ถ้าคุณอยากเข้าถึงใจใคร คุณต้องมองทะลุเรื่องนมไปให้ได้ก่อน

เหมือนรักที่ยั่งยืนน่ะแหละ หากยังยึดอยู่แค่หน้าตาทรวดทรงก็คงไม่มีทางเป็นรักที่ยืนยาวได้… รักแท้มันต้องมองผ่านเนื้อหนังหน้าตาหรือความเซ็กซี่ใดๆ ลงไปให้ลึกถึงใจ มันถึงจะแน่แท้

น่าเสียดายที่ยุคนี้ทั้งสื่อทั้งคนต่างๆ ชี้ชวนให้คนมาสนเรื่องเพศ เรื่องทรวดทรงมากกว่าเรื่องจิตใจ… ได้แต่หวังว่าอะไรๆ จะได้รับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

… หนังที่ดูเหมือนจะขายเซ็กซ์เรื่องนี้ สาระเนื้อในอาจไม่เยอะ แต่ทำให้ผมมองเห็นอะไรได้เยอะทีเดียว

ลองมามองให้ลึกถึงใจแบบนี้ดูไหมครับ

ตัวหนังเฉยๆ แต่เจ๊ Demi แสดงดี ดาราสมทบก็ไม่เลว… ถ้าทำให้ดีกว่านี้ เจ๊แกอาจได้รางวัลดีๆ กลับบ้านแทนที่จะได้ ราซซี่อวอร์ดก็เป็นได้

ไม่ถึงสองดาว แต่ก็มีอะไรดีๆ ให้เก็บไปคิดครับ

Star12

(5/10)