Action

Underworld (2003) สงครามโค่นพันธุ์อสูร

underw_00

เรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจ แวมไพร์กับไลแคน (มนุษย์หมาป่า) ที่รบกันมาเป็นศตวรรษแล้ว และสงครามสองเผ่าพันธุ์นี้ก็ทำท่าจะมาถึงจุดแตกหัก เมื่อเซลีน (Kate Beckinsale) แวมไพร์สาวตนหนึ่งเกิดไปรักกับหนุ่มที่มีเชื่อสายไลเคนอย่าง ไมเคิล คอร์วิน (Scott Speedman) ทีนี้ก็ได้วุ่นวายล่ะครับ

อีกทั้งยังมีคนวางแผนการสร้างเผ่าพันธุ์อมตะที่ผสมทั้งแวมไพร์และไลเคนเข้าด้วยกันอีก เอ้า งานนี้มหาสงครามระหว่างสองเผ่าพันธ์คงไม่อาจหลีกเลี่ยงล่ะครับ

จริงๆ ผมชอบหนังแนวนี้นะครับ แนวเอาเรื่องปีศาจมาตีกันหรือเกี่ยวกับการไล่ล่าปีศาจ โทนสีเหมือนการ์ตูนที่ออกจะหม่นๆ แล้วก็เนื้อเรื่องที่มีการซ้อนโน่นทับนี่บ้าง แบบพวก Van Helsing หรืออะไร

ช่วงแรกๆ ของหนังผมว่าอืดนะ เข้าข่ายน่าเบื่อหน่อยๆ ไม่มีอะไรเร้าใจนัก เรื่องแอ๊คชั่นก็พื้นๆ ส่วนปมนี่ก็ออกแนวเรื่อยๆ ยังไม่ถึงกับน่าสนใจอะไร

หนังจะมาเริ่มน่าติดตามเอาช่วงครึ่งหลัง เมื่อปมของตัวละครเริ่มปรากฏ ซึ่งต้องยอมรับล่ะครับว่าบทเขียนออกมาได้ดีมาก ปมความขัดแย้งของสองตระกูลนี้ถือว่าน่าเชื่อถือสุดๆ หนังดูสมเหตุสมผลในทันที ตอนแรกก็ไม่เข้าใจล่ะครับสองเผ่านี้ตีกันเพื่ออะไร อยู่กันดีๆ ไมได้เหรอ แต่พอเจอปมกลางเรื่องนี่เข้าก็ตาสว่างขึ้นครับ

ดังนั้นจุดที่แจ๋วสุดคือประเด็นนี้แหละ หนังทำสำเร็จครับกับการที่ทำให้เราเชื่อและเห็นในโลกที่หนังเป็น

underw_10

ไปๆ มาๆ หนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้ทำดีในเรื่องของบทครับ แต่พวกฉากบู๊หรือลีลาอะไรไม่ค่อยใหม่เท่าไหร่ ไม่ยิ่งใหญ่น่ะไม่เป็นไรครับ เข้าใจ จะให้โหนสลิงแบบ Van Helsing ก็คงจะผิดอารมณ์ไป แต่อย่างน้อยถ้าฉากต่อสู้ทำได้ถึงรสกว่านี้ก็คงสมบูรณ์มากขึ้น

Beckinsale นี่มาสวยเลยครับ สวยมาก คมขาวซีดแต่ดูมีเสน่ห์ของแวมไพร์ เธอเป็นตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับบทนี้ ส่วน Speedman ก็ไปได้ดีครับ ท่าทางหล่อ และดูน่าเชื่อที่เซลีนจะหลงรัก

ในขณะที่ดาราเจ้าอื่นนี่ก็ขนมือดีมาทั้งนั้นเลยนะ ตั้งแต่ Bill Nighy ในบท วิกเตอร์ ผู้นำแวมไพร์ที่เอาแค่ใบหน้าก็ไม่น่าเข้าใกล้แล้วล่ะครับ ซีดและสยองดี ลีลาความเหี้ยมทางแววตาก้ไม่ต้องพูดถึงล่ะ แกแน่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อีกรายก็ ลูเซียน (Michael Sheen) ผู้นำฝ่ายไลเคน ซึ่งตอนแรกผมก็เฉยๆ ครับ ท่าทางแกเหมือนผู้นำวินมอเตอร์ไซค์ปากซอยมากกว่า แต่พอถึงช่วงกลางเรื่องอย่างที่ผมบอก มันเปิดปมนี่ทำให้แกดูดีขึ้นมาทันทีครับ ดูแล้วทำให้เชื่อว่าชายคนนี้มีแรงจูงใจที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่น้อย ในการที่ต้องมารบทัพจับศึกกับเผ่าพันธุ์แวมไพร์

สรุปว่าหนังเรื่องนี้ มีดีผิดคาดในเรื่องบทเรื่องปมครับ แต่ก็พร่องเกินคาดเหมือนกันในเรื่องแอ๊คชั่นและความสดใหม่ ไปๆ มาๆ ก็หักกลบลบกัน นี่ถ้าฉากบู๊กันมันส์แบบใน Van Helsing แล้วบทดีแบบนี้น่ะนะครับ ผมว่าเรื่องนี้คงสุดยอดไม่ใช่เล่นเลยล่ะ แต่เท่าที่เป็นนี่ อยู่ในระดับน่าพอใจครับ

สองดาวใกล้ครึ่งครับ

Star21

(6.5/10)

Advertisements