Action

The Man (2005) เดอะ แมน คนโคตรกร่าง

The-Man-2005-คนโคตรกร่าง-e1479736150522

ถ้าหากเรามานั่งพิจารณาว่ากันด้วยเหตุและผลแล้วนะครับ หนังเรื่องนี้น่าจะมันส์ เพราะเป็นการจับคู่ที่น่าสนใจเลยล่ะครับ คนหนึ่งก็คือพี่ Samuel L. Jackson พี่ดำที่เอะอะก็สบถ ด่าแหลก แล้วก็ขยันใช้กำลัง หรือถ้าใครพูดจาไม่ถูกหูก็จะโดนจ้องด้วยตาอันเหลือกที่เกือบจะทะลักออกมาจากเบ้า ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือ Eugene Levy ดาราตลกที่เกิดมาเพื่อพล่ามครับ แล้วก็มีหน้าตาอันบ้องแบ้ว อินโนเซนซ์

การจับคู่ของสองคนนี้มันก็เข้าสูตรหนังตำรวจคู่หูคู่ต่าง ที่คนหนึ่งต้องจริงจัง ส่วนอีกคนก็ต้องช่างพล่ามเป็นต่อยหอย คอยเรียกเสียงฮาหรือไม่ก็ทำตัวให้อีกคนหนึ่งด่าไปตลอดเรื่อง

ทำให้ตอนดูตัวอย่างก็คาดล่ะครับว่ามันน่าจะฮาไม่มากก็น้อย

แต่พอดูแล้ว ดันออกแนวฮากริบซะล่ะมากกว่า

เรื่องราวก็เดินตามแบบฉบับครับ เปิดมาด้วยการตายของนายตำรวจคนหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นคู่หูของ เดอริค แวนน์ (Jackson) นายตำรวจจอมหงุดหงิดที่รู้มานานแล้วว่าคู่หูเขามีนอกมีใน ค้าของเถื่อนทำผิดกฎหมาย ทีนี้พอคู่หูตายก็เลยจัดการออกโรงสืบคดีนี้ด้วยตัวเองครับ เพราะทางหน่วยสืบสวนดันมาเพ่งเล็งว่าเดอริคอาจจะสมรู้ร่วมคิดกับคู่หูทำผิดกฎหมายก็ได้

พอเรื่องเป็นเช่นนี้เดอริคก็เลยต้องหาทางเคลียร์ตัวเอง โดยการนัดล่อซื้อกับพวกผู้ร้าย แต่ไปๆ มาๆ ด้วยเหตุบังเอิญทำให้พวกวายร้ายเข้าใจผิดคิดว่าแอนดี้ ฟิดเลอร์ (Levy) เซลส์แมนปากมากเป็นคนนัดซื้อครั้งนี้แทน

งานนี้เดอริคเลยจำใจ ต้องให้แอนดี้สวมบทเป็นคนซื้อแทน แต่ก็นั่นแหลครับ อยู่ดีๆ แอนดี้ไม่ยอมหรอก ก็เลยเจอพี่เดอริคแกทั้งอัด ทิ้งยัง ทั้งขู่ จนในที่สุดก็ยอมตกกระไดพลอยโจนไป

งานนี้การร่วมงานของคู่หูที่คนละขั้วโดยสิ้นเชิงก็เลยเริ่มขึ้น

อย่างที่เกริ่นไปครับ หากดูคร่าวๆ จากนักแสดงแล้ว มันก็น่าไว้ใด้ แม้เนื้อเรื่องจะซ้ำไปมาจนแทบจะท่องได้แล้วก็ตาม แต่ก็เอาน่ะ ถ้าดาราลื่นไหล อะไรๆ ก็คงไม่เลวร้ายซักเท่าไหร่หรอกน่า

แต่ทว่า …

อันนี้ยอมรับว่าอึ้งครับ งงมาก คือไม่รู้ว่าทำไมหนังมันถึงไม่มีอะไรได้ขนาดนี้ คือไม่มีความสนุกซักเท่าไหร่น่ะครับ อย่างแรกเลยคือการประกบพบกันของ Jackson กับ Levy ดันไม่ใช่อะไรที่จะเรียกเสียงฮาได้อย่างที่คาดหมายไว้ ถ้าจะให้คาดเดาก็น่าจะมาจากความไม่พอดีของตัวละครนั่นแหละครับ

ที่ว่าไม่พอดีก็หมายถึงว่า ปกติเวลาตัวละครประเภทคู่หูคู่ต่างแบบนี้ แม้มันจะต่างกันเยอะ แต่กระนั้นมันก็ต้องพอดีๆ มันถึงจะเสริมความเด่นให้กันและกันได้ อย่าง Rush Hour เป็นต้นนะครับ เฉินหลงพูดน้อย และบู๊แบบเสี่ยงตายแบบตะวันออก ในขณะที่ Chris Tucker จะพูดพล่าม บู๊แบบตะวันตกนั่นคือใช้กระสุนเข้าสู้ เนี่ยครับ ต่างกัน แต่มันดูเป็นการต่างแบบเข้ากันได้ เหมือนกับเป็นการเติมเต็มให้กันและกัน ถ้าให้เปรียบก็เหมือนจิ๊กซอว์ที่ต่างกัน แต่พอเอามาประกบกันก็จะได้รูปที่สมส่วนกันพอดีหนึ่งอัน ต้องแบบนี้แหละครับมันถึงจะกลมกล่อม

