รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Phantasm III: Lord of the Dead (1994) วงจรประหลาด (ไม่อุบาทว์ – แต่ดุ)

phantasm301

โพสต์ต่อเนื่องเลยนะครับกับภาค 3 ของปีศาจลึกลับทอลแมน (Angus Scrimm) และสมุนปีศาจของมัน ได้แก่ลูกเหล็กที่สามารถบินเข้าหาใครก็ได้อย่างรวดเร็วและปราดเปรียว แล้วก็จะยื่นเลื่อยหรือใบมืดออกมาจากตัว เพื่อเชือดเหยื่อให้ตายสนิท เลือดอาบอย่างสยอง

ภาคนี้ต่อจากตอนจบภาคก่อนครับ ไมค์ (A. Michael Baldwin เจ้าของบทนี้จากภาคแรก) และ เร็จจี้ (Reggie Bannister) คู่ซี้ที่ร่วมกันเล่นงานพวกทอลแมนมาถึงสองครั้งก็ตามมาต่อกรกับมันต่อ โดยการตามรอยไปยังเมืองต่างๆ จนพบกับเมืองหนึ่งที่มันกำลังทำการขุดศพอยู่ ที่นั่นพวกเขาได้เจอกับ ทิม (Kevin Connors) เด็กน้อยนักสู้ที่ยืนหยัดต่อกรกับพวกปีศาจกับร็อกกี้ (Gloria Lynne Henry) สาวแกร่งอีกคน ทั้งหมดเลยรวมพลังกันมาต่อกรกับมัน แต่ก็ไม่ง่ายหรอกครับ เพราะมันอมตะจะตายไป และครั้งนี้มันยังต้องการตัวไมค์เป็นพิเศษอีกด้วย ..คำถามคือ ทำไม?

ภาคนี้ก็ออกแนวภาคสองน่ะครับ แต่ความสนุกจะลดระดับลงมาหน่อย เพราะเนื้อเรื่องมันเดิมๆ แม้จะมีเรื่องน่าสนใจอย่างการกลับมาของ โจดี้ (Bill Thornbury) พี่ชายของไมค์ที่น่าจะตายไปตั้งแต่ภาคแรก แต่ก็ไม่ค่อยเร้าใจเท่าไร ผมว่าภาคนี้มีเนื้อหาน่าสนนะ แต่การนำเสนอมันอืดๆ เหมือนจะเน้นความสยองมากกว่า

ส่วนตำนานการสร้างภาคนี้ Don Coscarelli คนกำกับและเขียนบทเจ้าเก่าก็ยังตามมาทำ เขาคือตัวตั้งตัวตีอยากทำด้วยล่ะครับ แต่พอดีหลังจากภาคสองแล้ว รายได้มันไม่เยอะเท่าไร (ได้ไป $7 ล้านเท่านั้น) ทางผู้สร้างอย่าง Universal เลยถอนตัว ไม่ออกทุนให้อีก แต่เสนอให้ Coscarelli ไปหาทุนมาทำเอง แล้วทางนี้จะจัดจำหน่ายให้ ซึ่งเขาก็ตกลงครับ จริงๆ ชอบด้วย เพราะเมื่อต้องหาทุนมาทำเอง ก็ได้สิทธิ์ในการถ่ายทำกลับคืนมา ทำให้เขาไปตามเอา Baldwin กลับมาเล่นเป็นไมค์ได้อีกครั้ง หนังก็เลยถ่ายทำตามสไตล์ที่เขาต้องการ นั่นคือมีการผสมระหว่างความหลอนและการเดินเรื่อง แต่เหมือนอัตราความน่าติดตามจะไม่ได้ใส่ลงมาเยอะเท่าไรน่ะครับ หนังเลยออกจะอืดไป ไม่เหมือนภาคแรกๆ ที่อืดแปลกใหม่ ส่วนภาคนี้มันให้กลิ่นอายหนังเกรดบีหลายๆ เรื่อง เลยออกจะเฉยๆ

phantasm302

ดาราก็ดีครับ รู้สึกดีด้วยที่คนเก่ากลับมาเล่นบทเดิมกันครับ แต่คนที่เด่นยังเป็นทอลแมน หรือ Scrimm อยู่ดีน่ะแหละ

หนังมาน่าดูจริงๆ ตอนท้ายครับ เมื่อพวกพระเอกบุกไปลุยกับพวกผู้ร้าย ก็ได้อารมณ์สยองตื่นเต้นดี ก่อนจะทิ้งตอนจบให้มีแววภาคต่อเห็นๆ

ผมมีอะไรจะกระซิบด้วยครับ จริงๆ น่ะเนื้อเรื่องมันจะจบตั้งแต่ภาคนี้แล้วครับ เพราะ Coscarelli ถ่ายทำฉากอวสานไว้แล้ว แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนไม่ได้ใช้ ตัดสินใจต่อเรื่องไปอีกภาคสองภาค เพราะเขาเกิดมีไอเดียอยากเฉลยปูมหลังของทอลแมนในภาคต่อไป เลยให้จบแบบมีตอนต่อนั่นแหละ

ส่วนตอนจบที่ถ่ายทำไว้ ขอเล่าหน่อยนะครับ ไม่อยากทราบ อย่าอ่านตัวเอนต่อไปนี้เด็ดขาด

ตอนจบนั้น พวกพระเอกจะจัดการถล่มพวกทอลแมนได้ครับ แล้วก็กระชากตัวตนของมันที่เป็นลูกเหล็กสีทองออกมา แล้วก็พากันไปยังอลาสก้า แล้วก็เอาลูกเหล็กสีทองฝังลง แล้วก็จารึกไว้ปากหลุมว่า “Here Lies The Tall Man – R.I.P.” แล้วเร็จจี้ก็พูดทิ้งท้ายว่า “จากนี้ไป ที่เราต้องห่วงคงมีแค่เรื่องโลกร้อนเท่านั้นแหละ” แหม มีแอบกัดด้วย

สรุปว่าภาคนี้ ไม่มันส์เท่าสองภาคแรกครับ อะไรดูเรื่อยๆ นิ่งๆ ขาดความเร้าใจไปหน่อย แต่ถ้าอยากดูให้ครบๆ ก็ดูได้ครับ

แต่ถ้าอยากลองรสชาติใหม่ๆ ดูภาคแรกกับภาคสองจะอร่อยกว่าครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)