รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Night of the Creeps (1986) มหันตภัยนอกพิภพ

dims

นี่เป็นหนังที่ผมไม่ได้ดูจากแผ่นครับ ไม่เคยเจอแผ่นด้วย แต่ได้ดูทางหนังรอบเช้าของช่อง 3 เมื่อวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ปี 2544 โดยประมาณ (ประมาณตรงไหน… ละเอียดขนาดเนี่ย 555)

ตอนดูนั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับหนังเลยครับ เห็นเปิดเรื่องมาก็บ้าแล้ว เปิดมาเราจะได้เห็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวครับ (เป็นยานที่ดูน่ารักมากๆ ตอนแรกนึกว่าหนัง Muppet ซะอีก) ก่อนจะเผยให้เห็นถึงมนุษย์ต่างดาวที่กำลังถกเถียงกันเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาทดลองกันขึ้นมา แล้วไปๆ มาๆ ไอ้สิ่งมีชีวิตที่ว่านั่นก็หล่นมายังโลก มันก็ไม่รอช้าครับพุ่งเข้าจู่โจมนักศึกษาโชคร้ายคู่หนึ่งที่กำลังพลอดรักกันทันที (เหตุการณ์ที่ว่านี้เกิดในปี 1959)

แล้วหนังก็ตัดมาปัจจุบันครับ (ในหนังคือปี 1986) เล่าถึงเรื่องของคริส โรเมโร่ (Jason Lively) เด็กหนุ่มที่ดันไปเปิดห้องทดลองลับที่ตั้งอยู่ใต้มหาลัยแบบไม่ตั้งใจ และไอ้ห้องที่ว่านั่นก็บรรจุซากศพของรุ่นพี่รายที่โดนเจ้าตัวประหลาดนั่นจู่โจมเมื่อ 30 ปีก่อนเอาไว้ และเจ้าตัวบ้านีก่หลุดออกมา มันสามารถแพร่พันธุ์และทำให้คนที่โดนมันคลานเข้าไปกลายเป็นซอมบี้ได้ (คล้าย Slither แฮะว่าม้ะ)

ทีนี้คริสก็เลยต้องหาทางยับยั้งหายนะที่จะลุกลามไปมากกว่านี้ครับ เพราะเพื่อนๆ นักเรียนเขาเริ่มกลายเป็นซอมบี้มากขึ้น

ตอนที่ดูนั้นตื่นเช้ามาครับ เจอหนังแบบนี้ไอ้ฉากยานอวกาศที่ดูน่าเอ็นดูก็ทำเอาผมกะจะไปนอนต่ออยู่แล้ว แต่พอทนดูไปซักพัก ผลที่ได้เลยกลายเป็นว่าผมนั่งดูจนจบไปเลยครับ แฮ่ๆๆ ชอบๆๆ

เนื้อเรื่องจริงๆ มันดูติงต๊องนะ มันทำเชิงกึ่งล้อเลียนกึ่งจริงจังอ้ะครับ คือตัวประหลาดดูน่ากลัวขยะแขยงจริง ซอมบี้ก็ฆ่าคนจริงๆ แต่ก็มีเรื่องฮาๆ ให้คิดกันตลอด ไม่ว่าจะการแซวมุขพิมพ์นิยมของหนังแนวนี้ เช่นวัยรุ่นคู่หนึ่งต้องไปพลอดรักกันในรถครับ และต้องกลางป่าด้วย (ไม่มีครับไปพลอดรักกันหน้าศาลากลาง ไม่มีๆ ) แล้วตัวประหลาดก็ต้องพุ่งเข้ามาหาเพื่อทำร้าย (ไม่มีครับที่มันจะเดินมาถามว่า จตุจักรไปทางไหน ไม่มีๆ )

แล้วไอ้การที่ศพรุ่นพี่โดนแช่แข็งไว้ก็แทบจะไม่มีเหตุผลเลยครับ หนังไม่ได้อธิบายอะไรไว้เท่าไหร่ เลยดูเหมือนหนังจะละเลย แต่ผมว่าไม่หรอกครับ บทมันเขียนในเชิงฮาๆ แบบไม่คิดมากซะละมากกว่า เหมือนล้อตัวเองน่ะครับ ถ้าท่านคิดมากก็อาจจะหงุดหงิดนะ แต่ผมดูไปนี่ฮาไปตลอด เพราะคนที่เขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้คือ Fred Dekker นี่คืองานกำกับชิ้นแรกของเขาครับ และทุกครั้งที่เขากำกับเขาจะต้องเขียนบทเองเสมอ และงานกำกับของเขาก็มีเพียงหนังใหญ่ 3 เรื่องซึ่งก็คือเรื่องนี้แล้วก็ตามด้วย The Monster Squad กับ Robocop 3 เท่านั้นเอง ซึ่งการที่อนาคตเขาดับน่าจะเกิดมาจาก Robocop 3 เจ๊งครับ (ทำเงินไป 10 ล้านอ้ะ ไม่เจ๊งจะเรียกว่าไง) แกเลยจอดไม่แจวอีกเลยนับแต่นั้น

