รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Wishcraft (2002) พันธุ์สยองบ้า

600full-wishcraft-poster

อีกครั้งสำหรับหนังสยองขวัญไล่ฆ่าเกรดบีค่อนไปทางซีนะครับ คงเล่าไม่ยาวแค่เป็นฐานข้อมูลตามเคยว่าเคยมีหนังเรื่องนี้ในโลก และแน่นอนครับ มันออกเป็นแผ่นในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อย

เรื่องราวของเบรท บัมเบอร์ (Michael Weston) นักเรียนหัวดีแต่ขี้แพ้ ไม่สู้คน เขาแอบชอบซาแมนต้า วอร์เรน (Alexandra Holden) สาวน้อยน่ารักที่มักจะมาให้เขาติวอยู่บ่อยๆ

แล้ววันหนึ่งความฝันของเขาก็มีทางเป็นจริง เมื่อจู่ๆ ก็มีคนส่งกล่องวิเศษที่สามารถขอพรอะไรก็ได้มาให้ และเขาก็ไม่รอช้าที่จะขอให้ซาแมนต้ามาชอบเขา แล้วทุกอย่างก็ไปได้สวยครับ เธอหันมาสนใจเขาอะไรต่างๆ ก็เริ่มสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่ขณะเดียวกันก็มีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นและเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญคือไอ้ภัยไล่ฆ่าที่ว่ามันเริ่มจะเข้าใกล้เบรทขึ้นมาทุกทีๆ แล้วด้วย

แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้น ใครส่งกล่งอบ้านี่มา แล้วการขอพรของเบรทไปเกี่ยวอะไรกับการไล่ฆ่าด้วย ก็ต้องดูในหนังนะครับ

ขยันทำออกมาเหลือเกินนะ ไอ้หนังทุนต่ำแนวสยองน่ะ แต่จะดูถูกไม่ได้นะครับ เพราะหนังขึ้นแท่นคลาสสิคอย่าง The Evil Dead หรือหนังที่โกยเงินอย่าง The Blair Witch Project ก็ทุนต่ำพอๆ กัน แต่ก็ยังอุตส่าห์เด่นขึ้นมาได้ ก็เป็นเหมือนความหวังของคนทำหนังเล็กๆ ล่ะครับว่าหนังของตนอาจจะไปเข้าตาประชาชนจนทำเงิน และตัวเองได้แจ้งเกิด

… แต่เชื่อเถอะครับ Wishcraft เรื่องนี้ไม่ได้จะไปดังในระดับนั้นแน่นอน

แม้หนังจะเปิดเรื่องน่าสนนะครับ แต่ดันเดินเรื่องอย่างจืดชืด ไร้พลังน่ะ ไม่น่าติดตามเอาซะเลย ทั้งๆ ที่ปมในหนังมีให้เล่นเพียบ ตั้งแต่เรื่องความรักระหว่างเบรทกับซาแมนต้า ที่น่าจะทำให้มันซึ้งได้นะ หรือไม่อย่างน้อยก็ให้มันดูน่าเอาใจช่วยคู่นี้หน่อย แต่ก็ทำไม่ถึง หรือจะเป็นเรื่องฆาตกรลึกลับที่ไล่สังหารวัยรุ่นอย่างโหดอำมหิต ก็ไม่ได้ต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ เท่าไหร่ครับ แค่ฆ่าๆๆๆ ไม่ได้มีปมที่น่าติดตามเลย คือยังไงก็เหมือนเดิม นั่นคือเราจะไม่มีทางได้รู้ว่าใครคือฆาตกรจนหนังจบน่ะครับ มันเลยไม่รู้จะลุ้นอะไร แต่ฉากฆ่าที่เข้าท่าก็มี อย่างจับเหยื่อไปฝังในดินแล้วโผล่มาแค่หัว แล้วก็โยนลูกโบว์ลิ่งมาบี้หัวน่ะครับ โหดไม่ใช่เล่นเหมือนกัน แต่นอกนั้นก็เดิมๆ ครับ เชือดๆๆ ไม่ได้เลือดสาดสะใจแบบ Haute Tension อันนี้บอกไว้เลยครับ