แต่กับในกรณีของ The Man นี่ บุคลิกตัวละครกลับไม่ได้เติมเต็มให้กันเท่าไหร่ครับ เพราะตามจริง ถ้าหากตัวละครของ Levy พูดเยอะ อีกรายก็น่าจะพูดน้อยแต่หงุดหงิดมาก เหมือนใน MIB ไงครับ พี่ Tommy Lee Jones ก็นิ่งๆ พูดน้อยไป แต่พี่ Will Smith แกพล่ามเอา เล่นไปด้วย แต่มันพอดีกัน มันถึงจะไปกันได้ เสริมกันได้ แต่นี่ Levy พูดเยอะ พี่ Jackson แกก็พล่ามเยอะพอกัน แล้วมันดูเป็นคู่ต่างแบบที่ไม่น่าจะไปกันได้น่ะครับ เพราะมันชัดอยู่แค่พี่ Levy แกพล่ามมาก แต่สุภาพ ในขณะที่พี่ Jackson แกก็พล่ามมาก แต่ออกแนวหยาบๆ ก็เลยนึกไม่ออกว่าแล้วมันจะมาบรรจบกันตรงไหน สองคนนี้จะมีอะไรเรียนรู้กันได้ไง แล้วพอดูจนจบจริงๆ ก็ไม่ได้เห็นเลยครับว่าสองคนนี้จะมีอะไรกันเท่าไห่ เหมือนจะยังเหม็นขี้หน้ากันหน่อยๆ ด้วยซ้ำไป

ก็เรียกว่าบุคลิกมันออกจะไม่ลงตัวนักล่ะครับ ไม่เด่นเท่าที่ควร ไม่เข้ากันนัก ทีนี้ต่อให้ดาราดีแค่ไหน แต่ถ้าบทมันไม่ใคร่จะเข้าท่านัก ก็ทำอะไรไม่ได้มากล่ะครับงานนี้ Jackson ก็เล่นได้ตามมาตรฐานนะครับ ไม่ใช่ไม่ดี เพียงแต่บทแกมันไม่มีมิติเลย ไม่เหมือนเรื่องอื่นที่แม้แกจะกระโชกโฮกฮาก ทำตัวกร่างๆ ด่าคนบ่อยๆ แต่พอถึงจุดอ่อนโยนเขาก็สามารถถ่ายทอดความอ่อนโยนออกมาได้ แต่ในเรื่องนี่พอถึงช่วงอ่อนโยน (อย่างเช่นตอนที่เขาไปดูการแสดงของลูกเป็นต้น) มันกลับไม่ได้มีอะไรให้คนดูรู้สึกว่าตัวละครเดอริคนี่มันมุมอ่อนโยนขึ้นมาซักเท่าไหร่

ในขณะที่ Levy จริงๆ ขานี้เป็นจอมขโมยซีนที่ผมนับถือมากคนหนึ่งนะครับ แกขโมยได้ทุกเรื่อง สมัยก่อนน่ะ อย่าง American Pie นั่นไงครับ น่ารักจะตาย หรือจะเรื่องอื่นๆ พี่แกก็พกหน้าตาจิ้มลิ้มไปสร้างความหรรษาให้คนดูไดทุกที แต่มาเรื่องนี้คือ … หน้าแกยังจิ้มลิ้มครับ ท่าทางยังน่ารักอยู่ แต่เหมือนกับมันยังไม่สุดน่ะ เหมือนกั๊กๆ ยังไงก็ไม่ทราบ เออ อันนี้จริงๆ นะครับ รู้สึกเหมือนทั้งสองคน บทมันไม่สุดน่ะ มีอะไรขาดๆ เกินๆ ตลอด

อีกอย่างที่ออกจะเป็นในเชิงน่าเสียดายคือหนังมีการพยายามจะใส่ส่วนของเรื่องเชิงดราม่าของเดอริคลงไป เรื่องลูกน่ะนะครับ ประมาณว่าไม่มีเวลาให้ลูก แต่ก็นำเสนออย่างแกนๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้ลงลึกอะไร จนไม่รู้เหมือนกันว่าจะเสนอลงมาทำไม จริงๆ ผมมานึกๆ หากใส่อันนี้ให้ดีๆ ก็จะส่งผลกับเรื่องราวในตอนไคลแม็กซ์ได้นะครับ ประมาณว่าคนดูก็จะรู้สึกเอาใจช่วยเดอริคมากขึ้น เพราะเขาก็เป็นคนดีและมีลูกที่ดีด้วยอะไรแบบเนี้ย แต่ก็หาได้มีอะไรไม่

ก็ไม่รู้ว่าผมจะเรื่องมากไปหรือเปล่านะครับ แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ อ้ะ ดูไปก็ไม่ขำนัก แค่เรื่อยๆ เท่านั้นเอง อันนี้ก็บอกตามความรู้สึกล่ะครับ

ก็เป็นอีกครั้งนะครับ กับการกำกับของ Les Mayfield ที่ทำหนังไม่ถึงกับเด็ดครับ ส่วนมากพอไหว ที่เข้าท่าๆ หน่อยก็มีแค่ Miracle on 34th Street, Flubber, Blue Streak แต่นอกนั้นพาเข้ารกเข้าพงไปหมด ยิ่งหนังยุคหลังๆ นี่งงหนักเลยครับ ไม่รู้แกเอาฝีมือพอไหวไปเก็บไว้ที่ไหนหมด

ก็บ่นเยอะหน่อยนะครับ แต่มันไม่ประทับใจจริงๆ คือถ้าใครหวังความอาแบบคูณสองจากสองดารานี้ล่ะก็อย่าดีกว่านะครับ มันไม่ขนาดนั้นหรอก ความสนุกก็ไม่มากมายอะไร ไม่แปลกใจครับที่ไปได้ไม่ไกลในอเมริกาน่ะ

สองดาวแบบสามัญครับ

Star21

(6/10)