รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Prophecy II (1998) กองทัพเทวดา 2

1372612283

ผมเคยรีวิวถึงภาคหนึ่งของหนังชุดนี้แล้วครับ ซึ่งสมัยนั้นผมก็ชอบหนังเรื่องนี้นะ มันสนุก น่าติดตาม มีการทิ้งปมลึกลับไม่เลว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นชอบมากอะไรนัก จนมาดูใหม่อีกรอบนี่แหละครับถึงรู้สึกชอบภาคแรกของหนังชุดนี้มากขึ้น

สำหรับภาค 2 ก็สานต่อเรื่องราวจากภาคแรก เมื่อเทพกบฏอย่างเกเบรียล (Christopher Walken) คืนชีพกลับจากนรกอีกครั้งเพื่อสานต่อภารกิจโค่นสวรรค์ โดยเป้าหมายของเกเบรียลคราวนี้ก็คือ เด็กในท้องของวาเลอรี่ (Jennifer Beals) สาวสวยที่ได้มีสัมพันธ์กับแดเนี่ยล (Russell Wong) เทวดาผู้ลึกลับองค์หนึ่ง ซึ่งเด็กน้อยคนนี้หากรอดชีวิตไปได้ เขาก็จะโตขึ้นเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ คอยขัดขวางใครก็ตามที่หมายจะโค่นสวรรค์

เรื่องก็ประมาณนี้ล่ะครับ เกเบรียลตามล่าหาตัววาเลอรี่ ระหว่างทางก็สังหารคนไปเรื่อยๆ ส่วนแดเนี่ยลเองก็ไม่ยอมเหมือนกันครับ แอบล่าสังหารลูกน้องของเกเบรียลไปมากมาย แล้วเรื่องก็จะมาสรุปโดยการที่ทั้งสองฝ่ายมาประจัญบานกัน ห่ำหั่นให้ตายไปข้างหนึ่ง

สำหรับภาคนี้มีจุดเด่นระดับเทพก็คือการแสดงระดับสุดยอดของ Walken ที่ผมปรบมือให้พี่แกมาตั้งแต่ภาคแรกแล้วครับ เขาสวมบทเทพกบฏเกเบรียลได้ไร้ที่ติมากๆ ทั้งเท่ห์ โฉด โหด และแฝงอารมณ์ขันร้ายๆ ซึ่งภาคนี้ลีลาการแสดงของเขานี่แหละครับที่ช่วยหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อย่างมาก เพราะด้านเนื้อเรื่องนั้นมันไม่มีอะไรนักครับ ไม่เหมือนภาคแรกที่เดินเรื่องแบบหนังลึกลับ คอยตั้งคำถามใส่คนดู ยั่วให้เราเกิดความสงสัย (อันนี้มาสู่ความอยากติดตาม) ก่อนจะค่อยๆ คลายปมและสรุปเรื่องแบบตื่นเต้น ส่วนภาคนี้แม้โครงสร้างจะคล้ายกัน แต่ที่ดร็อปลงก็คือ “ความเป็นหนังลึกลับ ทิ้งปมให้คนดูติดตาม” ที่พอหนังขาดตรงนี้ไป ทำให้หลายช่วงของหนังออกมาไม่หนักแน่นนัก ไม่ชวนติดตามเท่าที่ควร

ผมว่าภาคแรกยิ่งใหญ่กว่าครับ อย่างน้อยเหล่าทวยเทพที่มาปรากฏตัวก็สร้างความตื่นเต้นให้คนดูได้ เพราะเทพและมารแต่ละตนที่ลงมานั้นระดับบิ๊กทั้งสิ้น เรียกว่าทำให้ครึ่งหลังของหนังกลายเป็น “หนังเสียดสีการเมืองแห่งสวรรค์” ไปเลย ในขณะที่ภาคนี้มีแต่พี่เกเบรียลไล่ล่า ไล่ฆ่า ส่วนวาเลอรี่ก็พยายามหนี พยายามหาคำตอบ (ที่คนดูเดาได้ไม่ยาก)

ความสนุกภาคนี้เลยลดปริมาณลงครับ แต่ก็ยังดีที่ Walken ช่วยหนังไว้ได้เยอะ ส่วนดาราที่มาใหม่ในภาคนี้อย่าง Beals และ Wong ก็ถือว่าแสดงได้ดีครับ เพียงแต่โดน Walken ขโมยซีนไปหมด นอกจากนี้ยังมี Bruce Abbott มารับบท โธมัส แด็กเกตต์ ตัวเอกจากภาคแรกที่ Elias Koteas เคยแสดงไว้ แต่การกลับมาของบทโธมัสในภาคนี้กลายเป็นตัวประกอบไปครับ ไม่มีอะไรเด่น

นอกจากนี้ Brittany Murphy ดาราสาวผู้ล่วงลับก็ร่วมแสดงด้วยครับ ในบทอิซซี่ สาวขี้ยาที่เกเบรียลนำมาเป็นข้ารับใช้ และ Eric Roberts ในบทไมเคิล หรือเทพมิคาเอล (หนึ่งในเทพนักรบที่ไม่ได้ปรากฏตัวในภาคแรก) ซึ่ง Roberts ก็เล่นบทนี้ได้ไม่เลวครับ

สรุปคือภาคนี้ Walken คุมหนังอยู่ครับ ถ้าไม่มีเขาล่ะยุ่งเลย ส่วนผู้กำกับก็คือ Greg Spence ที่เคยกำกับ Children of the Corn: The Gathering มาก่อน และโดยสรุปเขาก็มีผลงานกำกับแค่ 2 เรื่องครับ คือเรื่องนี้และเรื่องนั้น ซึ่งก็ไม่แปลกใจนักครับเพราะงานสองชิ้นของเขาก็ไม่ได้ขึ้นแท่นเข้าท่าอะไร (แต่ถ้าให้ว่าตามจริง ผลงานเรื่องนี้สนุกกว่า Children of the Corn: The Gathering มากครับ)

ก็ถ้าชอบภาคแรกหรือชอบลีลาเกเบรียลในแบบ Walken ล่ะก็ เรื่องนี้ก็ถือว่าดูได้ครับ แต่ทำใจรับก่อนดูแล้วกันครับว่าเสน่ห์ความลึกลับชวนติดตามแบบภาคแรกนั้น ไม่ใคร่จะมีเท่าไรในภาคสองนี้ ยกเว้นฉากเปิดตัวเกเบรียลน่ะครับที่ทำได้ยิ่งใหญ่มาก จนผมแอบหวังไม่ได้ว่าภาคนี้น่าจะมีอะไรน่าสนใจ (แต่ก็ไม่ค่อยเป็นดั่งใจคาดคิด )

สองดาวครับ

Star21

(6/10)