ค่อนข้างน่าเบื่อน่ะ อันนี้พูดตรงๆ เลยนะครับ นักแสดงก็ไม่เด่นเท่าไหร่ ส่วนมากจะเป็นหน้าใหม่ใสกิ๊งทั้งนั้น รายที่พอจะหน้าคุ้นบ้างก็คือ Zelda Rubinstein ที่เคยรับบทเป็นหมอผีหญิงร่างแคระแห่งหนังชุด Poltergeist ทั้ง 3 ภาคมาแล้วนะครับ เธอก็มาเป็นสัปเหรือ ประมาณนั้นน่ะฮะ แต่ก็ไม่มีอะไร อีกรายก็ Meat Loaf กับบทสปาร์คกี้ ชอว์ ก็มีแค่นี้แหละ

บทหนังก็เป็นอย่างอ่อนมากๆ แม้การเฉลยฆาตกรจะน่าแปลกใจบ้าง แต่มันก็อ่อนเหตุผลอยู่ดีล่ะครับ ไม่ได้น่าเชื่อเท่าไหร่ แล้วขืนนี่เป็นหนังไทยล่ะก็ เห็นทีทีมงานคงจะต้องมีเรื่องกับคนในบางกลุ่มสาขาอาชีพแน่นอน (ก็ประท้วงกันบ่อยนี่ฮะ) แต่ก็นั่นแหละครับ เรื่องประท้วงมั้ยผมไม่ว่าแล้วกัน เอาเป็นเฉพาะหนังน่ะนะฮะ ที่สามัญจริงๆ เลยให้ตายเถอะ

ผลงานกำกับของ … เขาขึ้นชื่อว่า Danny Graves นะครับ แต่จริงๆ แล้วนั่นเป็นนามแฝงของ Richard Wenk นั่นแหละ นาย Richard Wenk ก็มีผลงานนะครับ อย่างเขียนบทหนังเรื่อง 16 Blocks แล้วก็อำนวยการสร้างร่วมใน The Girl Next Door ซึ่งก็ไม่เลวทั้งนั้นครับ แต่ดูเหมือนเขาจะเหมาะกับงานเขียนมากกว่า ไอ้กำกับก็คงต้องรออีกเยอะๆ หน่อยล่ะครับ

ตอนแรกผมนึกว่าจะมีอะไรเข้าท่าบ้าง แต่ก็เปล่าครับ เปล่าเลย และที่น่าช้ำชอกหนักสำหรับผมก็คือ คนทำดนตรีประกอบ เขาชื่อว่า J. Peter Robinson ซึ่งคอมโพเซอร์เจ้านี้คนอาจไม่รู้จัก มาผมจะเล่าให้ฟัง คือเขาคนเนี้ยมีผลงานเยี่ยมๆ ตอนทำดนตรีให้ Wes Craven’s New Nightmare หนังนิ้วเขมือบภาค 7 น่ะนะครับ ผมยังชมเลยว่าทำนองธีมหลักของหนังชุดนิ้วเขมือบได้ถูกมิกซ์อย่างอลังการ และอลังการที่ว่านี่ดันสุดยอด ไมได้เสียความน่ากลัวไปครับ ฟังแล้วยังขนลุกอยู่ แต่เพิ่มความอลังการเข้าไป ยอดมากจริงๆ ครับ แต่กับเรื่องนี้บอกตรงๆ ทำนองจืดชืดยิ่งกว่าน้ำเปล่าซะอีก เฮ่อ ไหงไปถอยหลังโหม่งคลองแบบนี้ล่ะพี่ชายโธ่

ครับ คร่าวๆ เลยแล้วกันว่าหนังไม่ได้น่าดูเท่าไหร่

ดาวเดียวครับ

Star11

(4/10)

Advertisements