แต่สำหรับผมผมกลับชอบนะ งานสามเรื่องของเขานี่ดูสนุกได้เรื่อยๆ อย่างโรโบคอปนี่โดนด่ามากเพราะมันกลายเป็นหนังครอบครัว กลิ่นอายความรุนแรงของสองภาคแรกหายไปหมด แล้วโรโบคอปยังบินได้อีก คนดูเลยไม่ชอบ แต่ผมชอบเพราะพี่ Fred แกเข้าใจคิดครับ เพียงแต่การทำการนำเสนอมันยังไม่ดึงคนดูให้ชอบเต็มร้อย อย่างการที่โรโบคอปบินหรือหันมารักเด็กเนี่ย ถ้าเป็นแฟนเก่าเล่ายี่ห้อต้องด่าแน่ๆ เพราะนี่ไม่ใช่ที่โรโบ้ ในขณะที่ผมซึ่งไม่คิดมากก็ดูสนุกไป พูดง่ายๆ คือพี่ Fred แกช่างคิด ช่างผูกเรื่อง เพียงแต่แกจะพลาดในเรื่องการทำให้คนดูยอมรับน่ะครับ

โดยส่วนตัวผมว่าพี่ Fred แกมีความสามารถไม่แพ้ Stephen Sommers แห่ง Deep Rising, The Mummy และ Van Helsing เลยนะครับ แกเก่งเรื่องยำเหมือนกัน เพียงแต่อย่างพี่ Stephen แกยำแบบยังพยายามรักษากลิ่นอายของเดิมไว้ เช่นถ้าของเดิมมันมีความรุนแรงหรือความสยองปนอยู่ ฉบับที่แกเขียนขึ้นอย่าง The Mummy เงี้ย มันก็จะมีทั้งความสยองสไตล์เดิมๆ บวกกับความสนุกสไตล์พี่เขา คือแกรู้จักยำแบบเอาใจคนดูและเอาใจตัวเองไปพร้อมๆ กันไงครับ คนดูเลยยังชอบเพราะมันประนีประนอม แต่กับพี่ Fred นี่ไม่รู้เป็นไง ยำทีล่ะหนังจะเป็นหนังเด็กไปเลย นั่นเลยทำให้ผู้ใหญ่หลายเจ้ามองหนังแกว่าอ่อนไปในบัดดล (เช่น Robocop 3 เป็นต้น)

ดังนั้นโดยคร่าวๆ คือแกคิดเก่ง ผูกเก่ง แต่ยังยำไม่กลมกล่อม

ผมเลยออกจะเสียดายนะ คือถ้าแกมาเกิดยุคนี้ผมว่าแกไปได้รุ่งนะ เพราะผมมั่นใจว่าเขาสร้างความแปลกใหม่ให้หนังได้เยอะแน่ๆ แบบ Stephen Sommers น่ะแหละ ไม่เชื่อลองหา The Monster Squad ของเขามาดูครับ แล้วท่านจะพบว่ามันเป็น Van Helsing เวอร์ชั่นสำหรับเด็กดีๆ นี่เอง
และมันสนุกซะด้วย

เอาเถอะครับ ตอนนี้ทำได้แค่ไว้อาลัยเท่านั้นเอง

สำหรับงานชิ้นนี้ แม้จะยังไม่กลมกล่อมเต็มร้อย แต่บอกได้ว่าสนุกครับ เพลินจริงๆ ถ้าใครชอบหนังแบบซอมบี้น่ะนะ มันยำความเป็นหนังซอมบี้เข้ากับหนังวัยรุ่นแบบ เด็กหนุ่มจอมหงอพยายามจะเอาชนะหญิงสาวดาวสวยของห้อง แต่ไปๆ มาๆ เขาก็ต้องมาปกป้องเธอจากฝูงซอมบี้แทน

ไม่ว่าจะยังไง พี่ Fred ก็ถือว่าทำได้ครับ หนังออกมาจัดว่าโอเคเลย เสียดายว่าผมยังหาแผ่นไม่ได้น่ะครับ ถ้าได้ก็น่าเก็บเหมือนกัน คือมันไม่ได้คลาสสิคแบบ Psycho หรืออะไรนะครับ แต่มันสนุกเพลินแบบกินป็อบคอร์นน่ะครับ จบแล้วก็จบไป แต่ถ้าว่างๆ ก็น่าเอามากินอีก

แล้วหนังยังมีจุดอำหนังสยองมากมายครับ ตั้งแต่นามสกุลตัวละครที่ยืมมาจากผู้กำกับหนังสยองมีชื่อทั้งนั้น ไม่ว่าจะคริส โรเมโร (ยืมมาจาก George A Romero แห่ง Night of the Living Dead), นางเอกชื่อซินเธีย โครเนนเบิร์ก (จาก David Cronenberg แห่ง The Dead Zone), เพื่อนพระเอกที่ชื่อ เจ. ซี. ฮูเปอร์ (Tobe Hooper แห่ง The Texas Chainsaw Massacre), นายตำรวจที่มาร่วมรับมือกับซอมบี้พร้อมพระเอกนามว่า เรย์ คาเมรอน (James Cameron แห่ง Titanic ครับ แต่แกก็เคยทำ Piranha Part Two: The Spawning … แม้แกจะมีส่วนแค่หน่อยเดียวก็เถอะ)

และยังมีนามสกุล Landis และ Raimi โผล่ออกมาอีก นั่นก็สื่อถึง John Landis และ Sam Raimi อย่างไม่ต้องสงสัย หรือแม้แต่ชื่อมหาลัยที่พระเอกอยู่ก็ยังเป็นชื่อว่า มหาลัยคอร์แมน นี่ก็อ้างถึง Roger Corman ราชาหนังเกรดบีแบบเต็มๆ ล่ะครับ

บอกแล้วไง หนังแกมีอะไรเยอะเสมอ แกชอบยำครับ

ส่วนดารานั้นก็ไม่ได้มีชื่อหรอกครับ ที่พอจะดังก็มีแค่ Tom Atkins ในบทนายตำรวจเรย์นั่นแหละ แต่ถ้าพูดถึงการแสดงผมว่าก็เรื่อยๆ ครับ ไม่มีใครเด่นอ้ะ พวกวัยรุ่นก็เล่นเป็นตัวเองอยู่แล้ว สบายๆ

ส่วน Effect ไอ้ตัวปรสิตบ้านั่นก็แหยงดีครับ การเดินเรื่องก็น่าติดตามแบบเรื่อยๆ ตอนท้ายก็ลุ้นแบบวุ่นวายเหมือนกันว่าทุกคนจะรอดได้ไงในเมื่อซอมบี้มันเพ่นพ่านเต็มไปหมดแล้วน่ะ

เอาเป็นว่านี่เป็นหนังซอมบี้ปนวัยรุ่นปนฮาที่ดูได้สนุกครับ เพลินดี เรื่องราวก็พอลุ้นใช้ได้ แม้ตอนจบมันจะพิมพ์นิยมไปหน่อยก็ตาม เพราะว่ากันว่าตอนแรกพี่ Fred แกเขียนบทอยากให้ตอนจบมันเป็นอีกแบบครับ ให้มันมีอะไรให้ลุ้นมากๆ แต่จบแบบจบไปเลยน่ะ ไม่มีการเล็มๆ ให้คนดูคิดว่ามันจะมีภาคต่อมั้ย คือให้มันจบเรื่องไปเลย แต่นี่ทาง Tristar ดันไม่เอาครับ ให้จบแบบกะมีภาคต่ออีก เฮ่อ นี่แหละหนาฤทธิ์เดชเดชาของผู้สร้างใหญ่ล่ะ

แหม ผมรู้สึกผิดนะ เพราะหนังมันไม่รู้จะหาได้มั้ย แต่ก็ขอบอกไว้ก่อนล่ะครับ เผื่อซักวันนะ ซักวันมันจะมี เอาเป็นว่าถ้าเจอและถ้าท่านสนใจหนังแนวกึ่งสยองกึ่งตลกแบบนี้นะรับ ดูได้น่าลองเหมือนกัน หรือถ้าท่านชอบหนังแบบ Slither ก็น่าสนครับผม

จัดว่าสนุกดี สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6.5/10)

 

โฆษณา